Pages

Thursday, July 27, 2023

ตัวคนเดียวอาจส่งผลให้ไม่กล้าทำเต็มที่

 เมื่อเช้าก็นั่งคิดว่า การที่เราอยู่ตัวคนเดียว มันทำให้เราไม่กล้าทำเต็มที่ เพราะถ้าพลาดมา เราต้องดูแลตัวเอง

ยกตัวอย่างเรื่องกีฬา ไม่กล้าเล่นหรือซ้อมเต็มที่ เพราะถ้าบาดเจ็บมา ก็เป็นเราเองที่ต้องดูแลตัวเอง

จะทำอะไรก็ต้องเตรียมเอง เตรียมอาหารเอง ซักผ้าเอง ทำความสะอาดบ้านเอง ทำงานหาเงินมาทำสิ่งต่าง ๆ เอง


วัน ๆ ไม่มีคนพูดคุย ต้องคิดเอง วน ๆ ในหัว ว่าจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไร ไม่มีเสียงเชียร์ หรือเสียงรั้ง จากคนข้างตัว


จะว่าไปก็อิสระดี จริง ๆ มันก็ดีนะ แค่มันไม่มีความเห็นจากคนอื่น ไม่มีคำปลอบใจ ไม่มีกำลังใจ แต่ก็ดีที่ไม่มีคำบั่นทอนจิตใจด้วยเหมือนกัน


น่าจะอย่างที่เขาว่าจริง ๆ คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า


การมีคู่คือ มีความสุขเบื้องต้น มีความทุกข์เบื้องปลาย

การเป็นโสดคือ มีความ....ยังไงดี ทรงตัวเบื้องต้นไปจนถึงเบื้องปลาย แก่มาก็หาทางจัดการชีวิตเอง หาทางเดินทางเอง กินเอง รักษาตัวเอง แล้วก็ตาย


ถ้าพ่อแม่ตาย ถ้าเราแก่กว่านี้ จะเหงาไหมนะ เราจะอยู่ได้ได้ยังไงนะ เราจะมีกินมีใช้ไปจนตายไหมนะ แล้วเราจะตายตอนอายุเท่าไหร่ จะเป็นอะไรตายนะ


คิดแล้วก็หาจุดจบไม่ได้


วันนี้ก็นั่งทำงานหน้าคอมเหมือนเดิมก็ละกัน แล้วตอนเย็นจะไปเล่นแบด ก็ยังดีมีแบดมินตันให้เล่นกะชาวบ้าน ช่วงนี้เล่นแบดก็เพอฟอแมนซ์ไม่ดีอย่างใจคิด อยากจะชนะ อยากจะตีได้ แต่ทำไม่ได้ ก็เป็นทุกข์อีก ต้องปรับที่จิตใจว่า เรามาออกกำลังกาย ฟู่ววววว


คีย์บอร์ดแอปเปิ้ลที่ซื้อมือสองมา ปุ่มไม่ดี เซ็ง คิดว่าซื้อราคาสูงแบบไม่ต่อน่าจะดี แต่ก็ไม่ดี ซ่อมไม่ได้ด้วย แต่มันก็ไม่ใช่ว่าไม่ดีแบบไม่ดีมาก ไม่ดีแค่นิดเดียว แต่ด้วยความเพอเฟคชั่นนิสอีกละ มันเป็นปุ่มที่ต้องกดด้วย ก็เลยซื้อใหม่ เสียเงินสองรอบเลย สรุปว่าได้คีย์บอร์ดใหม่แล้ว พิมพ์ได้ดีเหมือนเดิม ทีนี้ก็จะต้องหาทางขายคีย์บอร์ดอีกอันที่มีด้วย


รู้สึกความสุขหายไป ต้องกอบกู้ตัวเองก่อนนะ หลายสิ่งอย่าง

Wednesday, February 15, 2023

โดเมนเนมหมดอายุ - Expired domain name

 ร้อยวันพันปี เรามาเขียนบล็อกน้อยลง

ตอนแรกเอาไว้บ่นไง ตอนนี้ไม่บ่น หรือไปบ่นทางอื่นหว่า

อีเมลเข้ามาว่า โดเมนเนมหมดอายุ เราก็ต่อไป เอาวะ ต่อ ๆ ไปก่อน รักษาชื่อนี้ไว้

เขียนอะไรไม่เขียนอะไรค่อยว่ากันอีกที สวัสดีฮะ

Sunday, December 12, 2021

จะหมดปีแล้วไม่ได้เขียนเลย - almost at the end of the year

 ปีนี้ ไปนิวยอร์กอีกแล้ว ชีวิตดีจริง ๆ ก็คือว่าไปฉีดวัคซีนนั่นเอง ฮ่าาา

กลับมาตอนสิงหา เริ่มสนใจคริปโต

ต่อมาเปิดเพจ เปิดหน้า แชร์เรื่องสต็อกโฟโต้

ปีนี้รายได้ทรง ๆ ที่ห้าพัน 🙏🏻 อยากได้เพิ่มอีก อยากขับรถเบ๊นซ์

ปีก่อนคิดว่า kdp จะช่วยอัพรายได้ แต่ก็ยัง แต่ก็ทำอยู่

ปีนี้คิดว่าคริปโตจะช่วยเพิ่มรายได้ แต่ก็ต้องดูกันยาว ๆ นะ

ไปเล่นเกม farmers world นะ เป็นเกษตรกรนะ ที่ราบสูงเบา ๆ นะ 😆

ดื่มไวน์มากขึ้น ตอนนี้รู้สึกว่าจะรู้จักไวน์ cab ทาง napa valley ว่ารสมันจะประมาณนี้นะ

อยากรู้ว่าจะได้รถเบนซ์จริง ๆ ไหมนะ ชาตินี้ 😊

Saturday, October 17, 2020

ห้าหกวันก่อนปวดหลัง - back pain

 วันเสาร์ที่แล้วตอนเย็น ๆ เริ่ม ๆ จะปวดหลัง ก็ไปเล่นเซิฟสเก็ตตามปกติ วันศุกร์ก็ยังไปโยคะอยู่เลย

วันเสาร์ดื่มเบียร์ไปสองขวดเล็ก คิดว่าจะช่วยให้ผ่อนคลายและอยากกินให้หมดเพราะซื้อมานานแล้ว กลัวเบียร์บูด ฮ่าาาาา

เช้าวันอาทิตย์ปวดหลังมาก แบบตอนนั่งชักโครกเวลาขยับตัวมันจี๊ด ๆ จื๊ด ๆ เหนื่อยเลย ถ้าไม่ถูกมุมมันจะเจ็บ

นอนพัก นั่งไม่ค่อยได้

วันต่อ ๆ มาเอวเบี้ยวเลย เคยเป็นแบบนี้มาสองสามครั้ง

ชีวิตน้อ ร่างกายมันเสื่อม ห้ามไม่ได้เลยจริง ๆ

กินยาคลายกล้ามเนื้อที่มีไปก่อน ยังดี มีอยู่ แต่ก็ไม่ชอบกินยา ไม่อยากกินยามากในชีวิตนี้ ชอบให้หายเองมากกว่า แต่อันนี้มันรบกวนชีวิตประจำวันละ

นั่ง ๆ นอน ๆ ไป อาทิตย์ จันทร์

ต่อมาวันอังคาร ลองใช้แอพชื่อรักษา โหลดมาจะวีดีโอคุยกับหมอ เติมเงินไป 200 หมอออโธปิดิกส์ไม่ว่างคุยเลย เลยคุยกับเภสัชบอกว่าปวดหลัง สั่งยาทางแอพก็ได้ ไม่ต้องคุยหมอละ ปรากฏว่า ยาจะส่งเคอรี่มา อีก 2-3 วันได้ โธ่ แต่ก็สั่งไปเพราะว่าเติมเงินไปแล้ว สั่งยากับพลาสเตอร์แปะปวดหลังไป 185 บาท เหลือตังค์ค้างในแอพอีก 15 บาท ไม่เสียค่าส่งด้วย นับว่าดี ถ้าอยู่กทม.ก็น่าจะได้ยาภายใน 2 ชั่วโมงแล้วแหละ ตามที่แอพว่าไว้ เนี่ยแหละ ความเจริญยังมาไม่ถึง

เลยเอาวะ ลากสังขารขับรถไปร้านยาสี่พี่น้อง ร้านยาใกล้บ้าน จำได้เพื่อนบอกว่าดี ซื้อยากับพลาสเตอร์ไปอีกร้อยกว่าบาท

ราคายาในแอพกับที่ร้านนี้ก็พอ ๆ กันเลย กลับมากินข้าว กินยา

รักษาตัวเองไป

ในการนี้มีความโชคดีคือ โชคดีที่มีเงิน โชคดีที่มีแกรบฟู้ด ฟู้ดแพนด้า ฯลฯ

โชคดีที่มีสติเข้าใจโลกอยู่ เลยไม่ทุกข์มากเท่าไหร่ แต่ก็ทุกข์อยู่ คนเราเนอะ

เล่าสู่กันฟังไปนะ

เรื่องมีเยอะ แต่เล่าไม่เยอะ เล่านิด ๆ หน่อย ๆ แต่ก็เล่าอยู่ สวัสดี

Thursday, January 2, 2020

Year 2020

เมื่อวานไปเค้าดาวที่ไทม์สแควร์

เราทำได้จริง ๆ ไปถึงตั้งแต่บ่ายสอง มันก็ไม่ยากจนเกินไปนะ เป็นเพราะเตรียมตัวมาดี อ่านมา ศึกษามา พอถึงเวลาจริงก็ราบรื่นตามนั้น ภูมิใจในตัวเองจริง ๆ และนี่ก็เป็นอีก 1 หลักฐานที่พิสูจน์ว่า คนเรา ถ้าอยากได้อะไร มันได้หมดแหละ

2015 ทำร้านกาแฟ อิลลัสเตรชั่น
2016 อิลลัสเตรชัน ไอคอน
2017 ไอคอน
2018 ไอคอน ฟอนต์
2019 ทำไอคอน อิลลัสเตรชั่น วีดีโอ
2020 ว่าจะทำคานวา

Tuesday, December 10, 2019

วันฝนตก - rainy day in NYC

วันนี้ฝนตก พรุ่งนี้ฝนตก มะรืนหิมะตก ตามพยากรณ์อากาศน่ะนะ

วันนี้เลยอยู่บ้านทั้งวัน ตอนเช้าออกไปกินกาแฟกะหารเช้าที่ร้านหัวมุมถนน ห้าบาท

กลับมาอยู่บ้าน กลางวันกินขนมปังกะองุ่นในตู้เย็น

ตอนเย็นกินสเต็กที่เหลือเมื่อวานกะเบียร์หนึ่งกระป๋อง

วันนี้ดูยูทูบ เกี่ยวกับนิวยอร์ค ภาษาอังกฤษ ทำรูป อ่านอะไรไปเรื่อยเลย

หมดไปอีกหนึ่งวันในนิวยอร์ค ขอบพระคุณ

Thursday, December 5, 2019

มานั่งห้องสมุดสาธารณะ - Public library in Queens

สิ่งที่ดีของแถวที่อยู่คือมีห้องสมุดสาธารณะที่นั่งทำงานได้ มีไวไฟ มีปลั๊ก มาเดินดูวันก่อนก็ดูหน่วยก้านดี และได้มาลองนั่งจริง ๆ เมื่อวานนี้ตอนสักบ่ายสอง

พอบ่ายสามเด็กเลิกเรียนเท่านั้นแหละ มีเด็กเข้ามานั่งห้องสุดละก็ yelling กัน แบบส่งเสียงดังอะ เด็กเปรตจริง ๆ และก็มีคนอเมริกันบางคนชอบพูดคนเดียว อะไรทำนองนี้

วันนี้เลยมานั่งตอนบ่ายกว่า ว่าจะนั่งเอ็กพอร์ตวีดีโอ เดี๋ยวดูกันว่าจะเป็นไง

นั่งตรงนี้

Tuesday, December 3, 2019

คนนิวยอร์คกินอาหารเป็นฤดู - Eating in Season

มีคนที่อยู่นิวยอร์คบอกมาว่างี้

ฤดูหนาว คนแถวนี้จะไม่ค่อยกินสลัด จะกินราเม็ง ก๋วยเตี๋ยวอะไรงี้
ฤดูร้อน จะกินสลัด กินของปิ้งย่าง

ก็เป็นไปได้นะ

Wednesday, November 20, 2019

อยู่นิวยอร์คแล้ว - I'm in NYC

มาเที่ยวอยู่นี่ได้ 10 วันแล้ว

พบว่า

มันก็คือเมืองเมืองหนึ่ง มีสถานที่ คน ของขาย ระบบการเดินทาง ฯลฯ แบบที่เมืองควรจะมี

ที่สะอาดก็มี ที่สกปรกก็มี ที่บ้าน ๆ ที่หรู ๆ พิซซ่าอันละ 1 พิซซ่าอันละ 4 มีให้เลือก

คนทำงานต่าง ๆ กันไป

มันก็แค่นี้แหละ

ตอนนี้ยังหาที่สงบ ปลอดภัย นั่งทำงานสร้างสรรค์ไม่ได้

ตอนนี้ออกไปเดินดูเมืองทุกวัน เดินจนเจ็บเท้า และก็รู้สึกว่าถ้าเราจะเดิน เราจะเหนื่อยหาข้อมูลว่าวันนี้ต้องเดินไปที่ไหนอะไรยังไง และพอไปถึงที่ต่าง ๆ ก็ต้องใช้พลังสมองในการศึกษาว่าประวัติของสถานที่นี้เป็นมายังไง รู้สึกเหมือนเรียนรู้ทั้งวัน

ไฮ ๆๆ Statue of Liberty

Sunday, November 3, 2019

จะไปนิวยอร์คอาทิตย์หน้า - I will go to NYC next week

ถ้าเราคิดถึงมันได้ เราก็ทำมันได้

เอาว่ะ เอาจริง มาจริง จะไปนิวยอร์คละนะ

วันนี้ตื่นมาด้วยความฝันแปลก ๆ รู้สึกเนือย ๆ เหมือนจะไม่สนุกทั้งวัน

ตื่นมาอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน เอาผ้าไปใส่เครื่อง

ออกไปกินกาแฟสตาบัคส์แถวบ้าน สั่งกาแฟโคลบรูวไอริชครีมวิทคอฟฟี่เจลลี่ และครัวซองเนยมากิน กะว่าจะอ่านหนังสือเดอะสตอรี่เทลเลอร์ซีเคร็ท ก็ไม่อ่าน ไม่มีใจอยากอ่าน

มีกล้องอยู่ในกระเป๋า มีความคิดขึ้นมาว่า เราไม่ได้อยากล้วงกล้องออกมาถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอแบบจริงจัง มันไม่ใช่สไตล์ หรือจะมาตั้งกล้องทำ vlog อยู่ตามร้านกาแฟ อันนี้ก็ไม่ใช่แนว อยากกินกาแฟ กินขนมอยู่เงียบ ๆ ไม่เอิกเกริก ชื่นชมบรรยากาศไป อย่างนี้มากกว่า วันนี้ก็อยู่ร้านกาแฟไถมือถือไป

สิบโมงกว่าไปเดินซื้อของ สิ่งที่ต้องซื้อคือ กระดาษทิชชู ถุงซิปล็อก กระดาษกรองกาแฟ

กลับบ้านมาตากผ้า

กินไวไวหอยลายผัดฉ่าใส่ไข่ใส่หมูใส่ปลาหมึกแห้งเป็นอาหารกลางวัน

บ่ายเล่น Rov เกือบทั้งบ่าย

นั่งสมาธิ แล้วก็ง่วง

นอนตอนสี่โมงแบบกึ่ง ๆ ว่าจะหลับแต่ก็ไม่หลับเท่าไหร่

ตื่นมาเล่นเกมและนั่งลิสต์ว่าจะจัดของอะไรไปนิวยอร์คบ้าง เขียนส่ิงที่คิดลงกระดาษ

กินกัมมี่แบร์วอดก้าที่ทำไว้ มันต้องแช่เย็นจริง ๆ ด้วย มันถึงจะยังเป็นตัว ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับยี่ห้อวอดก้าด้วยหรือเปล่า

ตอนเย็นเริ่มทำขนม อยู่ ๆ จะทำก็ทำ ต้องใช้ครีมชีสให้หมดเพราะว่าจะไปนิวยอร์ค 2 เดือน คือทำชีสทาร์ต วันนี้เกิดอาการคิดถึงแก้มด้วย



ลืมซื้อโยเกิร์ต ขึ่มอไซค์ไปซื้อโยเกิร์ตเซเว่นแถวบ้าน ระหว่างขี่มอไซค์ก็คิดว่า รู้สึกเหงา คิดถึงว่าตอนปลายปีที่แล้วยังทำชีสทาร์ตกับแก้ม และตอนนี้แก้มตายแล้วเมื่อกลางปี ชีวิตคนเราเนอะ เกิดมาคนเดียว ตายไปคนเดียว รู้สึกเหงา ก็ให้รู้ว่ารู้สึกเหงา รู้มันไปอย่างนั้น

ทำขนมไป

ทำขนมถ่ายรูปลงเฟสบุค พอมีคนมาไลค์ ใจมันชุ่มชื่นขึ้นมา พอมีเพื่อนมาเม้น ใจมันก็ดี๊ด๊าขึ้นมาอีก รู้สึกหายเหงาขึ้นมา โซเชี่ยลนี่มันยังไงนะ บอกไม่ถูก เราควรเล่นหรือไม่ควรเล่น บางทีมันก็ทำให้เรารู้สึกดีบางทีมันก็ทำให้เรารู้สึกแย่ วันนี้ทำขนมยังไม่เสร็จ กะว่าจะอบพรุ่งนี้และทำต่อให้เสร็จ

ไปนิวยอร์คก็ไม่รู้จะทำอะไร รู้สึกกลัว กลัวเหงา กลัวเบื่อ ไปตั้ง 2 เดือน จะได้อะไรหรือไม่ได้อะไรก็ไม่รู้

กะว่าไปดูเทพีเสรีภาพ ไปกิน ไปเดินดูเมือง แค่นี้แหละ ไปใช้เงิน

ทางธรรมก็ไปสะสมสัญญา สิ่งที่เห็นก็คือรูปเท่านั้นเอง

ช่วงนี้ก็อ่านก็ฟังอะไรไปเรื่อยเปื่อยเยอะ ถ้าเราศึกษาทางธรรม เราต้องไม่ซึม ต้องไม่เฉื่อย ไม่เนือย ถ้าซึม ๆ ปลง ๆ เกิดมาแล้วก็ตาย ปลง ๆ ไป นี่ผิดทางแล้ว เราก็เอะใจว่า เราอาจจะมาผิดทางอยู่ก็เป็นได้ รึป่าวนะ ทุกวันนี้ รักษาศึลข้อ 1-4 ได้ ข้อ 5 ได้บ้างไม่ได้บ้าง นั่งมาธิเกือบทุกวัน พยายามมีสติตลอดเวลาทั้งวัน รู้สึกได้ว่าชีวิตอารมณ์ไม่สวิงมาก ตอนเวลาขับรถ ชิวมากขึ้น ใครอยากแซงเชิญ

มีงานที่ดี ไม่ต้องทำงานกับคนอื่น ไม่มีความกดดันใด ๆ อยากพักก็ได้ อยากทำก็ได้

หรือว่าเหงา จะมีแฟนมั้ยชาตินี้ ไม่รู้อะ นี่คือสิ่งที่ไม่รู้ได้ด้วยตัวเอง

ฟังคลิปโจนจันไดพูดในเท็ดทอล์อก ทำไมชีวิตต้องยาก ถ้าเรามีเวลากับตัวเองเยอะ เราจะหาได้ว่าเราอยากทำอะไร ตอนนี้สิ่งที่เราทำที่เรียกกว่างาน ก็ทำไปแบบงั้น ๆ ไม่ได้ชอบมาก แพชชั่นคืออะไร อ่อ คือเสาวรส เอี๊ยดดด เดี๋ยว มีกีตาร์อยู่ อยากเล่นกีตาร์เก่ง ๆ แต่ก็ไม่หยิบมันขึ้นมา งงตัวเองมาก งงมากแม่ แล้วก็เล่นเกม รู้ว่าไร้สาระมาก คือเกม มันก็วน ๆ อยู่แบบนี้ มันละยากมากเลย มันเป็นราคะ

จำได้ในคลิปตอนนึงหลวงพ่อปราโมทย์บอกว่า
โทสะ มีโทษมาก ละง่าย
ราคะ มีโทษน้อย ละยาก
โมหะ มีโทษมาก ละยาก

ฟังคลิปน้องจอยลูกบัณฑิตร้องเพลง let it be แล้วน้ำตาซึมเลยวันนี้

สงสัยวันนี้จะเซนส์ซิทีฟ

Saturday, August 17, 2019

มีความคิดว่าจะไปนิวยอร์ค - thinking about go to New York City

ในโลกยุคใหม่นี้ เวลาคิดอะไรเราก็จะป่าวประกาศให้โลกได้รู้ และกูเกิ้ลก็จะรู้ เฟสบุคจะรู้

ทำให้โฆษณาที่เกี่ยวข้องมันขึ้นมาตามสื่อต่าง ๆ ที่เราใช้อยู่หน้าคอม

ได้อ่านหนังสือเรื่อง the four แล้วก็รู้สึกว่า บอษัทเหล่านี้มันร้ายจริง ๆ แต่ยังไงเราก็ต้องอยู่ไปน่ะนะ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าด้านดีนั้นก็มีอยู่มากมาย เช่น อยากไปนิวยอร์คเหรอ หาข้อมูลสิ แค่สงสัยอะไรก็เซิชกูเกิ้ล และเราก็ได้คำตอบทันที จากหลาย ๆ แหล่ง มันช่างตอบโจทย์ได้ความพึงพอใจมาก ๆ

ต่อไปนี้ก็คงจะอ่าน ๆๆๆๆ รีเซิช ๆๆๆๆ แล้วจะยังไงก็ค่อยว่ากันอีกทีเนอะ

Thursday, July 11, 2019

เกือบปีแล้ว - Almost one year

เกือบปีแล้ว ไม่ได้เขียนอะไรเพิ่มเลย เพราะว่าบางทีก็คิด แต่คิดในใจ ไม่ประกาศให้ชาวโลกรู้

ไม่ต้องการใครก็ไม่รู้ที่บังเอิญผ่านมารับฟัง อาจเป็นเพราะเราโตขึ้น

เราเรียนรู้วิธีอยู่บนโลกนี้ได้ประมาณหนึ่งแล้ว เราผ่านบทเรียนต่าง ๆ ในชีวิตที่มากขึ้น ๆ

เราทุกข์น้อยลง ก็เลยบ่นน้อยลง ด้วยความที่แรก ๆ เขียนบล็อกเพื่อระบายสิ่งต่าง ๆ (ก็คือบ่นนั่นแหละ) แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า บ่นไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ก็เลยไม่บ่นดีกว่า

ต่อไปอาจจะเขียนแชร์เกี่ยวกับความคิดอะไรงี้มากขึ้นนะ

เมื่อกี๊ตอนอาบน้ำนึกออกอยู่นะว่าจะเขียนอะไรบ้าง แต่ตอนนี้นึกไม่ออกละ ก็เลยมาเขียนเวิ่นเว้อ

ชีวิตตอนนี้โดยรวมก็ดีนะ มีเงินใช้ มีที่นอน มีแมคบุคใหม่มือสองซื้อมาจากอีเบย์สองพันเก้าร้อยเหรียญ กิกิ ส่งมาแบบผ่านชิปปิ้ง (รอเป็นเดือนแน่ะ ใจหายตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ แต่สุดท้ายแมคบุคโปรก็มา)

ก็ยังทำงานวาดรูปขายออนไลน์เหมือนเดิม อยากทำวีดีโอด้วย โมชั่นกราฟฟิค ฯลฯ ก็เลยซื้อคอมที่สเป็กแรงหน่อย

สาธุ ขอให้ขายคอมเครื่องเก่าได้

อยากไปนิวยอร์ค พอร์ทแลนด์ แกรนด์แคนยอน บาหลี อะไรทำนองนี้ แต่ก็ขึ้เกียจหาข้อมูล ที่จริงแล้วเก็บเงินไปก่อนดีกว่า ฮ่าาาาา

Friday, September 7, 2018

ยางมัดผมหาย - I lost my hair tie

ยางมัดผมสุดไฮโซ ประหนึ่งว่าเส้นละร้อย ซื้อมาจากร้านเซฟโฟร่าที่ซานฟราน 3 อัน $8

แจกชาวบ้านไป เหลือไว้ใช้ที่ตัวเอง 1 เส้น

เส้นเดียวเท่านั้น หาย!

โลกทั้งใบเหมือนจะสลาย หนังมัดผมของชั้ลลลลล คิดเลยนะว่าจะไปตัดผม จะได้ไม่ต้องใช้หนังมัดผม

แต่ก็เซิชหาดูว่าจะซื้อที่ลาซาด้าอะไรพวกนี้ ไปเจอเว็บ beauticool.com (โฆษณาให้นะ)

มีขาย 215 บาท ราคาถูกกว่าเซฟโฟร่าอีก แต่บวกจัดส่งอีก 50 บาท ก็เลยพอ ๆ กัน แต่ถ้าซื้อของอย่างอื่นด้วย เค้ามีจัดส่งฟรีด้วย แต่ก็ไม่รู้จะซื้ออะไร

เลยจัดมา 1 กล่อง จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต

ส่งเร็วดี แพ็กมาใหญ่เลย แต่ของเราก็นิดเดียวอะนะ

แพ็กมาอย่างดี ห่อบับเบิ้ลมาด้วย ทั้ง ๆ ที่ของเรามันไม่แตกหรอก 555 ดี ๆๆ

สบายใจละ

ก็เลยเล่าสู่กันฟัง

Tuesday, February 27, 2018

อยู่เมลเบิร์นแล้ว - I'm in Melbourne

ในที่สุด ก็ได้มา เมลเบิร์นก็คือเมลเบิร์น อากาศดี พระอาทิตย์ตกสองทุ่ม

ใช้ได้

นอยเอเอ็ม

ตอนนี้เจ็บคอ ดันไม่สบายซะได้

ขอให้เจอแมวตัวเป็น ๆ ทีเถอะ

เราทำได้ถ้าเราเชื่อว่าเราทำได้ ก็แค่ขอวีซ่าสองครั้งเอง ก็ได้มา สบาย ๆ มาถึงตม.แค่มองหน้าเทียบกับพาสปอร์ต ไม่ถามซักคำ แต๊งกิ้วแล้วก็เข้ามาเลย

Tuesday, February 20, 2018

วีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลียผ่านแล้ว - got travel visa australia

ในที่สุดก็ได้วีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลียมาครอบครอง

ขอไปสองครั้ง ครั้งแรกไม่ผ่าน ครั้งที่สองผ่าน

สรุปให้สั้น ๆ เผื่อนคนที่ไม่อยากอ่านยาว
1. เราขอวีซ่าท่องเที่ยวแบบ single ก็ได้แบบ signle 3 เดือน เราวางแผนไปทั้งหมด 24 วัน
2. ระยะเวลา ซับมิตฟอร์ตมวันที่ 8 กพ. เก็บไบโอเมตริค 9 กพ. มีคนโทรมาสัมภาษณ์ 19 กพ. หลังจากมีคนโทรมาสัมภาษณ์อีกประมาณ 5 นาทีอีเมลผลวีซ่าก็มาเลย สรุปใช้เวลาทั้งสิ้น 7 วันทำการ
3. เงินในบัญชีมีอยู่ประมาณแสนห้า

จะเล่าให้ฟังนะ

หลังจากครั้งแรกที่ไม่ผ่านก็นอยด์ไปนิดนึง คือเราอาจจะประเมินต่ำไป คิดว่ามันจะง่าย ๆ แบบว่า เมกาก็ไปมาแล้ว อังกฤษก็ไปมาแล้ว ออสก็คงจะชิล ๆ
ปรากฏว่า ขอวีซ่าไป ซับมิทฟอร์มไปปุ๊บวันนี้เย็น ๆ ยังไม่ทันไปเก็บไบโอเมตริค วันรุ่งขึ้นอีกเมลว่าวีซ่าไม่ผ่านมาเลยจ้า ไม่มีการโทรมาสัมภาษณ์อะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ฟิ้ววววว....สามพันกว่า ปลิว

เราถึงขั้นงงว่า เฮ้ย ไม่ได้ไปเก็บไบโอเมตริค ผลออกแล้วเหรอ แต่หลังจากอ่านกระทู้พันทิปก็พบว่า มีเหตุการ์แบบนี้เกิดขึ้นได้เหมือนกัน

ดังนั้น ในการขอครั้งต่อไปของเราต้องทำให้ดีที่สุด

ในจดหมายเหตุผลที่วีซ่าไม่ผ่าน เค้าบอกเราดังนี้



ประเด็นหลัก ๆ คือ
1. ไม่เชื่อว่าเราจะไปอยู่ออสเตรเลียแบบชั่วคราว ก็คือว่าไม่เชื่อว่าจะกลับไทยนั่นแหละ
2. เรื่องของหน้าที่การงานและการเงินไม่สตรอง

จากการที่ไปอ่านมา จากหลายที่มาก เจ้าหน้าที่เค้าจะสนใจว่าเงินที่คุณได้มานั้นได้มายังไง ถ้ามีเงินก้อนใหญ่เข้ามาต้องบอกว่ามันมายังไง แบบว่ามีเอกสารบอก เช่นเราขายงานได้เงินมาตู้ม เราก็เอาสัญญาที่ตกลงกันว่าจะขายงานกันเป็นจำนวนเงินเท่านี้นะ แนบไปด้วย เราว่าน่าจะรวมไปถึงคนที่ ถูกหวย ขายบ้านขายรถได้ ได้โบนัส ถอนออกมาจากหุ้น ไรเงี้ย ควรแนบเอกสารไปด้วย

ครั้งแรกที่เรายื่น เราไม่ได้ยื่นเอกสารทางการงานเลย เพราะทำงานเป็นกราฟฟิคดีไซน์ฟรีแลนซ์ ทำกับหลายที่ ไม่มีต้นสังกัด เรายื่นแค่สเตทเมนท์เซฟจากคอมของธนาคารกรุงเทพ ยอดเงินมีอยู่ประมาณแสนสามหมื่นบาท และการเคลื่อนไหวบัญชีมีเงินมันมีเข้ามาตู้มสองแสน กับสี่ห้าหมื่น ๆ อะไรเงี้ย

เราจึงแก้เกมโดย
ประเด็นที่ 1 ที่ว่า ไม่เชื่อว่าเราจะไปอยู่ออสเตรเลียแบบชั่วคราว เราส่งเอกสารเพิ่มดังนี้
1. ทะเบียนรถยนต์(เนี่ย ๆๆ ชั้นมีรถนะ)
2. บิลค่าไฟที่ให้ตัดบัญชีเรา(มันจะมีชื่อเราอยู่ เพื่อที่จะสื่อว่า เนี่ย ๆๆ ชั้นมีบ้าน ชั้นจ่ายค่าไฟ)
3. ข้อนี้ไม่แนะนำนะ แต่เราซื้อตั๋วเครื่องบินแล้ว คือว่าซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนขอวีซ่า เพราะมีตั๋วโปร เราเลยแนบตั๋วเครื่องบินไปด้วย(เราก็เห็นคนไม่แนะนำกันเยอะ แต่คนก็ซื้อตั๋วก่อนอยู่ดี ฮาาาาา)


ประเด็นที่ 2 เรื่องของหน้าที่การงานและการเงินไม่สตรอง ครั้งนี้จะจัดเต็ม
1. เราแคปเจอร์หน้าจอเว็บไซต์ที่ทำทำงานด้วยเกือบทั้งหมด สิบกว่าเว็บที่เราวาดรูปขาย เซฟเป็นไฟล์ pdf ไป แล้วก็เขียนหัวข้อว่า online agencies that I work for เอาลิงค์พอร์ตโฟลิโอใส่ไปด้วย
2. เราเซฟ history จากใน paypal ว่ามีคนจ่ายเงินให้เรานะ เซฟเป็นไฟล์ pdf มาประมาณ 6-7 เดือน ให้เห็นว่ามีเงินเข้า
3. เราไปธนาคาร ไปขอเสตทเมนท์(รอบนี้มียอดเงินแสนห้า)และbank cirtificate(อันนี้เค้าจะมีสรุปว่ายอดเงินในบัญชีเรามีเท่าไหร่ เราบอกให้เค้าแปลงเป็นหน่วย AUD ด้วย ของเรามีประมาณ 6000AUD) แบบจริงจัง เสีย 200 รอรับได้เลยของธนาคารกรุงเทพ เอามาสแกนแล้วแนบไปกับที่ขอวีซ่า
4. สเตทเม้นแบบโหลดเอาจากอินเตอร์เน็ตแบงกิ้งของธนาคาร อีก 3 ธนาคาร ได้แก่ ไทยพาณิชย์ กสิกร กรุงไทย ซึ่งเงินก็มีไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แบบหลักพัน หลักหมื่นต้น ๆ แต่เราก็คิดว่า การมีบัญชีธนาคารเยอะ ๆ ก็เป็นหลักฐานที่เชื่อได้ว่าเราจะกลับมาไทยเหมือนกันนะ แบบว่ามีความผูกพันธ์ทางธุรกรรมทางการเงิน(อันนี้มโนเองนะ) เราว่านะ การที่เราจะไปเที่ยวได้ เราต้องแสดงให้สถานทูตเห็นว่าเรารวย รวยแบบไปเที่ยวได้ รวยด้วย ผูกพันธ์กับเมืองไทยด้วย อะไรเงี้ย น่าจะผ่านได้ง่าย
5. แคปเจอร์หน้าจอสรีมมิ่ง พอร์ตหุ้นว่ามีเงินนะ มีอยู่หมื่นห้าได้
6. เอาสัญญาเซนต์ขายงาน แนบไป 2 สัญญา ว่าขายงานนะ ครั้งก่อนได้หกหมื่น ครั้งนี้ได้แสนแปด อะไรก็ว่าไป เราคิดว่ามันคือที่มาของเงิน
7. เอกสารใบภาษีของ shutterstock ตั้งแต่มี 2014 2015 2016 2017 ให้เห็นว่าเราทำงานที่นี่มานานนะ อะไรทำนองนี้
8. เอกสารสรุปคำนวณภาษีจากเว็บ TSD ว่าเรามีหุ้นนะ มีปันผลนะ อะไรเงี้ย


แผนการท่องเที่ยว เราทำแบบคร่าว ๆ มาก หาไว้แต่ที่พัก พักโฮสเทล เรายังไม่ได้จองนะ แค่แคปหน้าจอว่า เนี่ย จะจองที่นี่นะ เค้ามีโปรโมชั่นแบบนี้(ซึ่งตอนนี้เราก็จองแล้วที่แรกจริง ๆ จ่ายเงินแล้วเพราะวีซ่าผ่านแล้ว ลั้นลา ๆ ส่วนที่อื่นเดี๋ยวรอไปถึงออสค่อยว่ากัน อยากไปเดินดูบ้านเมืองก่อน)
ทำในเวิร์ด แล้วเซฟเป็น pdf แนบไป

อีกอย่างที่อยากเล่าให้ฟัง ด้วยความที่ใกล้จะเดินทาง แต่วีซ่ายังไม่ออก เราเลยหาทางว่าจะมีคาถาหรือมีวิชากำลังภายในไหนได้บ้างที่จะช่วยเร่งวีซ่า ใน immi account เราสถานะมันขึ้น assetment in progress เราก็แบบว่า ทำไมคนอื่นเค้าได้เร็ว แล้วเราได้ช้า เซิชหาข้อมูลอยู่นั่น บางคนเก็บไบโอเมตริคเช้า วีซ่าออกเที่ยง บางคนวีซ่าออกเย็น ป้าด มันจะเร็วอะไรปานนั้น ของเราผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ ไม่ออก
เราเลยส่งอีเมลพร้อมตั๋วเครื่องบินว่า เนี่ย...เราใกล้จะเดินทางแล้ว ช่วยเร่งวีซ่าให้หน่อย(แต่เขียนเป็นภาษาอังกฤษแบบสุดภาพนะ แบบว่า could you please blah blah blah.....)ไปตามที่ info.... vfs  เค้าบอกว่า เค้าไม่มีหน้าที่ในการพิณาวีซ่า เร่งไม่ได้ แล้วเค้าก็ให้อีเมลสถานทูตออสเตรเลียมา เราเมลไป เป็นออโต้เมลตอบกลับมาว่า เมลคุณจะไม่ได้รับการฟอร์เวิร์ดต่อนะ เราคิดว่าเค้าคงไม่รับเร่งวีซ่าหรอก แต่เราก็ถือว่าเราได้เมลไปแล้ว ข้อมูลตรงนี้ก็ไม่ได้ช่วยเพื่อน ๆ ขอวีซ่าได้เร็วขึ้นนะ คือเราทำไปแล้วมันไม่ได้ผล เราเลยมาบอกว่ามันไม่ได้ผล

ถ้าจะให้ดี ก็ควรขอวีซ่าล่วงหน้า เผื่อเวลาไว้เยอะ ๆ แต่ก็นั่นแหละ บางทีมันก็ รู้....แต่มันไม่ได้ทำ เราก็คิดว่าเราเผื่อเวลาแล้วนะ แต่พอมันใกล้วันเดินทางมันก็ชักหวั่นใจว่าจะไม่ทัน แต่ของเราสรุปก็ทัน ถ้าไม่ทันคงได้เสียเงินเลื่อนตั๋วโปร(ซึ่งราคามันก็จะไม่โปรนะซี่ ปัดโถ่ว!)

ที่จริงจะว่าไป เราก็ขอวีซ่าล่วงหน้านะ แต่ครั้งแรกดันไม่ผ่าน เสียเงินขอวีซ่าสองรอบ ...เจ็ดพัน ดูสิชีวิต

เรื่องเจ้าหน้าที่โทรมาสัมภาษณ์
เบอร์ 023446300 โทรมาตอนประมาณสี่โมงเย็น เป็นจนท.ผู้หญิง คนไทย เค้าคุยประมาณ 5 นาที มีคำถามประมาณนี้ ไปเที่ยวที่ไหน ไปกี่วัน ทำงานอะไร ระหว่างเที่ยวจะเอาเงินจากไหนใช้ เล่าให้ฟังหน่อยว่าจะแผนเที่ยวจะทำอะไรบ้าง เรียนที่ไหน ในระยะสองปีนี้ได้เดินทางไปไหนมาบ้าง มีแผนจะไปกี่เมือง จะไปนิวซีแลนด์ไหม

ในระหว่างรอผลวีซ่า เราก็ถือเป็นการฝึกจิตนะ มันลุ้น มันกลัวไม่ผ่าน แต่เราต้องวางใจ เราต้องเชื่อว่ามันจะผ่าน สวรรค์ต้องเปิดทางให้เรา เราก็นั่งสมาธินะ เพื่อให้บุญจากการนั่งสมาธิส่งผลให้วีซ่าผ่านอย่างราบรื่น แล้วเราก็จะได้มีสติปัญญาในการคิด การเตรียมเอกสาร แล้วเราก็เตรียมของเหมือนว่าวีซ่าผ่านแล้ว รอวันเดินทาง เช่น หาข้อมูลท่องเที่ยว ทำความสะอาดบ้าน ไปขูดหินปูน เซิชหาที่แลกเงิน หาข้อมูลเรื่องการใช้บัตรเครดิตที่ต่างประเทศ เอารถไปเข้าศูนย์ ฯลฯ อะไรเงี้ย คือเราก็ถือว่า ถ้าวีซ่าผ่าน เราก็ได้จัดการชีวิตเรียบร้อย แล้วไปเที่ยวได้ ถ้าวีซ่าไม่ผ่าน ก็ถือว่าได้จัดการชีวิตล่ะวะ อาจจะต้องเตรียมขอวีซ่าครั้งที่ 3 และเลื่อนตั๋วเครื่องบิน คือว่า เราคิดว่า ไม่มีอะไรมาหยุดเราได้ เราก็จะทำจนถึงที่สุด ถึงจะยอมแพ้ แค่โดนปฏิเสธวีซ่าครั้งเดียวทำอะไรเราไม่ได้หรอก ฮ่า ๆ

ถ้าเราเชื่อว่าเราทำได้ เราก็จะทำได้ เฮ่!





Sunday, February 11, 2018

การนัดหมายล่วงหน้าเพื่อเก็บข้อมูลไบโอเมตริค - Australian visa biometric collection appointment

หลังจากยื่นวีซ่าไปแล้ว เราต้องนัดล่วงหน้าเพื่อเก็บไบโอเมตริคด้วย พอเก็บเสร็จก็เข้าหน้าเว็บ immi account เพื่อไปกดปุ่ม information provided

เราก็ดูจากกระทูนี้ https://pantip.com/topic/37039582

ไปที่นี่ https://online.vfsglobal.com/GlobalAppointment/Account/RegisteredLogin

ใครสร้างแอคเคาท์แล้วก็ล็อกอินเข้าไป หรือสร้างแอคเคาท์ใหม่ก็ได้ คลิกที่ New user? มันจะพาไปหน้านี้

https://online.vfsglobal.com/GlobalAppointment/Account/RegisterUser?Length=7

คือตอนแรกเรามีปัญหากับการตั้งพาสเวิร์ดมาก ต้องตั้งให้เงื่อนไขตามนี้
Your Password should have minimum 8 and maximum of 15 characters with at least 1 Uppercase, 1 Lowercase Alphabet, 1 Number and 1 Special Character ($ @ # $ ! % * ? &)
นั่นแหละ เราตั้งให้มีตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก ตัวเลข และ $ ก็ผ่าน

ผ่านแล้ว จะล็อกอิน ไม่ได้อีก มันขึ้นแบบนี้ Failed to get visiting country and residing country details



เปลี่ยนเบราเซอร์ก็แล้ว เคลียร์แคชก็แล้ว ทำยังไงก็ไม่หาย
เราเลยโทรหาสถานทูตอีกแล้ว ถามเค้า เค้าบอกว่าเค้าก็เคยเจอเคสแบบนี้

วิธีแก้คือให้อีเมลหา info.auth@vfshelpline.com (หาได้จากหน้านี้ http://www.vfsglobal.com/Australia/Thailand/thai/contact_us.html)
แล้วแนบ แคปเจอร์หน้าจอที่มันล็อกอินไม่ผ่าน และบอกยูสเซอร์เนมพาสเวิร์ดเค้า เค้าจะแก้ให้

เราเมลไปตอน 10.39 AM เค้าตอบเมลมาตอน 11.33 AM ก็รวดเร็วใช้ได้เหมือนกัน

ตัวอย่างข้อความที่เราเมลไป

Dear VFS team,

My name is xxxxxx xxxxxxxx. I have a problem with appointment login page. It says "Failed to get visiting country and residing country details"

My email : xxxxxxx@xxxxxxxxxxx.xxx
Password : xxxxxxxxx

Please help

Best,
ชื่อเรา

พอล็อกอินได้ก็เข้าไปจองคิวนัดหมายตามกระทู้นี้เลย https://pantip.com/topic/37039582

พอถึงวัดนัดจริงก็ปริ๊นใบนัดกับเอาพาสปอร์ตที่จะเดินทางไป
เราไปที่ศูนย์เชียงใหม่ ไปถึงเค้าก็จะถามว่านัดไว้มั้ย ขอดูใบนัดพาสปอร์ต แล้วถึงให้เข้าไป เราไปถึงก่อนเวลา เค้าก็ให้เราเข้าก่อนนะ ไปนั่งรอคิว แล้วพอถึงเวลานัดเราเค้าก็เรียกเลย เป๊ะเฟร่อ หรือบังเอิญก็ไม่รู้นะ

เสียค่าใช้จ่ายไป 851 บาท มีแสกนลายนิ้วมือกับถ่ายรูปให้เห็นหูด้วย อุตส่าทำผมกะลาครอบไปต้องเอาผมคล้องหูอีก เสียใจ....กับทรงผมจริง ๆ

ใช้เวลาตั้งแต่เริ่มจนจบก็เกือบ ๆ ชั่วโมงรวมรอคิว

สาธุ ขอให้ได้วีซ่า single ก็เอา multiple ก็ดีมาก ๆ

ขอวีซ่าท่องเที่ยวออสเตรเลียแต่ไม่ผ่าน - Australian travel visa IMMI Refusal Notification

มีตั๋วเครื่องบินราคาถูก jetstar กรุงเทพ เมลเบิร์ล กรุงเทพ เราเลยอยากไปเที่ยว ก็ซื้อตั๋วเลยจ้า
หมื่นสี่กว่า ๆ รวมต้องซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม

ทีนี้มาขอวีซ่าท่องเที่ยวไปออสเตรเลีย ดูตามกระทู้นี้เลย
https://pantip.com/topic/33377717

ยื่นไปวันพฤหัสที่ 4 มค. ตอน 16.09 ยังไม่ได้ไปเก็บไอโอเมตริค กะว่าไปทำวันจันทร์ ปรากฏว่า วันศุกร์ที่ 5 มค. เวลา 14.38 มีอีเมลมาว่า IMMI Refusal Notification with Decision Record ห๊าาาา อัลไลกัน ยังไม่ได้ไปเก็บไบโอเมตริคก็พิจารณาวีซ่าได้เหรอ

พอวันจันทร์ เลยโทรถามสถานทูต เบอร์นี้ 021187100 เป็นระบบอัตโนมัติ สุดท้ายกด 0 ติดต่อเจ้าหน้าที่ เราก็ถามว่า ยังไม่ได้ไปเก็บไบโอเมตริค ผลวีซ่าก็ออกได้เหรอ เค้าบอกว่า ได้ และยืนยันผลตามนั้น

เราก็โอเค อย่างน้อยก็ไม่ต้องไปเสียตังค์ค่าไบโอเมตริคล่ะว้า

ในจดหมาย Refusal เค้าบอกตรง Reason for Decision ว่า
ไม่เชื่อว่าเราจะกลับไทย
หลักฐานการทำงานไม่สตรอง

ประมาณนี้

เราทำงานเป็นฟรีแลนซ์(หรือเรียกว่าเป็นเจ้าของกิจการก็ได้เนาะ อิอิ) เราวาดรูปขายทางเน็ตกับเว็บต่างประเทศ(shutterstock อะไรพวกนั้น) ไม่มีสลิปเงินเดือน ไม่มีใบลางาน มีการรับเงินผ่าน paypal แล้วค่อยโอนเงินเข้ามาในแบงค์ไทย

ตอนเรายื่นครั้งแรก เงินในบัญชีมี 13x,xxx ประมาณแสนสามกว่า เราเซฟไฟล์จากออนไลน์แบงกิ้ง แล้วแนบไป แค่นั้น ใบเดียว
หลักฐานการทำงาน เราแค่กรอกว่าเราทำงานกับ shutterstock ตอนกรอกวีซ่าแค่นั้น ไม่ได้ยื่นอะไรเพิ่มเติม

เราคิดว่าวีซ่าออสจะง่าย ๆ แต่เราก็ประเมิณผิดไป

เอาล่ะ อย่างน้อยเค้าก็บอกเหตุผลที่ปฏิเสธวีซ่าเรา และเราจะยื่นครั้งต่อไป เราจะเตรียมเอกสารให้แน่นหนาขึ้น ครั้งแรกขอแบบ multiple ไป ครั้งที่สองจะขอแบบ single ดูว่าจะได้มั้ย

Friday, September 8, 2017

รู้สึกเซ็งมาอีก - upset again

หรือว่าจะเป็นวันนั้นของเดือน หรือว่าฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง

วันนี้รอคนมาติดตั้งเครื่องซักผ้า นัดบ่ายโมง เค้ามาบ่ายสอง....เซ็งที่ 1

ระหว่างติดตั้ง เค้าเปิดมือถือดูรายการตลกไปด้วย เราก็คิดว่า ชีวิตมันชิว ๆ ดีเนอะ คิดว่าเค้าดูมีความสุขในชีวิตกันจัง แล้วเราล่ะ การที่ต้องมาติดต่อเรื่องต่อเติมบ้าน ให้เค้ามาทำนั่นนี่นู่นให้ที่บ้าน เป็นงานที่เราไม่ชอบเลย มันเหมือนต้องอยู่คนละฝั่งกับคนที่เราไปจ้างงาน แบบว่า ต้องคอยจับผิดเค้า ช่างมือดำแล้วทำกำแพงเลอะเงี้ย เราก็ไม่ชอบ ต้องดูว่าเค้าทำงานเนี้ยบมั้ย ต้องติ ต้องคอยตรวจงาน เป็นอะไรที่ไม่สนุกเลย เครียด กลัวว่าเราจะโง่รึป่าว กลัวว่าเค้าจะหลอกรึเปล่า แล้วช่างเค้ารู้จริงมั้ย อะไรเงี้ย ไม่สนุกเลย เซ็งที่ 2

ไปร้านติดตั้งครัวบิ๊วอิน ทำสัญญา ครัวนี่ก็แพงสลัด ๆ ทำอะไรนิดอะไรหน่อย ก็คิดเงิน ถ้าจะติดติดซิงค์ 800 นี่คือต้องมีท่อน้ำดีน้ำทิ้งให้ละนะ เราต้องไปหาช่างที่อื่นมาหาท่อน้ำดีท่อน้ำทิ้งในผนังให้อีก มือจับแบบตัว J อันละ 200 แล้วถ้าจะเจาะผนังก็ไม่รับประกันอีก ทำปลั๊กไฟจุดละ 500 หินสังเคราะห์สีขาวแพงกว่าหินสีดำอีก วัสดุไฮกลอสแพงกว่าพาทิเคิลเคลือบลามิเนตอีก แล้วที่เราชอบนี่แพง ๆ ทั้งนั้น จัดเต็มเป็นแสน รู้สึกหวิว ๆ เลย เราเอาบัตรเดบิตให้รูด รูดไม่ผ่านอีก บัตรหมดอายุ เอ้อนั่น เซ็ง 3 จะโอนเงิน โอนเกินครั้งละ 5 หมื่นไม่ได้อีก เสียค่าธรรมเนียม 2 รอบ เซ็ง 4

พอละ ๆ

เรื่องดี ๆ คือ เกิดมาหน้าตาดี มีรถขับ โทรศัพท์มีกล้อง รถก็สตาร์ทติดดี แอร์เย็น มีข้าวกิน มีเงินจ่ายค่าซื้อของ แค่นี้ก็ดีแล้วชีวิต

Sunday, August 13, 2017

ช่วงนี้รู้สึกเบื่อชีวิต - depress

ช่วงก่อนก่อน
เปลี่ยนยาง เพราะว่ารู้สึกว่ายางมันผิวแบบแตก ๆ แล้ว ไม่มั่นใจเวลาขับรถฝนตก

ช่วงก่อน
รู้สึกโดนตัดหางปล่อยวัด โดยการที่ต้องจ่ายค่าพรบ. ประกันรถเอง

ช่วงนี้
ต่อเติมบ้าน ใช้เงินตัวเอง รู้สึกเงินจะหมด ไม่มั่นคงเลย และต้องคิดว่าจะต่อเติมบ้าน ทำครัวทำหลังคาแบบไหน ซึ่งเป็นงานที่ไม่ชอบทำ ไม่ได้อยากจะคิดว่าจะใช้กระเบื้องลายไหนขนาดเท่าไหร่ อะไรขนาดกี่เซนติเมตร อะไรสู่งกี่เซน ท็อปเคาน์เตอร์แบบไหน หลังคาแบบไหน เสาแบบไหน เอาเสาวางตรงไหน หลังคาตรงไหนถึงตรงไหน ไม่ชอบคิดพวกนี้ แต่อยากให้มันเสร็จมาแล้วถูกใจเลย ซึ่งในความเป็นจริงเราก็คิดว่า มันจะถูกใจนั้นคงเป็นไปได้ยาก ถ้าเราไม่บอกว่าเราอยากได้อะไร

ทำฟอนต์มา 10 ฟอนต์ ขายได้รวม ๆ ทำมาสองเดือน ก็ $168.98 มันก็พอได้นะ แต่ก็ยังไม่พอใจ

ไอคอนก็รายได้ลดลง

ภาพสต็อกก็ทรง ๆ

รวม ๆ ก็เดือนละพัน แต่ก็ยังรู้สึกไม่อุ่นใจ

การมีเงินก็ไม่ได้ประกันว่าเราจะรู้สึกสงบอุ่นใจ เราจะต้องมีเงินเท่าไหร่เราถึงจะรู้สึกอุ่นใจว่ามีเงินแบ็คอัพเราอยู่ หรือจะเป็นเพราะว่า ถึงเราจะหาเงินได้เยอะ แต่พ่อเราบอกว่ ระวังไม่สบายและเงินก็จะหมดไปกับการรักษาตัว เพราะว่าเราไม่ได้เป็นข้าราชการ สิ่งนี้หรือมันอาจจะฝังเข้าไปในจิตใต้สำนึก ถ้าเราคิดว่าเราอาจจะไม่สบายแล้วเงินจะหมด มันก็อาจเกิดเหตุการณ์เราไม่สบายแล้วเงินก็หมดจริง ๆ ก็ได้ พ่อไม่น่าใส่โปรแกรมแบบนี้ให้เลย แต่ในเมื่อพ่อใส่โปรแกรมมาแล้ว เราย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว เราก็ต้องรีโปรแกรมใหม่

เราต้องผ่านช่วงเวลานี้ไป เรารู้ตัวว่าเราเศร้า เศร้าอะไรก็ไม่รู้ วันนี้ล้างจานอยู่ นึกถึงพ่อแม่ก็เศร้า เศร้าที่เราทั้งหมดมีกรรมร่วมกัน เศร้าที่พ่อแม่จะต้องมีลูกแบบนี้ ทำให้พ่อแม่ทุกข์ใจ และลูกก็ต้องมีพ่อแม่แบบนี้ ทำให้ลูกทุกข์ใจ กรรมที่เจ็บแสบที่สุดคือกรรมที่เกิดกับคนในครอบครัว เพราะมันหนีไปไหนไม่ได้ ยังไงมันก็คือคนในครอบครัว ดูสิ สังสารวัตร แต่เราก็เกิดมาแล้ว ก็ใช้ชีวิตไป หาเงินใช้ชีวิตทางโลกให้มันหมดชาตินี้ไป ระว่างทางก็ปฏิบัติธรรมไป พอตายไปก็ไปนิพพาน คิดมันก็คิดได้ แต่ความเบื่อความเศร้าความซึม มันก็จะแวะเวียนมาหาเราอยู่ร่ำไปน่ะนะ

แวะมาอัพเดทบล็อกก็เมื่อเวลาแย่ ๆ บล็อกนี้มันศูนย์รวมความคิดลบ ๆ จริง ๆ

แต่ก็ดีเมื่อได้เขียน จะได้ทบทวนความคิด จะได้ระบายความคิดออกไปบ้าง เรารู้สึกว่า ไม่มีคนฟังเรา เพื่อนไม่ฟังเรา เพื่อนฟังแล้วก็ตอบสนอง แบบไม่เข้าใจเราอะ พอเราพูด เขาก็จะบอกว่า ถ้าเป็นเขาเขาจะงั้นงี้งู้น มันก็ใช่ไง ก็ถ้าเป็นเขา เขาไม่รู้สึก เขาจะทำงั้นงี้งู้น ก็เป็นเรื่องของเขา ก็ถูกแล้ว แต่เราไม่ได้รู้สึกว่า ถูกเข้าใจ เพราะฉะนั้น ต่อไป ไม่ต้องพูดให้ใครฟังดีกว่า หรือไม่ก็ต้องเลือกคนที่จะพูดให้ฟัง

แต่สิ่งดี ๆ ของครอบครัวคือ พ่อแม่ พ่อแม่ ถ้าเราบอกให้พ่อแม่ฟัง พ่อแม่จะฟังเรา และถึงเราทะเลาะหรือรู้สึกแย่ ๆ กับพ่อแม่บางครั้ง แต่มันก็จะไม่มีทางเลิกคบหรือเลิกคุยกันแน่ ๆ เพราะยังไงเราก็คือพ่อแม่ลูกกัน แต่กับเพื่อนเราสามารถตัดขาดไปเลยก็ได้ พ่อแม่ก็ดีอย่างนี้

ถ้าทำบ้านเสร็จ ถ้าเงินเหลือ อยากไปบาหลี ไม่รู้ว่าจะไปทำไมเหมือนกัน ก็ไป ๆ มัน อยากหาอะไรใหม่ ๆ ให้ชีวิต ทำไมน้อ คน gen y มันขี้เบื่ออย่างนี้ เมื่อไหรจะเจอสิ่งที่ใช่ "my thing" อะ เราเล่าความเครียดเรื่องบ้านให้พ่อแม่ฟัง พ่อแม่ก็บอกว่า เดี๋ยวจะออกตังค์ให้ บางครั้งพ่อแม่ก็บล็อกเรา บางครั้งพ่อแม่ก็จะช่วยเรา เห้อออออ....

รู้สึกไม่ไว้ใจใครเลยอะ เราไม่สามารถฝากชีวิตหรือความรู้สึกหรือคาดหวังคนอื่นได้เลย พอไม่ไว้ใจใครก็จะรู้สึกโดดเดี่ยว แล้วเราก็จะใช้ชีวิตไปวัน ๆ มันก็แค่ตื่นมา หาอะไรกิน ไปวาดรูป ไปโยคะบ้าง กลับบ้าน ชีวิตมันแค่นี้เหรอ คนเราเกิดมาแค่นี้เหรอ เราเลยเบื่อไง แต่เราถามแม่ แม่ก็ไม่เบื่อนะ คนอื่นอาจจะไม่เบื่อ คนที่เบื่อคือคนที่มีปัญหาหรือเปล่านะ เราก็รู้ด้วยนะว่าความสุขมันอยู่ที่เรา ไม่ได้อยู่ที่คนอื่นไม่ได้อยู่ที่สิ่งของภายนอกที่จะทำให้เรามีความสุข รู้แต่ก็ไม่สามารถไปถึงความสุขนั้นได้ ข้าวก็มีกิน บ้านก็มีอยู่ เงินก็มีใช้ แล้วชีวิตยังไม่รู้สึกอุ่นใจและความสุขอีก เห้ออออ.....

รู้สึกว่าไม่มีที่อยู่ที่บ้าน ไม่มีที่นั่งทำงานหน้าคอม ต้องขึ้นไปทำบนห้อง มันบรรยากาศไม่ดีเลย มันมืด เปิดแอร์มันก็หนาว เตียงก็ยุบ มันห้องนอนอะ มันเก้าอี้ไม้แข็ง ๆ กับโต๊ะพับที่พ่อซื้อไว้ในห้อง นั่งทำงานได้ไม่ดีเลย พอลงมาข้างล่าง ก็ไม่มีโต๊ะนั่งของตัวเอง และที่บ้านก็เปิดทีวี ในทีวีก็มีแต่ข่าวแย่ ๆ แย่แบบแย่ ๆ มีแต่เรื่องชาวบ้านแบบว่าไม่รู้ซะยังจะดีกว่า รู้ไปก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นมา แต่ที่บ้านก็เปิดทีวีตลอด พอเรามาอยู่ข้างล่างเราก็ต้องฟังข่าวหรือดูภาพอะไรพวกนี้น่ะเหรอ เราก็ขึ้นไปอยู่บนห้อง บนห้องก็ไม่เวิร์คอีก แบบไม่มีที่อยู่อะ เห้ออออ......

Wednesday, June 7, 2017

ไม่มีอะไรจะบ่นเลย - nothing to complain

เริ่มบล็อกนี้จากการอยากบ่น บ่น ๆ บ่นไปในเน็ตให้คนผ่านไปผ่านมาได้อ่าน(คนที่ผ่านมาอ่าน ก็ว่างเนอะ อ่านเรื่องบ่นชาวบ้าน ฮาาาา)

พอเขียนไป ๆ ความคิดเราก็ปรับไป เปลี่ยนไป จนถึงจุดที่เข้าใจว่า บ่นไปก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น พอในชีวิตจริงเลิกบ่น ชีวิตในเน็ตก็เลิกบ่นไปด้วย เลยไม่ได้เขียนบล็อกเลย เอ้า!

ชีวิตคนเราดีขึ้นได้จากการเปลี่ยนความคิดจริง ๆ เมื่อโลกภายในเปลี่ยน โลกภายนอกก็เปลี่ยนตาม ปัญหาที่เราผ่านมันมาได้ ก็ทำให้เราเก่งขึ้น ช่วงขาลงก็ขาลงชั่วคราว ที่จริงช่วงขาขึ้นก็ขาขึ้นชั่วคราวด้วยนะ โลกเรามันก็เป็นแบบนี้แหละ ถ้าเริ่มเข้าใจสัจธรรมนี้ เราก็ไปนิพพานกันเถอะ ไม่ต้องมาเกิดกันอีกแล้ว เมื่อมีเกิดก็มีแก่เจ็บตาย มันก็วน ๆ อยู่อย่างนี้ ดังนั้น แบ่งเวลาหันหน้าหาทางธรรมกัน

ทุกวันนี้ชีวิตเรา ทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ ที่ไหนก็ได้ อยากทำเมื่อไหร่ก็ทำ อยากหยุดก็หยุด  ขายรูปออนไลน์อะนะ เอาไลฟ์สไตล์ชีวิตเป็นที่ตั้ง แล้วก็ทำไป บางอย่างในชีวิตมันก็ไม่ได้ตรงไปตรงมา พูดอธิบายยากเนอะ แต่ส่ิงที่จริงเลยคือ ทุกอย่างเริ่มจากความคิดทั้งนั้น ไปดีกั่ว บั๊ย

Stock Images

My latest images for sale at Shutterstock:

My most popular images for sale at Shutterstock: