Sunday, June 21, 2015

ไปออดิชันเดอะวอยซ์มา - went to audition the voice thailand

ไม่พูดถึงไม่ได้นะเรื่องนี้ เราไปออดิชันเดอะวอยซ์มา! ไม่คิดว่าจะไปมาก่อน แต่มันเป็นเรื่องของจังหวะ ก็เลยไป

ช่วงนี้ก็เรียนร้องเพลงอยู่พอดี แล้วครูก็สนับสนุนให้คนในห้องไปหาประสบการณ์ คนที่เรียนร้องเพลงด้วยกันก็ไปกันเกือบหมด เราก็เลยต้องไปด้วย เดี๋ยวจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง

การจัดการเค้าเป็นระบบมากเลย ไม่มีวุ่นวาย ทีมงานดีมาก ๆ ไปสมัครวันศุกร์ ได้คิวร้องวันอาทิตย์ตอนสิบเอ็ดโมง

แต่ก็เป็นเรื่องของจังหวะอีกนั่นแหละที่เราก็ดันไม่สบายพอดี เป็นหลอดลมอักเสบ ทำให้ไอ และมีน้ำมูกมีเสลดอยู่ลึก ๆ วันก่อนออดิชันก็กินยาแต่ก็เป็นยาปฏิชีวนะ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ ไม่ได้ติดเชื้อแบคทีเรีย น้ำมูกไรงี้ก็ยังใสอยู่ แล้วก็กินน้ำส้ม(ช่วยได้มั้ยวะ) พอวันอาทิตย์ก็อัดฟิชเช่อแมนส์เฟรน ก่อนเข้าห้องนี่เคี้ยวเลย 1 เม็ด

เวลาสำคัญ ได้เข้าห้องไป แนะนำตัว สวัสดีค่ะ บลา ๆๆๆ เลือกโค้ชก้องค่ะ แล้วเค้าก็บอกให้ร้องเลย เราก็ใส่เลย "แหละหนึ่งในน้านอาอ้านนน ก่อคือเธอคนนี้...อีอี๊....." พอค่ะ! 8วิ! สวย ๆ ค่ะ เค้ามีการถามตามหลังมาด้วยนะ ว่าไม่สบายเหรอ แสดงว่าเค้าก็ฟังออกอยู่นะ เราก็บอกเค้าว่าเราไม่สบาย

เสร็จแล้วก็ออกมา ง่ายมากเลย ถือว่าครั้งนี้เราควบคุมตัวเองได้ดี ไม่ตื่นเต้นจนเกินไป แนะนำตัวก็ดีตามที่ซ้อมมาหน้ากระจก 555 ร้องเพลงซ้อมไว้ 30 วิ ได้ร้อง 8 วิ ก็โอเค การไปออดิชันเดอะว๊อยซ์ครั้งนี้ เป็นการทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เป็นการก้าวออกจาก comfort zone อีกครั้ง

สิ่งที่ได้อีกอย่างก็คือ ตั้งแต่กรอกใบสมัครละ เค้าถามว่า สิ่งที่แปลกหรือน่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตของคุณคืออะไร สิ่งที่คุณภูมิใจมากที่สุดในชีวิต ฯลฯ คำถามเหล่านี้ ทำให้เราได้มาพิจารณาตัวเอง สิ่งที่น่าตื่นเต้นเหรอ สิ่งที่แปลกเหรอ อะไรดีนะ ชีวิตเราดูธรรมดามากเลย คิดคำตอบไม่ออก สิ่งที่เราตื่นเต้น มันดูเป็นสิ่งธรรมดาสำหรับคนอื่น สิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับเราคือการได้ไปทำงานกรุงเทพฯพร้อมกับเปิดร้านกาแฟที่เชียงใหม่ สิ่งที่เราภูมิใจ เราตอบว่า ได้คะแนนโทอิค 800 คะแนน อันนี้ภูมิใจจริง เกร๋ ๆ

It's me! I've done it, yay!
ขอบคุณสำหรับการได้ไปออดิชันครั้งนี้

Monday, June 1, 2015

ครบรอบ - anniversary

ครบรอบน่ะสิ ว้าย ๆๆๆ ครบรอบอะไร ไม่ใช่วันนี้ พรุ่งนี้(นี่ก็เพิ่งรู้ตัว) ครบรอบ 1 ปีที่เปิดร้านกาแฟมา หนึ่งปีผ่านไป ดีใจมั้ย มันก่อดี๊ ได้เห็น ได้เรียนรู้อะไรมากมาย

1. ทำร้านกาแฟที่เชียงใหม่ ทำงานประจำอยู่กรุงเทพฯ กลับเชียงใหม่ทุกสัปดาห์ ก็ทำมาแล้ว จ-ศ นั่งเป็นพนง.ออฟฟิต ส-อ ไปช็อปปิ้งแมคโครและร้านอื่น ๆ มันเหนื่อยแต่ก็ทำได้ และจะเสียเวลาช่วงหัวค่ำของวันศุกร์และวันอาทิตย์ไป เพราะต้องเดินทาง การเดินทางที่ประทับใจที่สุดคือจะบินกลับเชียงใหม่ไลออนแอร์เที่ยว 21.50 ออกห้องจาก bts อ่อนนุช ตอน 19.30 ไปเกือบไม่ทัน ดีนะเช็คอินมาแล้ว จะบอกว่าไปถึงดอนเมืองตอน 21.45 นั่งแท็กซี่ไป เพราะว่ารอ A1 นานมาก ไม่มาซักที วิ่งไปเกท มันทัน บร๊ะเจ้าาาาาาาาา ทัน!! เดินเข้าไปนี่ทุกคนมอง กระเป๋าแบคแพ็กก็โหลดไม่ทันก็แบกมันไปทั้งอย่างนั้นแหละ จากเหตุการณ์นี้ ทำให้ต้องทิ้งคัตเตอร์ไป  1 อันด้วย แต่ดีอะ มันรู้สึกว่าเป็นผู้ชนะตอนที่มันทันบินนี่แหละ ขอบคุณทุก ๆ อย่างในวันนี้จริง ๆ

2. ได้พัฒนาสกิลการสอน สอนคนจากความรู้กาแฟ 0 ตอนนี้ก็อยู่ร้านได้สบาย ๆ

3. ได้คิดเป็นระบบ ต้องวางแผนให้ร้านอยู่ได้ 1 สัปดาห์โดยไม่มีเรา คิดตั้งแต่ว่าจะเก็บเงินยังไง จะบันทึกการขายยังไง ขาดแต่สกิลเช็คสต็อก เพราะเราไม่เคยทำ ไม่เคยเช็คของเข้า เลยไม่รู้จะสอนยังไง ยังไม่ได้ฝึกด้วย ทุกวันนี้ ของเข้ากับของออกสัมพันธ์กันยังไงก็ไม่รู้แล้วมีพวกของหมดอายุอีก อันนี้ยังไม่รู้จะจัดการยังไง(ถึงวันนี้ก็ยังไม่คิดจะทำอะไร ปล่อยไปก่อนละกันนะ)

4. หุ้นส่วน เอ๊ะ มีด้วยเหรอ มีสิ(แอบจิกกัดเบา ๆ) แต่ไม่ค่อยได้ช่วยจัดการอะไร แต่ก็ช่วย start up business ยังไงก็ต้องขอบคุณพวกเค้า

---------------------------------------

ผ่านมา 1 ปี ผลประกอบการทางตัวเลขเป็นบวกอยู่ที่หมื่นกว่าบาท จากเงินทุนตั้งต้นสามแสนบาท สถิติยอดขาย ยอดขาย ย้ำว่ายอดขาย ต่ำสุดได้สามหมื่นกว่าบาทต่อเดือนนะ สูงสุดได้หนึ่งแสนกว่าบาท เคยมีพนักกงานต่ำสุด 1 คน สูงสุด 7 คน(ไม่นับเรานะ) ตอนนี้มี 3 คน เก่ง ๆ กันแล้ว ตอนที่มีเยอะ ๆ คือ เราอยู่กทม. แล้วพนง.ก็ยังไม่เก่ง เราเลยให้อยู่ช่วยกัน ต่อมาพนง.ก็เรียนจบกันไป หรือทำงานอย่างอื่นกันไป (เอ้อ เคยรับป.เอกมาทำงานด้วย ตอนนี้ไปเป็นอ.มหาลัยแล้ว มาทำขำ ๆ ก็หนุกดี) เพราะถ้าทำไม่เก่ง ลูกค้าจะรอนาน คนจะมาเยอะ ๆ ตอนพักเที่ยง คือตอนแรกก็อยากทำให้ร้านดีอะ ก็จ่ายเงินให้กับการมีพนักงานในส่วนนี้

ส่วนตัวเราเอง ถ้าพูดถึงเงิน เราว่าเราขาดทุน ทำงานก็ไม่ได้เงินเดือนทุกเดือน บางเดือนก็ได้ บางเดือนก็ไม่ได้ เดือนที่ได้ก็ไ้ดห้าพัน เราให้ตัวเองเท่านี้แหละ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องประสบการณ์ ก็ได้มาเยอะ เรื่องการเปิดร้านกาแฟ

ณ จุดนี้ ร้านมันก็อยู่ได้เรื่อย ๆ เราก็จะดูแลมันไปเรื่อย ๆ แบบว่าไฟในการพัฒนาต่อ คงมอด ๆ ไปบ้างละหละ เราจะไปโฟกัสทำสต็อกโฟโต้ ร้านกาแฟทำกับหุ้นส่วน ทุ่มเทไปมันก็หารอยู่ดี เราถือว่าได้เก็บเกี่ยวในช่วงแรกไปแล้ว(เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในช่วงทำทำงานไม่ได้ตังค์น่ะ อยู่ร้านแล้วก็ต้องไปซื้อของ แล้วก็ทำบัญชี ขับรถไปนั่นมานี่ เสียตังค์แต่ได้ประสบการณ์)

อยากจะฉลองกับพนักงาน แต่ก็ไม่อยากเอาตังค์ไปใช้ในส่วนนี้ เพราะช่วงนี้เหลือเงินร้านยังไม่อู้ฟู่ แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่ฉลองอะไรเลย เคยตั้งเป้าว่าจะให้มียอดขาย 4000+ เกิน 10 วัน ใน 1 เดือน พวกเราทำได้ เราก็ให้พนง.สั่งพิซซ่ามากิน มันก็ต้องมีรางวัลเวลาเราทำอะไรได้ตามเป้าบ้าง แต่ครบรอบ 1 ปีนี้ เราก็คงเก็บไว้ในใจก่อน ดีใจอยู่ลึก ๆ ก็ละกัน

ล่าสุดเดือนที่แล้วก็ขาดทุน แววมันมาละ ร้านอยู่ในสถานศึกษา ปิดเทอมนี่จ๋อยเลย

แต่เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้

บายม์

ลืมกระเป๋าตังค์ - lost my wallet

วันนี้ตอนเช้าไปซื้อกาแฟกินที่เซเว่น อยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง จำได้ว่าเคยกินมันก็อร่อยดี เลยอยากจะไปซ้ำอีก สั่งลาเต้เย็น ลาเต้ร้อน อเมริกาโน่ร้อน(เพื่อนสั่งด้วย) ถ้าเป็นกาแฟเย็นต้องชงเองเพิ่ม ถ้าเป็นกาแฟร้อน กดปุ่ม มันออกมาใส่แก้วให้เลย อัตโนมัติสุด ๆ

ซื้อน้ำอีก 2 ขวด ทั้งหมดนั่น 98 บาท ราคาดี๊ดีย์ เดินออกมา ทำอะไรต่ออะไร แล้วก็ไปบิ๊กซี พอลงรถ หากระเป๋าตังค์ไม่เจอ ต้องไปธุระอีกหลายที่ ก็ไป

กลับมาเซเว่นเดิมตอนบ่ายสามได้ ถามหากระเป๋าตังค์ เจอ!! ดีใจมาก ก็ขอบคุณเค้าไป ขอบคุณทุกคน

ช่วงที่กระเป๋าหาย คิดอยู่ในใจว่าถ้าไม่เจอที่เซเว่น ก็คงต้องไปทำบัตรอะไรต่าง ๆ ใหม่ คงจะเซ็งน่าดู แต่ก็ไม่ได้มีอารมณ์ว้าวุ่นใจนะ คือ เจอก็เจอ ไม่เจอก็ค่อยหาทางทำอะไรต่อ นี่เริ่มเข้าขั้นปลงชีวิตรึยังนะ หรือโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะหรือเข้มแข็งแล้วนะ

สรุป ลาเต้เย็น 30 ลาเต้ร้อน อเมริกาโนร้อนแก้วละ 25 กินได้หมดอะ ไม่ได้หอมมาก จาง ๆ แต่ก็กินได้

ไม่ว่าจะดีหรือร้าย มันก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผ่านไป

แล้วก็ผ่านไปอีก 1 วัน

Stock Images

My latest images for sale at Shutterstock:

My most popular images for sale at Shutterstock: