Wednesday, April 27, 2011

เริ่มต้น - The begining

เริ่มต้นเนี่ยยากสุด
จะทำวิทยานิพนธ์ อยากจะเรียนจบแล้ว
ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน
อยากร้องไห้
ไม่รู้ว่าอะไรมันคืออะไร
วันนี้ท้อว่ะ สองสามวันมานี้ท้อมาก
โอเค เป้าหมายคือเรียนจบ
แล้วระหว่างนั้นล่ะ
อะ จะทำ proposal
โอเค รู้ละจะทำอะไร หัวข้ออะไร
แต่ไม่รู้ method จะทำยังไง
แล้วข้อมูลล่ะ

เราก็เลยเริ่มต้นจากข้อมูล
ก็ไปหาตาม public database ต่าง ๆ
แล้วไงวะ
ต้องโหลดอันไหนอะ ใช้อันไหน

รำคาญโว้ยยยย

Tuesday, April 26, 2011

สุดยิด แปลว่าอะไร

ภาษามันก็มีการพัฒนาไปเรื่อย ๆ อะนะ
คำว่าสุดยิด แปลว่าอะไร คืออะไร??

บ้างก็ว่า
สุดยอด + สุดฤทธิ์
สุดยอด + สุดฮิต

แต่จริง ๆ แล้ว สระ อิ กับ อ มันอยู่ใกล้กัน
จากสุดยอด ก็เลยพิมพ์ผิดเป็นสุดยิด
แหม มาแนวเดียวกับ เทพจิง ๆ เป็นเมพขิง ๆ เลยนะเนี่ย

ที่มาก็มาจากเว็บบอร์ดประมูล เว็บนี้นี่คุยกันได้เถื่อนดีจริง ๆ แต่ก็สามารถหาคำตอบอะไรดี ๆ ได้เยอะเหมือนกันถ้ามองข้ามตัวควายตัวเหี้ยพวกนั้นไป

นี่ภาพกระทู้ต้นเรื่อง ตั้งกระทู้ว่า สุดยิดแห่งการ์ด <-- ในเกมแร็กนาร็อก






ในกระทู้นี้ ไม่มีใครพูดถึงเรื่องการ์ดอีกเลย
มันขำ สุดยิด ตั้งแต่ คห.แรกแล้วอะ
กร๊ากกกกก

สนใจดูต่อก็ไปที่นี่

ยังมีคำว่า เหยด อีกคำนึง มันแปลว่าอะไรวะ เหยดดดดดดด เบิ้ล ด เด็ก ไว้ค่อยว่ากันวันหลัง

โอปราห์จะเลิกรายการ The Oprah Winfrey Show เหรอเนี่ย


เอาล่ะ ในที่สุดก็หาโค้ดใส่วีดีโอได้

ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่ทรงอิทธิพลมากคนหนึ่งในอเมริกา เป็นพิธีกรทำรายการทีวีอะนะ
เราก็ไม่ค่อยรู้จักหรอก รู้จักแต่ชื่อ
ก็รู้ว่าเค้ามีอิทธิพลอะ คนจะสนใจเรื่องไหนอะไรยังไง รู้จักไว้ เข้าไปดูเว็บเค้าบ้าง ก็เอาไว้ตามเทรนด์ของโลกอะนะ
ล่าสุดที่เข้าไปดู อ้าว โอปราห์จะไม่ทำรายการทีวีแล้ว ฟังภาษาอังกฤษแบบงู ๆ ปลา ๆ เสน็ก ๆ ฟิช ๆ
ให้ชัวร์ลองหาข่าวภาษาไทยดีกว่า เอ้อ เจอจริงด้วย

เราชอบ the way she act หมายความว่าชอบเวลาเค้าแสดงสีหน้าท่าทางอะไรงี้ มันดูจริงใจดี เวลาตื่นเต้น ตกใจ หรือตลก ก็หัวเราะออกมาเลย

จบละ วันนี้

Monday, April 25, 2011

Constructing

From my balcony view

Everyday...early morning.

เสียงดังแต่เช้า....

ก่อสร้าง...

เด็กร้อง....

หวังว่า สร้างเสร็จแล้วจะเป็นอะไรที่เจิดกว่านี้นะ คงไม่สร้างเป็นอะไรที่แย่ ๆ นะ

Room Photographs

Everything is still the same.
Boring life.























The End

Tuesday, April 19, 2011

บัตรประจำตัว - id card

ดูรายการคิดเล่น เห็นต่าง
แล้วเราเคยคิดเล่น ๆ บ้างไหม



เหอะ ๆ

บางทีเราก็สงสัยนะ กรอกเอกสารอะไรเนี่ย ต้องกรอกศาสนาด้วยเหรอ

มีเพื่อนเป็นตำรวจ มันสามารถเข้าไปดูข้อมูลเราได้หมดเลย เห็นรูปตอนเราถ่ายบัตรประชาชนตอนอายุ 15 ด้วย
เค้ามีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเราอย่างนี้เลยเหรอ....

มีเพื่อนทำงานแบงค์ เค้าก็สามารถเช็คได้ ว่าคนนี้ติดกยศ.หรือเปล่า อืม....

บัตรประชาชนมีไว้ทำไม

ดูด้านหลังบัตร มีแต่ติดเลขสมาชิกยืมหนัง ยืมหนังสือ ฯลฯ

เรามีบัตร ที่เป็นแถบแม่เหล็กด้านหลังน่ะ แล้วแถบแม่เหล็กมันลอก เราก็ไปที่เทศบาล แล้วบอกว่าแถบแม่เหล็กมันลอก จะทำบัตรใหม่
เจ้าหน้าที่ตอบกลับมาว่า ไม่ต้องทำหรอก มันใช้ได้อยู่
เราคิดในใจ ป๊ะ!! แล้วจะทำแถบแม่เหล็กนี่มันใช้เก็บข้อมูลอะไรรึป่าววะ

จริง ๆ นะบัตรประชาชนสำหรับประเทศเราน่ะ มันสำคัญมาก
จะไปกรุงเทพ ต้องพกบัตร เด๋วเค้าจะมาตรวจ อะไรงี้

คือ ความรู้สึกถ้าขาดบัตรนี้ไป เราจะกลายเป็นคนไร้ตัวตนไปเลย ไม่มีอะไรยืนยันว่าเราคือเรา

เราก็เพิ่งรู้ว่า ไม่ใช่ทุกประเทศ ที่มีบัตรประชาชน

เคยไปอเมกา ก็ไปทำ id card นะ มันจะเป็นของรัฐอะ รัฐ VA
เอา id card ไปเปิดบัญชีธนาคาร หรือสมัครงานอะไรงี้

แต่ก่อนหน้านั้นเคยไปอยู่รัฐ CA ก็ไม่ได้ทำ id card ของรัฐ CA นะ
จะใช้ passport กับ international student card ในการยืนยันตัวตน

เค้าน่าจะอยากได้บัตรอะไรก็ได้ ซัก 2 ใบ ที่มีรูปถ่าย จะได้ใช้ยืนยันว่าเราเป็นเรา อะไรงี้ <-- คิดเอง

มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่า ตอนอยู่อังกฤษ เค้าก็ออกไปวิ่งออกำลังกาย ก็ไม่พกบัตร ตำรวจก็เรียกตรวจบัตร เรามีสิทธิ์ที่จะไม่พกบัตร(ให้พกพาสปอร์ตติดตัวตลอดเวลานี่ก็คงเกินไป๊) ตำรวจให้ให้ใบเราไว้แล้วให้เราไปรายงานตัวกะเค้าทีหลัง อืม....นะ

ทุกวันนี้พกบัตรอะไรก็ไม่รู้มากมาย
บัตรโลตัส บัตรท็อปส์ เดอะวันการ์ด วัตสัน บัตรพวกนี้ มันน่าจะยุบรวมเหลือใบเดียว แล้วยังบัตรสะสมแต้มร้านกาแฟ นั่นนี่นู่น เยอะเกิ๊น
บัตรเอทีเอ็มอีก กรุงไทย กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ 2 ใบ ธนชาต ...กะลังคิดว่าจะไปเปิดทหารไทย เพราะกดตังค์ไม่เสียค่าธรรมเนียม กร๊ากกก บัตรเยอะ

บัตรต่อไปที่อยากมีคือ Centurion Card คงจะเท่ห์มิใช่น้อย

ปฏิบัติธรรมวัดร่ำเปิง - practice the dharma

เล่น FB ได้แช็ทกะเพื่อน เพื่อนบอกว่าจะไปปฏิบัติธรรม

เราคิดในใจ เฮ้ย ดีเหมือนกันว่ะ

ตอนแรกบอกแม่ไว้แล้วว่าจะกลับบ้าน เพราะสงกรานต์อยู่เชียงใหม่ต้องเหงา ๆ แน่ ๆ เลย กลับบ้านซะยังจะดีกว่า
แต่พอมีตัวเลือกนี้มา มันก็ท้าทายให้เราเปลี่ยนใจ

บอกเพื่อนไปว่า ขอนอนคิดคืนนึง

วันต่อมาก็โทรไปบอกแม่ว่า เปลี่ยนใจไม่กลับบ้านละ

คิดในใจ "ทำสิ่งที่แตกต่างจากที่เคยทำทุก ๆ ปีบ้าง"

มันก็ดีนะ "ลองในสิ่งที่ไม่เคยทำ จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง"

หาข้อมูลวัดร่ำเปิงเลย http://www.watrampoeng.com/
โอ๊ ฮิโซใช้ได้ มีเว็บไซต์ มีเว็บบอร์ด มีพระ+แม่ชี มาตอบเว็บบอร์ดด้วย

วันที่ 10 ไปเซอเวย์ก่อน ไปวัดเลย วันนั้นวัดมีงานพอดี ก็เลยดูวุ่นวาย แต่ก็เอาเห๊อะ อยู่ไปน่ะกะ ก็ไปซื้อสไบด้วย
อ้อ วันนี้พ่อแม่น้องมาหา เอาชุดขาวมาให้ด้วย

เรากำหนดไว้ว่าจะไป 12-16 เมษา 54
วันที่ 12 ก็ตื่นเช้าเลย กินข้าวกะเดียร์น่ารัก
ไปลงทะเบียนที่วัดตอน 7 โมง
เข้ากลุ่ม รับศีล
กินข้าวกลางวัน แล้วก็เข้าห้องพัก

มาอยู่วัด ไม่ต้องพกตังค์มาซักบาทก็ได้ เค้าให้กินข้าวเช้ากลางวันฟรี

วันแรก โคตรเซ็ง
สวดมนต์ ๆๆๆๆ นั่งมาธิ ๆๆๆๆๆ เดินจงกลม ๆๆๆๆ
แล้วก็ให้เรานั่งมาธิกะเดินจงกลมเองอีก

อ้อ มันมีเค้าเรียกว่าสอบอารมณ์ด้วยนะ
ก็ไปสอบกะพระ กะแม่ชี บอกเค้าว่า นั่งสมาธิแล้วรู้สึกยังไง อึดอัดหรือเมื่อยอะไรก็บอกไป
เดินจงกลมรู้สึกยังไง
เค้าจะให้คำแนะนำเรา

กิจวัตรประจำวันคือ ต้องมาเข้ากลุ่ม สวดมนต์ ฟังธรรม 3 เวลา ตีสี่ครึ่ง บ่ายโมง หกโมงเย็น
เวลาที่เหลือให้ กราบสติปัฏฐาน เดินจงกลม นั่งสมาธิ

คำศัพท์ นั่งมาธิ เดินจงกลม ในวัดเค้าเรียกว่า"ปฏิบัติ"

แม่ชีบอกว่า วันนึงควรปฏิบัติให้ได้อย่างต่ำ 6 ชั่วโมง

อุ๊แม่เจ้า ไม่ให้ตรูได้พักเลย

วันแรกเซ็ง เค้าเดินจงกลมกัน เราก็เดินออกมานั่งข้างนอก
พอดีไปเห็นเณรขนของจากรถเข้าร้านค้าในวัด ก็เลยไปช่วย

วันแรกปวดเมื่อยมาก ไม่รู้เมื่อยเพราะปฏิบัติหรือขนของ....- -"

นับวันกลับกันเลยทีเดียว

แต่ก็คิดว่า ในเมื่อเราตัดสินใจมาเองนี่ เค้าให้ทำอะไรก็ทำ ๆ ไป ให้ปฏิบัติก็ปฏิบัติไป
ทุกทีไม่ใช่คนอย่างนี้นะ ถ้าอันไหนไม่ถูกตรรกะเรา เราไม่ทำ นี่เค้าให้ทำก็ทำ ง่ายมะล่ะ

การมาวัด เป้าหมายคือ "มาฝึกตัวเอง มาฝึกสติ"
แม่ชีบอกว่า ไม่ต้องไปช่วยเค้ากวาดลานวัด หรืออะไร ๆ ก็ได้ เพราะเรามาฝึกตัวเอง ให้ปฏิบัติไป เห็นแก่ตัวซะบ้าง ฮาาา...

โอเค เราก็คิดในใจ งั้นก็จะนั่งมาธิเดินจงกลมอย่างนี้แหละ
ดูซิมันจะเป็นยังไง

วันแรกปฏิบติได้ซัก 2 ชั่วโมง อีกสามวันถัดมาเราทำได้วันละ 5-6 ชั่วโมง
นั่งสมาธิกับเดินจงกลมเนี่ยนะ ทำสลับ ๆ กันไป
สุดยอดไปเลยจอร์จ

และแล้วเราก็อยู่ครบเวลา
ปิดมือถือ สงบเสงี่ยม อยู่ได้
ออกวัดวันที่ 16 ตอนเช้า

ถ้าถามว่าจิตใจเป็นไงบ้าง
มันก็ดีนะ เค้าสอนเราเหมือนกะปล่อยวางอะ ตัวเรายังไม่ใช่ของเราเลย อะไรทำนองนั้น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
แล้วก็หลักของพระพุทธศาสนา ศึล สมาธิ ปัญญา

นี่ก็เป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง บุญจากการภาวนา ที่เรากำหนดสติ นั่งสมาธิเดินจงกลมเนี่ยนะ
การมาวัดครั้งนี้คงได้บุญเพิ่มหลายกองเลยอะ

ในพระพุทธศาสนา ไม่มีคำว่าบังเอิญ
เช่น ที่เรามาเจอกัน มันมีเหตุร่วมกันมา มันถึงเป็นผลให้เรามาเจอกัน
ช่วงที่อยู่วัด ก็เจอคนน่ารัก...อีกละ 55
ก็ได้แต่มอง.... มองได้ แต่อย่าชอบ เดี๋ยวมันจะเกินมากกว่าเป็นเพื่อนกัน <-- ร้องเพลงเฉย ๆ
ก็มีบุญได้แค่มอง แล้วก็จบกันไป เหอะ ๆ

พอกินข้าวกินน้ำเสร็จ ก็ต้องล้างถ้วย ล้างแก้วเอง
มีอยู่วัน เราต่อแถวล้างแก้วอยู่ ป้าคนนึงจะมาแซงคิว
ก็แซงแหละ หน้าเราพอดี ป้าคนนึ้แขนพันผ้าไว้ด้วย แขนน่านะเจ็บ
มีคนถามล้างแก้วให้ป้า แต่ป้าก็จะล้างเอง
แต่... ป้าก็แซงคิวอะ แซงคิวอ้ะ!!
เราก็เลยพูดกะป้าว่า "ป้าคะ แขนเจ็บแล้วล้างแก้วเองเนี่ย มันก็ดี แต่แซงคิวเนี่ยมันไม่ดีนะคะ"
ป้าหันมามองหน้า ปะทะสายตากันจิ๊ดนึง ...ป้าไม่พูดอะไร
เราก็เลยพูดไปอีกที "หนูว่าครั้งต่อไปป้าควรจะไปต่อแถวตามคิวนะคะ"
บรรยากาศแอบมาคุนิด ๆ.....
แล้วเราก็ล้างแก้วเสร็จ จบกันไป
เห็นป้าหลังจากนั้นก็ต่อคิวนะ เหอะ ๆ

วัดร่ำเปิงนี่ นานาชาตินะ
มีฝรั่งมาปฏิบัติธรรมด้วย ทั้งชายหญิง ฝรั่งเป็นพระเป็นชีก็มี(แม่ชีนาเดสดา) แล้วยังมีฝรั่งเป็นภิกษุณีอีก แม่เจ้า...

ถ้าใครอยากปฏิบติธรรม แบบเน้นปฏิบัติ เราคิดว่าวัดนี้เวิร์ค ระบบดี จัดการคนเยอะ ๆ ได้ดี

สุดท้าย เพื่อนบอกว่า "ชั้นก็ไม่คิดว่าแกจะมา" แตร่ว..!

Sunday, April 17, 2011

ฉันชอบศึกษาวิชาจิตวิทยา - I love to learn psychology

ใช่แล้ว!!
วันนี้ เราคิดได้ว่า เราต้องชอบจิตวิทยาแน่ ๆ เลย
เพราะเราสนใจอะไร เราก็จะหาเรื่องโยงไปทางจิตวิทยาไปหมด
เราขายของทางเน็ต เราก็ศึกษาจิตวิทยาการขาย การตั้งราคา บลา ๆๆ
เราทำเว็บไซต์ ก็ดูว่า theme สีอะไร ให้ความรู้สึกยังไง
เราศึกษาหุ้น เราก็สนใจเรื่องจิตวิทยากลุ่ม ดูกราฟ คนในตลาดจะรู้สึกยังไง

เราเองเคยเรียน psycho 100 ตัวนึง เราก็ชอบ ถึงจะอ่านหนังสือไม่ทันก็ยังได้ B+ มาอยู่เลย กร๊าก

แล้วเราก็มีหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยาหลายเล่ม
ทั้งเรื่องของการโกหก
ภาษากาย
การสร้างความประทับใจแรกพบ
มีหนังสือ why we buy ด้วย มันเป็นศาสตร์แห่งการช็อปปิ้ง ใช่ ช็อปปิ้ง การที่คนเราเดินเข้าไปในห้างร้านต่าง ๆ เดินไปทางนั้นทางนี้ คนขายจะวางสินค้าตรงไหน แล้วบนชั้นจะเรียงสินค้ายังไง จะจัดโปรโมชั่นไว้ตรงไหน หันป้ายทางไหน มันมีผลต่อยอดขายจริง ๆ นะ
พูดแล้วนึกถึงเว็บไซต์
จะเอา content แต่จะอันไปวางไว้ตรงไหน โฆษณาตรงไหนสะดุดตาที่สุด
ฯลฯ

เราซื้อหนังสือของวิน วินมายาจิตอะ รู้จักปะ

การศึกษาจิตวิทยาได้อะไร??
สำหรับเรา มันทำให้เราเข้าใจตัวเอง
คุณ ๆ เคยเป็นมั้ย เป็นอะไรก็ไม่รู้ ขนาดคุณเองยังไม่เข้าใจตัวเองเลย
นั่นไง
เราถึงต้องศึกษาจิตวิทยา เพื่อให้เข้าใจตัวเอง
เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกอย่างนี้ ทำไมถึงแสดงพฤติกรรมแบบนี้
แล้วคนอื่นล่ะ ทำไมคนอื่นทำแบบนี้ พูดแบบนี้ แล้วมีนิสัยแบบนั้นแบบนี้

อะไร ที่หล่อหลอมความเป็นตัวตนคนหนึ่งขึ้นมา

มันลึกซึ้ง

ในความเห็นเรา จิตวิทยา คือ วิทยาศาสตร์
แล้วภาควิชาจิตวิทยา ควรมาอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์ด้วย
การจะศึกษาจิตใจ มีการตั้งสมมุติฐาน มีการออกแบบการทดลอง มีการทดลอง เก็บสถิติ วิเคราะห์ แล้วก็สรุปผล
เนี่ย วิทยาศาสตร์ชัด ๆ เลย

จิตวิทยา มันแทรกซึมอยู่ในทุก ๆ ศาสตร์
การเมืองก็ใช่
ศาสนาก็ใช่
เรื่องของความเชื่ออีก....ลึกซึ้ง

เราได้อ่านกระทู้นึงในเว็บพันดริฟ เกี่ยวกับ 5 steps to tyranny ช่วงก่อนสงกรานต์นี่เอง
พอหลังสงกรานต์ กระทู้ก็โดนลบ
เพราะมันโยงไปการเมืองได้(กระทู้อยู่ในห้องวิทยาศาสตร์)

แล้วต่อมาก็มีกระทู้ตั้งว่า และแล้วกระทู้ก็โดนลบ
เราอ่าน คห. หนึ่ง ในกระทู้นี้ แล้วก็คิดได้ว่า เออ... เราต้องชอบจิตวิทยาแน่ ๆ เลย
จึงเป็นที่มาของการเขียนบล็อกในวันนี้
เอวัง ด้วยประการละฉะนี้

ปล. เราดีใจมากเลยนะ ที่เรารู้ว่าเราชอบจิตวิทยา กร๊ากกกก!!
บางคนทั้งชีวิต ไม่มีสิ่งที่ชอบ....หรือจริง ๆ แล้วเค้าไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรกันแน่ <--- ชวิ้ง...คม

Sunday, April 10, 2011

เรียนทำไม - why we study?

คำว่า study เรามีความรู้สึกว่า(รู้สึกแบบคนไทยรู้สึกอะนะ) มันคือเรียนจากสิ่งที่เค้าสอน เรียนแบบมีคนสอนอะ
ส่วนคำว่า learn เรามีความรู้สึกว่า เรียนรู้ด้วยตัวเอง แบบอยากรู้ก็เลยไปหาความรู้ ไปเรียน ไปลอง น่ะ
จบไป


ประเด็นที่อยากตั้งข้อสังเกตวันนี้คือ "เราเรียนทำไม"

สำหรับตัวเรา เราเรียนหลายอย่างนะ ตั้งแต่เด็ก ๆ มาเลย
ก็เรียน เลข การงาน สปช. สลน. กพอ. ท้องถิ่นของเรา ดนตรี ศิลปะ เลข พละ ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ <-- พูดเลข 2 ทีอะ ซ้ำ เหอะ ๆ
ไอ้พวกที่เรียนในโรงเรียนและเรียนในมหาลัยอะ เราก็เรียนไปงั้นอะ ออกแนว study

แต่มีบางอย่างที่เราอยากเรียนเอง เราขวนขวายเอง ที่มันไม่มีสอนในโรงเรียนน่ะ
เราเรียนกีตาร์คลาสสิค
เรียนภาษาเยอรมัน เคยมีคนในห้องถามว่าจะไปเยอรมันเมื่อไหร่ เราก็ตอบว่ามาเรียนเฉย ๆ ง่ะ อยากรู้ว่าภาษาเยอรมันเป็นยังไง ส่วนคนอื่นที่เรียนก็จะออกแนวว่า จะไปอยู่เยอรมัน ไปเรียนที่เยอรมัน ทำนองนั้นน่ะ
เราหาความรู้ด้านการขายของในเว็บอีเบย์ ไอออฟเฟอร์ อาลีบาบา ช่วงนั้นบ้าขายของ

หาความรู้เรื่องกาแฟ เมล็ดกาแฟ การชงกาแฟ ชิมกาแฟ เทลาเต้อาร์ท

เคยไป work&travel ได้ทำงานที่สตาบัคส์ ตอนนั้นก็แค่ชอบกินกาแฟ แต่ก่อนทำงานก็มีการเทรนงานก่อน เราก็ได้ศึกษาเรื่องกาแฟไปด้วย เราว่าระบบของสตาร์บัคส์ดีมากเลย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเครื่องดื่มต่าง ๆ แต่รวมไปถึงการเทรนพนักงานด้วย เทรนตั้งแต่ความรู้เรื่องกาแฟ การบริการ คนที่อเมริกา กินกาแฟกันมาก ๆ เลย กินกันเป็นวัฒนธรรม เช้ามาก็มาต่อแถวซื้อกาแฟ แถวยาวมาก แต่ลูกค้าก็รอกาแฟแป๊บเดียว เค้ามีการจับเวลาด้วยว่า ลูกค้าต้องรอกาแฟไม่เกินกี่นาที เราทำกาแฟมันส์มาก ฮ่า ๆ เราประทับใจระบบของสตาร์บัคส์มากเลยนะ กลับมาไทยก็นาน ๆ ไปกินที มันไม่ใช่ราคาที่เราจะเอื้อมมากินได้ทุกวันเหมือนอยู่ที่โน่นน่ะนะ

เราศึกษาการเล่นหุ้น กองทุน forex future พอมาศึกษาหุ้นก็มีเรื่องให้ศึกษาอีกมากมาย ทั้ง fundamental analysis, technical analysis เราโน้มเอียงไปทางวิเคราะห์เทคนิค มันมีอะไรหลาย ๆ อย่างในนั้น ทั้งจิตวิทยาของคนในตลาดหุ้นตอนนั้นซึ่งเกิดมาจากความโลภ ความกลัว วุ้ย ท่าจะมันส์ ตอนนี้ก็ศึกษาอยู่

เราซื้อ ukulele มาด้วย เมื่อปีที่แล้ว เราได้ดูคลิปในยูทูบอันนึง แล้วเราก็เลยอยากได้ เราเคยเห็นมันวางขายที่ร้านกีตาร์ด้วย แต่ตอนนั้นเราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เจ้าของร้านเล่นให้ดูด้วยนะ เราก็เลยหาข้อมูล ถ้าเราอยากรู้อะไรเราก็จะหาข้อมูล โลกเดี๋ยวนี้มันดีอย่างนี้ เราก็สั่งมาเลยจากเว็บอีเบย์ เพราะว่าดูราคาที่ไทยแล้ว แพงเกิ๊น เหมือนจะค้ากำไรเกินควร รึป่าว เราไม่ใช่คนขายก็พูดได้อะดิ ฮ่า ๆ พอได้ของมา เราก็เอาไปอวดเพื่อน ๆ ไม่มีใครรู้จักเลย เรานิภูมิใจเป็นยิ่งนัก ตอนแบกไปแบกมาคนนึกว่าเป็นไวโอลิน ฮ่า ๆ
เราไปเดินถนนคนเดิน เราก็พบว่า อ่าาาาา.... ถนนคนเดิน มีคนแสดงอะไรมากมาย ทั้งกีตาร์ ดนตรีคนตาบอด ร้องเพลง เต้น สีไวโอลิน แต่สิ่งที่ขาดคือ ukulele!!! แม่เจ้า แต่เราก็ไม่ได้ไปแสดงอะไรหรอกนะ ใจไม่กล้าพอจะบินเดี่ยวอะ ก็เล่นเรื่อยมา กะกีตาร์เนี่ย จนตอนนี้ฮิตไปไหนต่อไหนแล้ว
เราภูมิใจเพราะเรื่องนี้เรานำกระแสคนแถวนี้ กร๊ากกกก!!
เพื่อน ๆ เราจะซื้อ ukulele ก็มาปรึกษาเรา เออ ตอนแรกเราไม่รู้มันออกเสียงว่าไง เราก็เลยออกเสียงว่า ยูคูลีลี แต่พอหลัง ๆ คนเริ่มพูดมากขึ้น เค้าพูดว่า อูคูเลเล่ เราก็ชักต้านทานกระแสไม่ไหว เออ อูคูเลเล่ ก็อูคูเลเล่วะ
ตอนเราจะซื้อเราก็หาข้อมูลต่าง ๆ มากมาย ก็เลยพอช่วยเหลือเพื่อน ๆ ได้ว่าซื้อแบบไหน ไซส์ไหน ใช้สายอะไร วัสดุอะไร
เรานี่เยี่ยมจริง ฮ่า ๆ ถ้ารู้ว่าจะฮิตนะ จะสั่งนำเข้ามาขายกันเลยทีเดียว แต่ตอนนี้คนขายเกลื่อนแล้ว เหอะ ๆ ก็พูดไปงั้นแหละ

เราเคยจะไปเข้าชมรมดนตรีของมหาลัยด้วยนะ เพราะรู้ว่าที่นั่นมีเปียโน อยากเล่นเปียโน แต่คนในชมรมดูไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่ค่อยรับแขกเท่าไหร่ เราก็เลยช่างมันเหอะ แล้วพอมาเรียนป.โทเนี่ย ก็อยากเล่นเปียโนอีก ก็ไปเรียน เรียนได้ซักพักก็เลิก เพราะเรียนกะเพื่อนอีกคน เพื่อนไม่ค่อยว่าง ง่ะ เอาตัวเองไปผูกติดกะคนอื่นก็เป็นเช่นนี้แล...

เราอยากทำเว็บไซต์ด้วย ซักตอนมัธยมอะ เราถึงขั้นให้เพื่อนคนนึงซึ่งเก่งคอมในสมัยนั้นสอนเรา โดยเขียนลงบนกระดาษเนี่ยนะ ภาษา html อะ เจ๋งมะล่ะ ทำเว็บแล้วก็เอาไปอัพโหลดไว้ใน geocities เป็นโฮสต์ฟรีของเว็บยะฮู แต่ตอนนี้เค้าเลิกฟรีแล้วอะ เว็บเราก็คงหายไปตามนั้นอะ
ตอนหลัง ๆ ก็หัด joomla อ่านเองหมด เยี่ยมมั้ย ก็ทำเว็บมาเล่น ๆ อันนึง
ช่วงก่อนที่บ้า amazon ก็ทำเว็บเยอะโคตร ๆ แต่ใช้สคริปที่ซื้อมา ที่ทำแล้วเว็บโดนเก็บอะนะ ก็ขำ ๆ ไป ทำแล้วก็จะได้รู้ ว่า...มันไม่เหมาะกับเรา แบบปั๊มเว็บเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ เว็บ คนอื่นอาจทำได้นะ แต่เราไม่ได้อะ เรารู้สึกมันเป็นขยะ แล้วจะ manage ก็ยาก

-----------------------------------------------------------------------------

เอาล่ะ เราก็อยากทำอะไรมาหลายอย่าง
เราจะสรุปว่า ถ้าสิ่งที่เราสนใจ อยากจะทำ เราก็จะหาข้อมูล หาความรู้ แล้วศึกษาด้วยตัวเอง และไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากเลย เราคิดว่า คนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้เหมือนกัน

แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เราไม่สนใจ อ่านไป ศึกษาไป มันก็ไม่ได้ว่ะ ไม่เก็ทอะ
เคยไปนั่งสอบฟิสิกส์ แทบจะส่งกระดาษเปล่า เรื่อง แรง พื้นเอียงอะไรนั่นน่ะนะ ตอนอ่านก็เหมือนจะได้ อ่า ๆๆ แตกแรง โอ้ เอ็มจีไซเซต้า เอ็มจีคอสเซต้า งืม ๆๆ แต่พอสอบมาทำไม่ได้ ได้เกรด 1 เลยเทอมนั้น เยี่ยมมะล่ะ

=======================================

แล้วสรุปว่าเราเรียนทำไมอะ

เพื่อนบางคนก็ตอบว่า
เรียนไปงั้นแหละ เอาวุฒิ ทำงานเหมือนเดิม แค่วุฒิ ปวส. ป.ตรี ป.โท เงินเดือนก็ต่างกันแล้วอะ เออเว้ย
นี่ไง ประเทศเรา ให้ความสำคัญกับการศึกษา อย่างนี้นี่เอง
มิน่า คนจบป.ตรี ป.โท โง่ ๆ ก็มี โง่แบบคิดเองไม่เป็น แบบว่าไม่รู้จะไปหาคำตอบมาจากไหน

เราว่าเรายังฉลาดนะ ถึงไม่รู้ในสิ่งที่ถาม แต่เรารู้ว่าเราจะไปหาคำตอบได้ที่ไหน ไม่ใช่ว่าไม่รู้แล้วไม่รู้เลย ไม่รู้ มันก็ต้องมีทางที่จะรู้ได้สิ ใช่มะ อันนี้เราชมตัวเอง กร๊ากกก!!

ที่คนเรียนป.ตรี ป.โท กันทุกวันนี้ มันเป็นเหมือนค่านิยมในสังคม แบบเรียนสูง จะมั่นคง รายได้ดี อะไรอย่างงั้น แหม...ไม่อยากจะเซ่ด ถ้าเป็นมนุษย์เงินเดือนแบบโง่ ๆ ทำงานอย่างเดียว รับเงินเดือนนะ ชาตินี้ก็ไม่รวยหรอก

เราก็อยู่ในสังคมที่มีกระแสแบบนี้ ถามว่าแล้วเราเรียนไปทำไม
เราก็เรียนไปอย่างงั้นแหละ เป็นงานอดิเรก กร๊ากกก!! ตัดสินใจมาเรียนแล้วนี่ ไม่มีใครบังคับให้เขียนใบสมัครซะหน่อย ตัดสินใจเอง ก็ยอมรับในผลของการตัดสินใจนั้น แค่นั้นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม เราก็จะเป็นตัวของตัวเอง จะไม่เป็นอย่างที่ใครคาดหวัง ไม่อยากจะทำเพื่อให้ใครภูมิใจ เราจะเป็นของเราอย่างนี้ ใครจะทำไม

Tuesday, April 5, 2011

มัวแต่เล่นหุ้น

ช่วงนี้เมาหุ้น
หุ้นขึ้นไม่มีเรา
เอาทีนไปแหย่หุ้นปั่น
เอามือไปรับมีด
ขาย cut loss
ซื้อแล้วหุ้นนิ่ง
อะไรเยอะแยะไปหมด

แต่ทุนยังไม่หายนะ มีแต่กำไรที่หดลง แตร่ว...

รู้สึกว่าเสียเวลา นั่งเฝ้าหน้าจอ

เอาไงดีเนี่ย

จะปรับพอร์ตใหม่
ซื้อหุ้นที่นอนหลับสบายใจดีกว่ามั้ย

Stock Images

My latest images for sale at Shutterstock:

My most popular images for sale at Shutterstock: