Friday, May 29, 2015

ทัศนคติ - attitude

วันนี้ว่าด้วยเรื่องง่าย ๆ เลย เรื่องทัศนคติ ว่าเราจะมีความคิด มีมุมมองต่อเรื่องต่าง ๆ อย่างไร วันนี้มี 3 เหตุการณ์ที่อยากจะเล่า

เรื่องแรก
เล่าเลยนะ ไม่มีชื่อเรื่อง ก็ไปเรียนร้องเพลงตามปกติ แต่หลัง ๆ เริ่มรู้สึกเบื่อที่จะต้องวอร์มเสียงครึ่งชั่วโมง แต่ก็ทำไป มันเหมือนกับคนเราตื่นมาแล้วให้ร้องเพลงเลย แล้วให้มันเพราะเลย เป็นไปไม่ได้หรอก ขนาดพูดเฉย ๆ หลังตื่นมา คนยังฟังออกว่านี่เสียงแบบเพิ่งตื่น (ยังไม่เข้าเรื่องนะ 55)

เข้าเรื่อง วันนี้ร้องเพลงและฝึกคอมเมนท์คนอื่น ครูก็ให้ทุกคนเรียงกันออกมาร้องเพลงที่ตัวเองคิดว่าร้องดีสุด แล้วก็ให้เพื่อน ๆ ตั้งใจฟังและคอมเมนท์ เราจดทุกคนเลย คอมเมนท์ทุกคน คนส่วนใหญ่ก็รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นดี แต่ก็มีบางคนไม่ค่อย เราขอใช้คำว่าเค้าปกป้องตัวเอง เช่นเราบอกว่าเพลงนี้ไม่เต้นดีกว่า(คือยืนร้องนิ่ง ๆ ดีกว่า) แต่เค้าก็บอกว่าก็ทำเล่น ๆ(แต่เราก็คิดว่า อ้าว ก็ออกมาหน้าห้อง นี่มันต้องจริงจังแล้วนะ แบบเทคเดียวอะ ก็แต่ละคนก็คิดไม่เหมือนกัน มันก็เลยแสดงออกมาไม่เหมือนกันน่ะสิ) มันเป็นเรื่องของความคิดเห็น มันจะถูกจะผิดก็ได้ และบางทีมันเป็นเรื่องของความชอบ คนอื่นชอบแบบนี้ เราชอบแบบนี้ ความชอบมันเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่มีมาตรฐาน ทุกคนมีไม้บรรทัดความชอบเป็นของตัวเอง เอาไม้บรรทัดของตัวเองวัดคนอื่น แต่ละคนก็วัดได้ไม่เท่ากันหรอก และการที่มีคนตั้งใจฟังเราร้องเพลง แล้วคอมเมนท์เรา เราต้องขอบคุณที่เค้าอุตส่าห์เสียสละเวลา ตั้งใจฟัง แล้วคอมเมนท์ ก็เพื่อให้เราปรับปรุงให้เราได้พัฒนาขึ้น มันจะมีมั้ย ออกมาร้องเพลงแล้วทุกคนเงียบกริบ เอ้า ดีมากกกก ไม่มีอะไรแก้เลย เราว่าพวกเรา ร้องเพลงระดับบ้าน ๆ แบบนี้ มันไม่มีหรอก

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นคนที่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น? เราจะรู้ได้ ครูบอกว่าแบบนี้ ถ้าเราฟังเค้าคอมเมนท์แล้วหลังจากนั้น เรายังรู้สึกกับเค้าแบบเดิม ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม นั่นแสดงว่าเราเป็นคนยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น แต่ถ้าเราฟังคอมเมนท์แล้วแบบว่า เอ..คนนี้มันยังไงนะ มันอะไรกับเรานักหนา ชั้นว่าชั้นดีแล้วนะ อย่างนี้ เรายังไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น

เราร้องเพลง เราสามารถเปล่งเสียงคำคำหนึ่งได้ครั้งเดียว จะลากเสียง จะหยุดเสียง มันก็ทำได้ครั้งเดียว ไม่มีใครมาร้องอินโทร 2 รอบแล้วให้คนฟังเลือกเอาเองว่าชอบแบบไหน แล้วก็ไปท่อนต่อไปอีก 3 รอบ บลา ๆๆ เราก็ต้องฝึกร้องแบบนี้ ขึ้นตรงนี้ จบตรงนี้ อย่างงี้ และเราก็ร้องเพลงให้คนอื่นฟัง ก็ควรฟังความเห็นของผู้ชมบ้าง

ในการทำงานอื่น ๆ ก็เหมือนกัน เราว่า มันอาจจะมีเถียงกัน เอาข้อมูล เอาหลักการมาโยนใส่กัน แต่เป้าหมายก็เพื่อทำงานให้มันดีที่สุด บางทีเราเลือกทำได้วิธีเดียว เราก็ต้องช่วยกันค้นหาว่าจะทำยังไงให้มันดี(ที่เราคิดว่ามันจะดีอะนะ เพราะเรายังไม่ได้ทำ)

เรื่องที่สอง
หลังจากเรียนเสร็จก็ไปร้านกาแฟ พอตอนจะออกมา กะว่าเดี๋ยวจะไปวิ่ง ปรากฏว่าสตาร์ทรถไม่ติด แชะ ๆๆๆ เริ่มร้อน เรานี่แหละร้อน มันหลายแชะแล้ว ทั้งปิดแอร์ ปิดวิทยุ ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ก่อนหน้านี้ก็มีอาการสตาร์ทยาก มีอยู่ทีไปวิ่งเสร็จ ทุ่มกว่าเกือบสองทุ่มละ แล้วก็มาวิ่งในแบบว่าป่า ๆ หน่อย ไม่มีคน แต่ก็ยังสตาร์ทติดมาได้ แต่วันนี้แหละ ไม่ติดของจริง  แถวนั้นก็เป็นที่จอดรถ มีรถจอดอยู่ แต่เลิกงานละ มีรถนิดหน่อย บางคันก็ขับผ่านไป เราไม่กล้ารบกวนชาวบ้านอะ รู้ว่าต้องจั๊มแบต แต่ไม่รู้จะเรียกคนอื่นยังไง หรือว่าเรายังคิดว่ามีทางอื่นนะ ทางที่จะเรียกคนอื่น(ที่ไม่รู้จักเลย)คือทางท้าย ๆ ที่เราจะเลือกนะ และเราก็นึกได้ว่า แถวนั้นมีบีควิก โชคดีละ รถมาเสียแถวนี้ นึกออกแต่บีควิกนี่แหละ ร้านอื่นนึกไม่ออกละ เลยเดินไปบีควิก แล้วก็ซื้อแบตใหม่ ยัวซ่า 2290 บาท (ช่วงนี้อยากจะประหยัดอะ แต่ก็มีเรื่องให้ใช้เงินจนได้ กิ๊สสส) เปลี่ยนแบตเสร็จ รถก็สตาร์ทได้อย่างดีเลิศประเสริฐศรีมณีเด้ง(ศัพท์วัยรุ่นมาก)

เรื่องที่สาม
กลับมาบ้าน ไม่ว่งไม่วิ่งมันละ รู้สึกเหนื่อยเบา ๆ จะกลับบ้านมาเปลี่ยนก๊อกน้ำด้วย บ้านทุกวันนี้อยู่บ้านเช่า แล้วเจ้าของบ้านเลือกใช้วัสดุที่สร้างบ้านเกรดไม่ค่อยดี ปั๊มน้ำก็มือสอง คราวก่อนก็พังไป เอามาเปลี่ยนอีกก็มือสองอีก ซึ่งมันก็เสีย เสียตอนเปลี่ยนนี่แหละ ก็ได้ไปซื้อเค้าเรียกอะไรอะ ตัวที่แรงดันตกแล้วมันก็มาสปาร์กกันแล้วไฟเข้ามันก็ปั๊มทำงาน เพรชเช่อรึป่าว นั่นแหละ ซื้อมาเปลี่ยน ปั๊มเมื่อยี่สิบปีที่แล้วได้ ถังด้านในมีแต่สนิม แต่ก็ใช้ได้ ท่อนี่ต่อแล้วต่ออีก เกือบจะเป็นข้อต่อต่อกัน มองไม่เห็นท่อจริงแล้ว แล้วก็มีก็อกน้ำมันพัง คือวาล์วมันปิดน้ำได้ไม่สนิท น้ำมันหยด พอน้ำหยด ปั๊มก็ทำงาน ปั๊มก็จะดังเป็นระยะ ๆ เรานอนกลางวันชั้นล่างบ้านไม่ได้เลย ตกใจเสียงปั๊ม แอ้ดดดด แอ้ดดดดด อยู่ได้ ก็ซื้อก็อกมาเปลี่ยน

ครั้งนี้ก็อก(อีกอัน)พังอีก ปิดสนิทไม่ได้ เราก็เลยกะว่าไปซื้อก็อกมาเปลี่ยนอีก ไปซื้อก็อกที่ตลาดมาได้แล้ว กลับมาบ้าน เอามือจับตัวก็อกหมุนออก แก็ก! ก็อกหักคามือ!! บร๊ะเจ้า หัวก็อกที่มันเป็นเหล็กเนี่ย เหล็กหรืออะไรไม่รู้ มันเปราะ หักคามือ แต่ยังมีตรงต้นก็อกเป็นหกเหลี่ยม เลยเอาประแจไข แก็ก!! หักอีก เอ้ยยยยย ทีนี้เกลียวมันก็ติดอยู่ข้างใน เราเลยเอาไขควงแบนกับค้อนมาตอก กะว่าให้มันแตกอีก เอ้า ทีนี้มันไม่แตก ตอกไปก็เสียงดังไป นี่ก็เกือบสองทุ่มแล้ว ดูนาฬิกา เอาไงดีวะ โฮมโปรยังไม่ปิด(คิดในใจ)

ก็อกแม่งหลุดเป็นชิ้น ๆ
รูก็อกน้ำ
ดูจากรูป ข้อต่อสามทางด้านบน เหลือท่อน้อยมาก เราเลื่อยท่อออก(โชคดีอีกอย่างที่บ้านมีเลื่อย) เลื่อยให้ชิดกับข้อต่อสามทางเลย แล้วมันเหลือท่อให้เสียบกับข้อต่อใหม่อีกแค่ประมาณ 6 มิล ก็ลองดูวะ ตอนไปซื้อข้อต่อที่โฮมโปร คนขาย(ซึ่งเป็นช่างประปา)บอกว่า เหลือที่ให้ต่อกันน้อย มันทนแรงดันน้ำไม่ได้หรอก เราก็แบบว่า ทำไงดีวะ ทำไงให้มันต่อกันได้ ไม่งั้นต้องทุบผนัง รื้อท่อใหม่หมดแน่ ๆ หรือจะหาอะไรมาอุดรู รูซึ่งไม่มีเกลียว(เกลียวของก็อกน้ำเก่ามันติดแหง็กอยู่น่ะสิ) แรงดันน้ำต้องพุ่งทะลวงแน่ ๆ แต่ในที่สุด เราก็ไปซื้อสามทางมา แบบธรรมดาอันนึง แบบเกลียวอันนึง ถามพนักงานว่ามีกาวดี ๆ มั้ย ก็ไม่มี ก็มีเท่านี้ กาวกระป๋องเขียวอะ ซึ่งก็มีอยู่แล้ว ตอนนั้นซื้อเอามาซ่อมท่อนั่นแหละ

เอ้อ ตอนเดินโฮมโปร ก็คิดนะ ว่าจะทำยังไงให้มันต่อได้ เลยนึกถึงตอนที่ไปอยู่กรุงเทพ แล้วไปอยู่หอ ที่ห้องพัก น้ำมันหยดตรงใต้ซิงค์ล้างหน้า พนักงานเลยเอาซิลิโคน(ซึ่งเหม็นมาก)มาอุดให้แบบกาก ๆ เหมือนจะมีซิลิโคนอุดอยู่แล้วก่อนหน้าด้วย แต่มันก็ไม่ได้ช่วยแก้หายขาด แต่มันก็ดีขึ้น มันเป็นท่อน้ำทิ้งเฉย ๆ ไม่มีแรงดันอะ เราก็แก้ปัญหาต่อโดยการหาอะไรมารองน้ำไว้ มันจะได้ไม่กระเด็นใส่เท้าเวลาล้างหน้าแปรงฟัน เราไม่ชอบความรู้สึกน้ำกระเด็นใส่เท้า และไม่อยากให้ห้องน้ำน้ำไหลเป็นทางจากใต้ซิงค์ นั่นแหละ จากเหตุการณ์นั้น เราเลยนึกขึ้นได้ว่า ก็ซื้อซิลิโคนไปอุดก็น่าจะได้ เลยเดินไปตรงแผนกขายซิลิโคน แถวนั้นก็มีกาวมากมาย เทปกาว ซิลิโคนแบบต่าง ๆ กาวตราช้าง กาวอีพ็อกซี่ เราก็ยืนมึนอยู่ ก็ถามพนักงงานว่า อยากได้กาวที่มันไว้อุดท่อรั่วอะ มีมั้ย พนักงานก็ยังแนะนำไม่ค่อยถูก เราก็กวาดสายตาดูเรื่อย ๆ ไปเจอกาวอีพ็อกซี่ดินน้ำมัน นึกขึ้นได้อีกว่าที่บ้าน พ่อเอามาอุดทับเปอร์แวร์ที่มันแตก กล่องถั่วอันนั้น โอ.... ไอ้อีพ็อกซี่นี่น่าจะใช้ได้ พลิกอ่านด้านหลัง ก็มีวิธีใช้ให้เอามาปั้น ๆ แล้วก็เอาไปแปะ โอ้ว ดูง่าย ถามพนักงงานว่ามีกี่แบบ พนักงานบอกว่ามีแบบนี้แบบเดียว ขายดี สายตาก็เหลือบไปเห็นอีกอัน แบบเดียวกัน ปั้น ๆ เหมือนกัน พนักงานนี่ใช้ไม่ค่อยได้เลยว่ะ ถามอะไรไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ ตั้งแต่ที่ท่อละ น่าจะดูแล้วรู้เลยว่าท่อยังไงขนาดอะไร ขนาดเราเอาท่อเราไปเทียบ พนักกงานยังไม่แน่ใจว่ามันไซส์เดียวกันชัวร์ป่าว สรุปเราก็เลยซื้อกาวอีพ็อกซี่ดินน้ำมันมาอีก 181 บาท ข้อต่อสามทางธรรมดา 5 บาท ข้อต่อสามทางเกลียวทองเหลือง 65 บาท

กลับมาบ้าน(โชคดีอีก บ้านอยู่ใกล้โฮมโปร) ก็ต่อตามแผนที่วางไว้ ตอนเลื่อยท่อนี่ยากนะ เลื่อยเบี้ยวอะ เห็นช่างที่มาทำปั๊มน้ำคราวก่อน มีที่ตัดท่อด้วย ชีวิตดี๊ดี ตัดแป๊ก ๆ
ต่อท่อเสร็จ ปั้นกาวอีพ็อกซี่พันรอบข้อต่อที่คิดว่าต่อไม่ชัวร์อีกครั้ง

ดูกันชัด ๆ ว่าเอาอีพ็อกซี่พันรอบแบบนี้

ตอนนี้เหมือนจะดีนะ น้ำดูจะไม่ซึม เราก็ภูมิใจว่า ทุกอย่างจบลงเรียบร้อย เราก็มานั่งแกะกาวที่นิ้ว แล้วก็มาอัพบล็อก

ทัศนคติที่อยากจะบอกก็คือ ให้คิดไปในเชิงแก้ปัญหา ว่าโจทย์ มันเป็นแบบนี้ เราทำอะไรได้บ้าง ก็ทำ
มันก็แค่ ถ้าปัญหามันแก้ได้ก็แก้ ไม่ต้องคิดมาก ถ้าปัญหามันแก้ไม่ได้ ก็ช่างมัน ก็มันแก้ไม่ได้ ไม่ต้องคิดมาก ไม่มีอะไรให้ต้องเครียดเลย เนี่ยแหละ เราก็ยังต้องฝึก

ปัญหา 97.65% แก้ได้ด้วยเงิน ปัญหาที่เหลือนี่สิ แก้ยากกว่า

ปัญหาเรื่องแรก แก้ไม่ได้ด้วยเงิน
ปัญหาเรื่องสองและสาม แก้ได้ด้วยเงิน สบาย ๆ ฮะ ถ้ามีเงิน เงินนี่จำเป็นนะ เงินจำเป็นสำหรับเรื่องที่ต้องใช้เงิน

บาย

No comments:

Post a Comment

คอมเมนท์ดิ ดิ ดิ ดิ!

Stock Images

My latest images for sale at Shutterstock:

My most popular images for sale at Shutterstock: