Tuesday, March 30, 2010

เครดิตการ์ดสีดำ


เคยไป work&travel ที่อเมริกา ก็ทำงาน คนที่นั่นส่วนมากก็ใช้บัตรเครดิต/เดบิตกัน ไม่ว่าจะซื้อของเล็ก ๆ น้อยอย่างกาแฟราคา $2-3 ก็ใช้จ่ายผ่านบัตร เราว่าก็สะดวกดี ไม่ต้องทอนตังค์ ฮ่า ๆ
จากที่ทำงานเป็นแคชเชียร์มาก็เคยเห็นบัตรเครดิตหลายรูปแบบ แต่มีสองสามครั้งนี่แหละที่เวลารับบัตรมามันจะหนักกว่าบัตรทั่วไปที่เป็นพลาสติก มันคือบัตรเครดิตสีดำซึ่งทำด้วยโลหะ มันก็เลยหนัก ซึ่งมันดูจะ Super VIP มาก ๆ วันนี้ก็เลยไปหาข้อมูลมา บัตรนี้เป็นบัตรของ American express เรียกว่า Centurion Card แล้วทำยังไงถึงจะได้มาล่ะ
1. บัตรนี้ไม่สามารถสมัครด้วยตัวเองได้ ต้องถูกเชิญเท่านั้น แบบว่า เค้าก็มีข้อกำหนดหลาย ๆ อย่างที่จะดูว่าจะเชิญใครมาใช้บัตรนี้ แน่นอนว่าถ้าใช้จ่ายเยอะ ๆ ก็มีอาจสิทธิ์ถูกเชิญ แต่ก็ดูพฤติกรรมการใช้เงินเราหลาย ๆ อย่างด้วยนะ ที่ไปเซิชมา เค้าบอกว่าใช้จ่าย $250,000 ต่อปี ก็อาจถูกเชิญ แหม คิดเป็นเงินไทยก็ 7 ล้านฝ่า ๆ เอ๊งงง...
2. ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายตอนแรกเข้าคือ $5,000 อื่ม...นะ เหมือนกับว่าเราไปสมัครสมาชิกน่ะ แล้วเค้าก็จะมีกิจกรรมแบบ exclusive ม๊ากมาก สำหรับผู้ถือการ์ดนี้โดยเฉพาะ หรือจะได้รับบริการอย่างดีเยี่ยมยอดเป็นการส่วนบุคคลน่ะ
3. ค่าธรรมเนียมรายปี $2,500 อะนะ โอ่ว แน่นอน เราได้รับการบริการอย่างสุดพิเศษ เราก็ต้องจ่ายอย่างพิเศษด้วย คือถ้าใครได้ถือบัตรนี้ ค่าธรรมเนียมแค่นี้ก็จิ๊บ ๆ น่ะ

คนที่จะถูกเชิญนี่คงต้องเป็นคนแบบว่า เดินทางรอบโลก ใช้จ่ายนู่นนี่นั่น ซื้อของขวัญ กินอาหาร แบบสุดพิเศษน่ะ อย่างเรานี่ก็คงเดบิตธรรมดา
เมืองไทยตอนนี้บัตร ATM เริ่มจะไม่ค่อยมีละ แต่ละธนาคารก็มักจะเริ่มด้วยบัตรเดบิตเลย เพราะว่าจะใช้แบบกดเงินจากตู้ก็ได้หรือจะใช้รูดแบบบัตรเครดิตก็ได้ แต่ไม่ได้แต้มและคะแนนแบบบัตรเครดิตฟ่ะ

อยากรู้ว่าเมืองไทยจะมีคนที่มีบัตรแบบนี้กี่คน 55
ปล. รู้สึกว่าของพ่อเราจะเป็นบัตรแพลททินั่มของ ktc รึป่าว ไม่แน่ใจ

Monday, March 29, 2010

งานเข้า

การที่เราทำอะไรซ้ำ ๆ กันนาน ๆ มันจะกลายเป็นความเคยชิน
ไม่ทำอะไรนาน ๆ พอมาทำอะไรมันจะแปลก ๆ
ขี่มอไซค์ด้วยความเร็ว 80 km/h นาน ๆ พอลดลงเหลือ 60 km/h ยังรู้สึกว่าช้าเลย ทั้ง ๆ ที่เมื่อเริ่มจา 0 มา 60 นี่มันเก็เร็วแล้วนะ เราเคยขี่ถึง 100 km/h นะ รู้สึกว่าเร็วมาก เหมือนรถจะปลิวเลยอะ คิดว่าถ้าสะดุดก้อนหินนี่คงจะ......นะ

ชีวิตเรา....วันนี้งานเข้า














ทำไมไม่ไปเข้าร่วมการประชุม
1. ไม่มีผลงานไปนำเสนอ
2. จากข้อ 1 ส่งผลให้ไม่รู้จะไปทำไม ถ้าไปฟังเฉย ๆ ไม่อยากไป ขี้เกียจเดินทาง
ก็เลยต้องเขียนรายงานว่าทำไมไม่ไปเข้าร่วม
เป็นงานที่ไม่ควรจะเข้า แต่มันก็เข้า เราอยากให้เค้าตัดเราออกจากทุนไปเลย ไม่อยากทำโปรเจคจบแล้ว ไม่อยากชดใช้ทุนสองเท่าด้วย เราท้อแท้สุด ๆ เลย เราทำไม่ได้อะ เราคงไม่เหมาะกับการเรียนอันนี้
คนอื่นอาจจะมองว่า อีกนิดเดียวเอง เราก็เข้าใจ แต่ละคนก็มีเหตุผลของตัวเอง คนอย่างเรา นิสัยอย่างเรา มันก็เป็นแบบเนี้ย
นี่ถ้าไม่ติดเรื่องทุนที่รับมา(ส่วนหนึ่งที่รับทุนนี้มาเพราะว่าอ.ยุให้เอาด้วย ปกติเราก็ไม่เอาหรอกนะ ทุนที่มีข้อผูกมัดน่ะ) ถ้าเราลาออก เราต้องจ่าย 6xx,xxx บาท ซึ่งนั่นเป็นเงินที่ถอยรถใหม่ได้ 1 คันเชียวนะ อารมณ์ว่ากลืนไม่เข้า คายไม่ออก no chance of winning or succeeding
ถ้าโลกนี้มีโดเรมอนจริง ๆ ก็ดีน่ะสิ จะได้งัดเอาของวิเศษมาช่วยเราน่ะ T_T

วันนี้เราก็พยายามตั้งใจอ่านเปเปอร์นะ แต่แม่งขอโทษเหอะ ประโยคมันช่างซับซ้อนเหลือเกิน ประโยคนึงนี่แหม which of and but , hence thus so ฯลฯ ประโยคแบบ complex นี่ก็คงสวยงามตามภาษาศาสตร์อะนะ แต่ตรูอ่านไม่รู้เรื่องฟ่ะ ต้องใช้ความพยายามมาก ๆ ประโยคหนึ่งจะยาว 2-3 บรรทัด อ้อ เราเคยเจอ abstract นะ เค้าเขียนได้ภายใน 1 ประโยค สุโค่ยจริง ๆ -/|\-
สุดท้ายเรื่องก็จบลงบนเตียงนอน คร่อก!!!

สรุปว่าทุกคนก็มีปัญหากันทั้งนั้น

Saturday, March 27, 2010

เสียงหัวเราะแต่ละชาติ

ต้นเหตุ
เริ่มด้วยดูยูทูบ อ่านคอมเมนท์หลาย ๆ อันจะมี jajaja ก็เลยงง แบบว่าเจอบ่อย มาวันนี้ก็เลยเซิชมันซะเลย ไปเจอกระทู้ของพันทิป(pantip) เราก็เอามาสรุปได้ประมาณนี้

ภาษาอังกฤษ - lol = laugh out loud หัวเราะดัง ๆ
rofl = Rolling on floor laughing ขำมาก จนต้องไปกลิ้งกับพื้นเลยทีเดียวเชียว
lmao = Laugh my ass off ขำขี้แตกขี้แตน รึป่าววะ??
โอ้วมีอีกหลายอย่างไปเซิชดูเองละกัน

jajaja - ที่แท้มันเป็นเสียงหัวเราะ ถ้าภาษาสแปนิช(แถบอเมริกาใต้) j จะออกเสียง h หรือ ฮ มันก็เลยเหมือน hahaha
แต่อ่านดูบางอันไอ่ jajaja นี่ก็แปลว่า yesyesyes หรือ yeahyeahyeah ได้เหมือนกัน
บางทีจะพิมพ์ว่า jejejeje ก็หัวเราะได้เหมือนกัน

ไทย - 555 หรือ 5555555555+ มันออกเสียงว่า ห้าห้าห้า = ฮ่าฮ่าฮ่า

ญี่ปุ่น - wwwww = Warau(แปลว่าหัวเราะ) ออกเสียง ฮาฮาฮา เพราะมันเหมือนตัว ハハハของญี่ปุ่นเขียนติด ๆ กันน่ะ ปล.ไม่จำกัดจำนวนตัวดับเบิ้ลยู ฮามากก็ใส่มาก
หรือจะ 2828 ก็ได้ อ่านว่า นิฮะนิฮะ
หรือ 2888 อ่านว่า นิฮะฮะฮะ

จีน - xixi จะหัวเราะว่า อิอิ
222222 หัวเราะว่า เอ้อ ๆๆๆๆๆ
แต่ถ้าดันไปหัวเราะ 5555 ในจีน เค้าจะแปลว่าร้องไห้ เอ๊อ เอากะมันสิ

มองโกเลีย - kkkkkkkk อ่านว่ายังไงไม่รู้

อินโดนีเซีย - wakakak (อารมณ์ว่า วะฮะฮ่า)

เกาหลี
ㅎㅎㅎ ฮ่า ฮ่า
ㅋㅋㅋ คิ คิ
ㅂㅂ บ๊าย บาย
ㄴㄴโน โน (ไม่ใช่)
ㅇㅇอืม (ใช่,เห็นด้วย)
ㅎㅇไฮ (Hi)
ㅉㅉㅉ (เวลารู้สึกรับไม่ค่อยได้ อารมณ์ประมาณ จิ๊ปากของคนไทย) <-- จุ๊ ๆ รึเปล่า??

สากล - แบว่าถ้าจะให้ชัวร์ ๆ ก็ "hahaha" ไปเลย ใคร ๆ ก็หัวเราะฮาฮาฮากันทั้งนั้น 555

------------------------------------------------------------------------------------------------
นี่ยังมีอีโมติคอนอีกนะ
ฝรั่งจะดูเอียง ๆ ส่วนบ้านเราจะดูตรง ๆ เช่น
หน้ายิ้มน่ะ
ของฝรั่งจะเป็น :) หรือไม่ก็ :-)
ของฝั่งเราก็จะเป็น ^^ หรือ ^_^

ขยิบตา
ของฝรั่งจะเป็น ;) หรือ ;-)
ของเราจะเป็น ^_~

อะไรอย่างนั้น ใครมีหัวเราะอะไรเพิ่มเติม คอมเมนท์ไว้ได้เลยนะ 555

Saturday, March 13, 2010

Sony Memory Stick Error C:13:01 Fixed ซ่อมได้ว่ะ

กล้องเรา โซนี่ DSC-P73 ซื้อมาประมาณ 6 ปีละ หลัง ๆ เริ่มมีข้อความขึ้นว่า Memory Stick Error C:13:01 ตอนแรก ๆ ขึ้น ก็ถอด MS ออกแล้วก็ใส่เข้าไปใหม่ ถอด ๆ ใส่ ๆ มันก็หาย ตอนหลัง ๆ มันชักเป็นหนัก อาจจะเป็นเพราะว่าเราพกกล้องในกระเป๋าไปไหนมาไหน มันอาจจะกระเทือนก็ได้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ข้างในมันน่าจะเป็นอะไรซักอย่าง พอกล้องมันขึ้น C:13:01 อีก ก็ตบเบา ๆ เดี๋ยวมันก็ดี แต่ว่าล่าสุดนี่ ทำยังไงก็ไม่หาย ไปเซิชดู ก็มีคนบอกให้ฟอร์แม็ต MS อย่างงู้นอย่างงี้ เราลองมาหมดละ

เราซื้อ MS อันใหม่มาลองใส่มันก็ยังไม่ดี มีความเป็นไปได้ว่าเสียที่กล้องมากกว่าเสียที่ MS

1. เช็ด ๆ ทองเหลืองที่ตัว MS น่ะ เอาผ้าแหย่เข้าไป บางคนบอกว่าใช้ยางลบ เอ้า ก็ลองดู
2. ฟอร์แม็ต MS ในคอม เลือกเป็น FAT 32 เลือกนู่นนี่นั่น ลองทุกอย่างแล้ว อ่อ กล้องเรามันก็เข้าโหมด Format MS ในกล้องไม่ได้ด้วย

ไปเจอเว็บนี้เข้า http://batteringram.org/misc/f707repair/

เค้าก็บอกว่า ทำยังไงก็ไม่ได้ผล อาจเป็นเพราะว่าสายไฟข้างในมันอาจจะมีปัญหา คือบางทีเราตบ ๆ ถ้ามันเข้าล็อก มันก็ดี อะไรงี้น่ะ เค้าก็เลยลองแกะกล้องออกมาแล้วก็เสียบสายอะไรต่าง ๆ นานาใหม่ กล้องของเค้ากับของเราคนละรุ่นกันนะ แต่เราก็เอาวะ แกะก็แกะ

เป้าหมายของการแกะคือ ไปถอดสายไฟที่ สล็อตของ memory stick แล้วเสียบสายนั้นใหม่ แค่นั้น เพราะเราคาดเดาว่า สายมันอาจจะเสียบไม่ดี

แต่ก่อนที่จะไปถึงตรง slot นั้น ก็อาจจะต้องถอดสายอื่น ๆ อีกมากมาย ทั่นก็จำไว้ด้วยว่าทั่นถอดอะไรบ้างแล้วก็เสียบกลับให้เหมือนเดิมนะจ๊ะ

เริ่มเลย
เตรียมอุปกรณ์ ไขควงแฉก
















ก็เปิดคอมดูเว็บคุณคนนั้นไปด้วย อ่าน ๆ ดูวิธีน่ะ รูปอะไรข้างในมันก็ไม่เหมือนกัน เราก็อาศัยมั่วเอา อันไหนดึงได้ก็ดึง กว๊ากกกก 555















เอาถ่านกับเมโมรี่สติ๊กออกก่อน เห็นว่ามีน็อตอยู่ 2 ตัว ไขออกเลย(ในรูปไขออกไปตัวนึงแล้ว) กล้องรุ่นเรามีน็อตอยู่รอบ ๆ รวม 5 ตัว จำไว้ด้วย หาทีวางน็อตดี ๆ เดี่ยวตอนประกอบกลับมันจะไม่ครบ















แงะครับพี่น้อง ค่อย ๆ แงะ มันจะมีแผ่นเชื่อมกับหน้าจอ CCD ก็ดึงออกเลย ค่อย ๆ ดูด้วยว่ากลไกการเสียบของมันเป็นไง ของเรามันมีตัวล็อกด้วยนะ















ข้างในก็ต้องแกะน็อตอีกสี่ห้าตัว ก็แกะ ๆ ไปให้ถึง slot ใส่ MS น่ะ ค่อย ๆ แกะ ไป ดึงไป















ไม่พูดพร่ำทำเพลง เราดูในเว็บเค้าแล้วมันไม่เหมือน เราก็แกะของเราเองงี้เลย ตรงสล็อตที่ให้ใส่เมโมรี่สติ๊ก มันจะมีสายมาเสียบกับอะไรซักอย่างน่ะ ดึงสายออกมา แล้วก็เช็ด ๆ นิดนึง(เราคิดว่าเช็ดแล้วมันสะอาดขึ้น มันก็น่าจะดีขึ้น มั้ง 555) อะ ดึงออกแล้วก็เสียบกลับที่เดิม เนี่ย แกะ ๆ มาเพื่ออันนี้แหละ แล้วก็ประกอบกลับ ก่อนหน้านั้นดึงสายไฟ สายอะไรออก ก็เสียบให้เหมือนเดิม ขันน็อตทั้งในกล้องและข้างนอกให้เหมือนเดิม แล้วเปิดกล้องดู ถ้าใช้ได้ แสดงว่าระบบไฟดีแล้ว แล้วก็ตั้งวันที่เวลาใหม่ ทีนี้ก็ลองใส่ MS เข้าไปดู ของเราพอใส่เข้าไปแล้วก็ขึ้น error เหมือนเดิม อ่าว C:13:01 ยังอยู่ แต่เราลองไปที่เมนู SETUP อ้าว ทีนี้มันให้เลือกฟอร์แม็ต MS ได้ เราก็เลยฟอร์แมตมันซะเลย มันก็ดี 555 สะใจโก๋ อ้อ ที่เราลองนี่เป็นเมมอันใหม่ที่ซื้อมา(1GB) เราก็เลยเอาเมมอันเก่า(64MB)ใส่เข้าไป มันก็ขึ้น error อีก แล้วเราก็เข้าไปที่เซ็ทอัพ ไป format มันก็ให้เลือกฟอร์แม็ตได้ แล้วมันก็ใช้ได้ สรุปว่า ใช้ MS ได้ทั้งสองอัน เย่ ๆ

ก็ขอภาวนาให้กล้องดีไปอีกนาน ๆ

สิ่งที่ควรทำ
1. เวลาจะฟอร์แมตเมมการ์ด ให้ฟอแมตในกล้องเท่านั้น ห้ามเอาเมมมาเสียบคอมแล้วฟอแมต
มันเป็นเรื่องของโปรแกรมฟอแมตในกล้องกับในคอมมันต่างกัน ประมาณนั้น
2. เวลาจะเอารูปออกจากเมม ให้ใช้คำสั่งก๊อปปี้(copy) ห้ามคัท(cut)

จบข่าว

Sunday, March 7, 2010

บทบาทของอาจารย์กับนักศึกษา

มันสมควรจะเป็นอะไรดีคะทั่นผู้ชม

ครู vs ลูกศิษย์
เรือจ้าง vs ลูกค้า
พนักงาน vs ลูกค้า

คุณ ๆ ว่าเราเป็นลูกค้าของมหาวิทยาลัยมั้ย? เราจ่ายเงินมาเรียนนะเนี่ย ควรจะได้รับการบริการทีดีมั้ย?
ถ้าเป็นระบบทุนนิยมก็คงจะมองว่ามหาวิทยาลัยเป็นองค์กร องค์กรหนึ่ง มีพนักงานซึ่งก็คืออาจารย์ ประกอบการก็คือขายความรู้และใบปริญญาให้ลูกค้าอย่างเรา สิ่งที่ขับเคลื่อนระบบนี้ก็คือเงิน
ถ้าเป็นระบบอุปถัมภ์ก็มองว่า อ.คือผู้มีพระคุณอันใหญ่หลวงที่ช่วยประสิทประสาทวิชาความรู้ให้เรา สิ่งที่ขับเคลื่อนระบบนี้ก็คือหัวใจ ซึ่งก็คือความรู้สึกซาบซึ้งบุญคุณต่าง ๆ

ระบบอุปถัมภ์ก็ดีนะ แต่เราไม่ชอบ

ตั้งแต่เรียนมาเนี่ย ไม่เคยสนิทกับอ.คนไหนซักคน
ตอนประถม
ครูผู้หญิง แก่ ๆ ครูนี้โคตรดุ ดุเหี้ย ๆ ดุไม่มีสาเหตุ ดุอยู่แล้ว จะดุอะไรกันนักหนา แม่บอกว่า สมัยที่แม่เรียนครูก็ดุอย่างนี้ เลยโดนกระสุนปริศนา ครูตาย คนในโรงเรียนก็ร้องไห้เสียใจกัน แต่แม่กลับไม่มีความรู้สึกสงสารหรือเสียใจอะไรเลย เพราะว่าไม่เคยมีความรู้สึกดี ๆ ให้ครูคนนี้เลย โอ่ววว...เป็นมาตั้งแต่รุ่นแม่ แต่พอแม่มาเรียนพยาบาล อ.พยาบาลก็เป็นคนที่เข้าใจจิตใจของมนุษย์ดี ไม่ดุ คือเค้าจะรู้เรื่องจิตเวชอะไรอย่างนี้น่ะ แล้วก็จะใจดี ทำให้ นศ. ก็รักอาจารย์น่ะ

ตอนมัธยม ก็ โซ ๆ งั้น ๆ จำชื่อ อ.ไม่ค่อยจะได้ละ ไม่สนิทอะ

ตอนหมาวิทยาลัย(ป.ตรี)
ก็เรียน ๆ ไป๊ ไม่มีเรียนก็กลับหอมานอน อ.ที่ปรึกษาเป็นแค่คนเอารหัสผ่านลงทะเบียนมาให้ กับเซ็นตังค์เบิกเงินทุน เราว่าอ.ที่ภาคเราก็สอนดีนะ อาจเป็นเพราะว่าเป็นภาควิชาที่เปิดมานานแล้ว สาขานี้ก็มีมานาน แหล่งความรู้+หนังสือเยอะ สิ่งต่าง ๆ ที่อ.สอนก็เหมือน ๆ เดิม อ.เรียนจบนอก อ.เคยเป็นนศ. ไปเรียนต่อก็กลับมาสอนอีก สมัยนี้ต้องใช้คำว่า เป๊ะ!
เรียนจบมาได้

เฮ้อ...เรานี่ก็บ่นอยู่ได้ นี่ต้องรู้จักคิดบวกซะมั่งนะเนี่ย พอก่อน ๆ

เพื่อน ๆ เรา เบื่อ ๆ กันทั้งนั้น

เช็คเรตติ้งใน FB ซักหน่อย อย่างน้อยก็รู้ว่า ยังมีคนสนใจเราบ้าง

เดี๋ยวนี้เด็กไทยเป็นแบบนี้กัน



















อย่างน้อยก็รู้สึกดี ว่ามีคนรู้สึกเหมือนเรา แต่มันไม่ดีที่ว่า มันเบื่อเหมือนกันน่ะดิ ชีวิตไม่มีความสุข ความล่มจมของประเทศชาติใกล้มาถึงแล้ว โอ่วววว...ขั้นนั้น

เมื่อไหร่จะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากของชีวิตนี้ไปได้ซักที

อยากให้อ.หมาลัย เอ๊ย มหาลัยไปเรียนจิตวิทยาการสอนทุกคนเลย โดยเฉพาะพวกที่สอนไม่รู้เรื่องนั่นน่ะ ประเมินอ.ไปก็เท่านั้น ทั่นทั้งหลายก็เหมือนเดิม ไม่แคร์สื่อ

ปล. ช่วงนี้ตอนกลางวันร้อนมาก กลัวตับแตกจังเลย

Thursday, March 4, 2010

เกิดมาจิ้มคอมไปวัน ๆ

จิ้ม ๆ เขี่ย ๆ ทัชแพด

ชีวิตมันถึงไม่เจริญไง

เมื่อไหร่จะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากของชีวิตนี้ไปได้

สมเพชตัวเอง แต่ก็ไม่ทำอะไร

Tuesday, March 2, 2010

ไม่รู้จะเดินไปทางไหน

ดิฉันเรียนป.โทอยู่ค่ะ คอร์สเวิร์คจบหมดแล้วได้เกรด 3.26 เหลือสิ่งที่ยากที่สุดในตอนนี้ก็คือตัวจบค่ะ
ไม่รู้ว่าตัดสินใจถูกหรือเปล่าที่มาเรียนที่นี่ และเรียนสาขานี้
เหลืออะไรอะ

เหลือแค่ทำให้มันจบ

แต่ตอนนี้ทำยังไม่ได้ค่ะ คือไม่รู้จะพูดยังไง มาเขียนบล็อกนี้ก็หวังว่าจะได้ระบายหรือได้รวบรวมความคิดความรู้สึกต่าง ๆ ไว้

ยังไงต่อดีล่ะ บางทีคนเราสับสนเพราะว่าไม่รู้ว่าจะเริ่มทำอะไรก่อนดี ปัญหามันมีมากมายไปหมดเลย เมื่อไหร่จะผ่านช่วงเวลาตรงนี้ได้นะ

ไม่มีความมั่นใจเลย ไม่มีเพื่อนที่คอยช่วย

เวลานี้ ชีวิตดิฉัน จมอยู่กับโลกอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นโลกที่เราฝันอยากไปที่ไหน อยากทำอะไร อยากรู้อะไร มันหาได้ในนี้ แต่...มันก็ไม่เติมเต็ม เพราะ มันไม่ใช่ชีวิตจริง ๆ เราต้องการคุยกับคนจริง ๆ ใช้ชีวิตทำกิจกรรมต่าง ๆ จริง ๆ

แต่ในโลกความจริงของดิฉัน มันไม่มีใคร

ดิฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ไม่มีประโยชน์ ไม่มีความฝัน ไม่มีความหวัง ไม่รู้ว่าจะทำอาชีพอะไร

ทำอาชีพอะไร...เป็นคำถามที่ถูกถามมา ตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก ครูชอบให้เขียนเรียงความ
ที่เขียน ๆ ไปก็จะเป็น
1. หมอ, แพทย์
2. พยาบาล
3. นักวิทยาศาสตร์
แต่ในความรู้สึกจริง ๆ นั้น ดิฉันไม่รู้ว่าอยากจะเป็นอะไรหรอกค่ะ แค่เขียน ๆ ไปให้มันมีส่ง เป็นหมอก็รักษาคนไข้ ได้บุญ บลา บลา บลา เป็นนักวิทยศาสตร์ คนก็ถามว่า วิจัยฝุ่นเหรอไง เออนั่นดิ ทำไมต้องวิจัยฝุ่นด้วย

ดิฉันว่าดิฉันอาจจะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตายก็ได้นะคะ แต่ตอนนี้คงยังไม่ถึงขั้นนั้น
ตอนนี้ซึมเศร้า
เบื่อ ไม่รู้จะทำอะไร จะอ่านหนังสือ จะอ่านทำไม จะทำทำไม ไม่ได้อยากจะอ่านหรอกนะ ถ้าไม่เกี่ยวกับตัวจบ แล้วที่อ่านก็ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวกับตัวจบหรือเปล่าด้วย ไม่รู้จะเริ่มยังไง

ดิฉันอยากจะบ่นอ.ที่ปรึกษาด้วยค่ะ แต่ถ้าบ่นไปคนอื่นก็อาจจะบอกว่า ไปว่าเค้าอย่างเดียวไม่ได้หรอก บลา บลา บลา ไม่ว่าเรื่องอะไรในโลกนี้ คนอื่นไม่ผิด ผิดที่กูคนเดียว เหรอคะ

สมมุติว่า อ.ที่ปรึกษาห่วย ห่วยจริง แต่ว่าเราต้องมองในแง่บวกเหรอคะ

ดิฉันเป็นลูกค้าของมหาวิทยาลัย ดิฉันน่าจะได้รับการบริการที่ดีกว่านี้นะคะ เอาแบบว่าบริการเหนือความคาดหมายไปเลย จะดีมากค่ะ ดิฉันก็จ่ายเงินเรียนนะคะ ไม่ได้มาเรียนฟรี ๆ

เรื่องเรียนนี่ก็ทำให้เครียดได้จริง ๆ ค่ะ คอนเฟิร์ม

ใครถามเรื่องเรียนนี่ไม่อยากจะคุยต่อเลยค่ะ

พอก่อนเรื่องเรียน

ตอนนี้ดิฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าค่ะ ไม่มีประโยชน์กับใคร รู้สึกว่าตัวเองโง๊โง่อีกแล้ว คือว่าอยู่ในวงการวิชาการที่ต้องแข่งขันกันสูง แต่เราไม่มีความสามารถที่จะไปแข่งขันกับคนอื่น คนอื่นที่มีความสามารถอาจจะสนุกที่ได้แข่งขันกัน โอ้ว ออกเปเปอร์ โอ้วเปเปอร์มีอิมแพ็กแฟ็กเตอร์สูง โอ้ว มีไซท์เทชั่นเยอะ โอ้ว เดี๋ยวก็ ผศ. แล้วก็ รศ. แล้วก็ ศ. โอ้วววววว....

คือตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองสามารถทำงานได้แค่งานง่าย ๆ ใช้แรง ไม่ต้องใช้สมองค่ะ ให้ไปทำอะไรก็ได้ที่เป็นงานซ้ำ ๆ กันทุกวัน ไม่ต้องมีการต่อเนื่อง ทำงานจบไปเป็นวัน ๆ ไม่ต้องเอางานกลับมาคิดที่บ้าน แค่นี้แหละ รู้สึกว่าทำได้

อยากเป็น
พนักงานทำความสะอาด
คนขายกาแฟ
เชฟ
พนักงานสต๊อกของตามซุปเปอร์มาร์เก็ต
อะไรประมาณนี้ รู้สึกว่าจะคุมงานเหล่านี้อยู่

แต่เรื่องเรียนนี่รู้สึกว่าคุมมันไม่ได้จริง ๆ
เมื่อกี๊ลองดู พิมพ์ดีดภาษาไทยได้ 56 คำ/นาที <-- พิมพ์ใน word จับเวลา แล้วนับจำนวนคำเอา
ภาษาอังกฤษ 34 คำ/นาที เว็บนี้คลิก
ก็ถือว่าไม่น้อยหน้าใคร อันนี้เราพอใจ 555

เฮ้อววววว กลางคืนอีกแล้ว เมื่อไหร่จะเช้า

Stock Images

My latest images for sale at Shutterstock:

My most popular images for sale at Shutterstock: