Friday, December 11, 2015

อัพเดทเรื่องสต็อกโฟโต้ - stockphoto update

เดือน พ.ย.ที่ผ่านมาทำเงินจากงานสต็อก 9 พันกว่าบาทแล้ว เย่ ๆ

ต้องทำเหตุ จนกว่าผลจะได้

ฉันเป็นเศรษฐีจากการขายภาพ เคป้ะ

Wednesday, November 18, 2015

ชีวิตที่เลิกบ่น - no complain

ไม่ค่อยได้เขียน เพราะไม่มีอะไรจะบ่น

เริ่มแรก การเขียนบล็อก คือได้ระบายอะไรออกไปบ้าง แต่ตอนนี้ เราก็พัฒนาจิตใจให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องบ่นก็ไม่ได้อยากบ่นแบบเมื่อก่อน ความคิดเราดีขึ้น คือถึงจะมีเรื่องไม่ดี หรือเรื่องกังวลใจ เราก็จะสงบใจได้ คิดได้ ไม่ได้เก็บกด แต่คิดว่า มันก็เป็นช่วงหนึ่งของชีวิต เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น เราเชื่อว่าชีวิตเราจะดีขึ้นได้ด้วยตัวเราเอง

เมื่อก่อนเรามองเหมือนตัวเองเป็นเหยื่อไง เราเลยไม่อยากรับผิดชอบชีวิตตัวเอง เราจะบ่นเพื่อให้คนมาเห็นใจเรา แต่ตอนนี้ เรารับผิดชอบชีวิตตัวเอง เราแคร์ตัวเราเองว่าเรารู้สึกยังไง เราไม่แคร์ความเห็นของคนอื่น(หมายความว่า เราฟังควรที่เราควรฟัง ไม่ได้ฟังทุกคน)

ทุกวันนี้ทำงานวาดรูป กับร้านกาแฟ ก็มีความสุขนะ โดยรวม ไม่ต้องการการพักผ่อนหรือการผ่อนคลายอย่างรุนแรง ไม่เหนื่อยหมดแรงเหมือนปิดสวิตช์ มีเวลา และนี่คืองานในฝันที่เราคิดไว้เลย งานที่อยากทำเมื่อไหร่ก็ทำ อยากหยุดเมื่อไหร่ก็หยุด ความเครียดในชีวิตลดลงเยอะ แทบไม่มี เลิกบ่น เลิกด่า เลิกโทษนั่นโทษนี่ คนที่เข้ามาในชีวิต รวมถึงเพื่อนใหม่ ๆ ก็เป็นคนที่มีทัศนคติที่ดี

เราเคยเขียนเป้าหมายไว้ใน vision board ของเราว่า
"ฉันได้ทำงานที่สร้างสรรค์กับคนที่แสนชาญฉลาดผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ ในโครงการที่ช่วยบริการมวลมนุษยชาติ"
5 มี.ค. 57

วันนี้คนที่ไปเจอทุกวัน ที่ไปนั่งวาดรูปด้วยกันที่ TCDC ก็เป็นคนแบบนั้น

เราเคยเขียนไว้เกี่ยวกับร้านกาแฟด้วย ว่า
"ขอบคุณที่พนักงานพัฒนาตัวเอง
ขอบคุณที่พนักงานคิดบวก
ขอบคุณที่พนักงานรักเรา
ขอบคุณที่พนักงานจัดการกันเองได้ มีความละเอียดรอบคอบถูกต้อง"
20 มิ.ย. 57
วันนี้จะเขียนเพิ่มเติมว่า "ขอบคุณที่พนักงานรักในสิ่งที่ตัวเองทำ ขอบคุณที่การที่ทำงานร้านกาแฟกับเราเป็นประสบการณ์ที่ดี"

วันนี้โลกสวยมาก ๆ ฮะ
เรารู้สึกดีมาก ๆ ที่ได้อยู่ในคลื่นพลังงานบวกแบบนี้ เราเชื่อมั่นว่าเราจะเป็นเศรษฐีแน่นอน เราอ่านมา ตอนนี้โลกข้างในเปลี่ยน เดี๋ยวโลกข้างนอกจะเปลี่ยนตาม ในหนังสือบอกว่า ข้างนอกนั้นไม่มีใครอื่น มีแต่ตัวเธอเอง

ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตด้วยความรัก บายม์

Thursday, November 5, 2015

Nofap, no masturbation

ยั้ย! ไม่คิดว่าจะต้องมาเขียนหัวข้อนี้

ก็ขอใช้คำว่า nofap ไปเลยละกันนะ มันจั๊กกะเดียมยังไงไม่รู้ ไม่อยากแปลเป็นไทย

เรื่อง fap fap นี้มันก็คงเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่ธรรมชาติให้คนเราสามารถค้นพบได้เอง

สำหรับเราก็ค้นพบ อั้ยย่ะ แต่ไม่ได้ fap จนติด

โดยปกติ เราเป็นคนไม่มีอารมณ์อยู่แล้ว คนไม่มีอารมณ์น่าจะเข้าใจ หรือว่าเราไม่ได้เกิดมาเพื่อส่ิงนี้นะ

คือก็ทำ ๆ ไปงั้นอะ ก่อนจะ fap ก็ต้องบิ๊วอารมณ์ อารมณ์มันไม่มาเองอะ คือบิ๊วพอให้มีอารมณ์แล้วก็ให้มันเสร็จ เอ้ยย เขียนไปก็เขินไป นี่มันหัวข้ออะไรกันนะ ทำไมเราไม่สามารถพูดกันได้แบบปกติที่เราพูดกันหัวข้ออื่น ๆ

สรุปว่า เราก็เลยลองเลิก fap มา วันนี้ได้ประมาณ  25 วันละ(เป้าหมายเรา 1 เดือน) ระหว่างนั้น ก็มีเปิดดูอะไรแบบว่าโป๊ ๆ บ้าง แต่ก็ดูเฉย ๆ แป๊บ ๆ แต่ก็ไม่ทำอะไรต่อ จากที่อ่านมา คนที่เลิก fap เหมือนจะมีข้อดี เช่น รู้สึกมีความสุขโดยรวมเพิ่มขึ้น หรือมีพลังเพิ่มขึ้น สำหรับเรา ก็รู้สึกไม่ค่อยต่าง แต่ก็อาจจะมีนะ เช่นมีพลังเพิ่มขึ้น สังเกตจากการไปโยคะตอนเย็นจะไม่ค่อยง่วง คือจะบอกอย่างนั้นแบบฟันธงเลยก็ไม่ได้ ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้เปรียบเทียบว่าวันที่ fap แล้วโยคะจะง่วง เราก็ไม่ได้สังเกตมาก่อน มันมีหลายปัจจัยที่ทำให้เราง่วงและไม่ง่วง ช่วงก่อนอาจจะหลับดึก ช่วงนี้พยายามหลับเร็วอะไรงี้
แต่การ nofap มันเป็นเหมือนการตั้งเป้าหมายอย่างหนึ่ง เราทำได้ เราก็มีความสุข เรามีความภูมิใจในตัวเอง

เราคิดว่าจะไม่  fap ละ เราจะรอโจ๊ะกับคนจริง ๆ เลยดีกว่า 555 บั๊ย

Wednesday, November 4, 2015

ทำงานเพื่องาน อย่าทำงานเพื่อเงิน - go beyond just making money

Lately I heard I read this phrase. I feel overwhelmed.

ใคร ๆ ก็บอกอย่างนี้ ถ้าเราไปอยู่จุดที่ทำงานเพื่องาน เราจะเป็นอย่างไรนะ

ตอนนี้ก็ทำงานเพื่องาน เงินไม่ได้เท่าไหร่เลย แต่มีความสุขกับชีวิตดีนะ อยากทำอะไรก็ทำ เวลาของเรา บริหารได้หมดเลย ไม่ต้องทำตามตารางที่ใครบอก มีเวลาทำกับข้าว ออกกำลังกาย หลับเต็มที่ อยากทำงานเมื่อไหร่ก็ทำ เช้ามาก ดึกมาก เช้า ๆ บ่าย ๆ ได้หมด เหลือแค่ขอให้มันมีเงินเข้ามามาก ๆ แบบใช้เหลือเฟือหน่อย ก็จะโอเคแล้ว แล้วยังไงต่อล่ะทีนี้

Monday, November 2, 2015

ต้นเดือนพฤษจิกายน - at the beginning of November

ชีวิตเหลืออยู่ 2 อย่าง วาดรูปขาย กับ ทำร้านกาแฟ อื่น ๆ ก็คือ วิ่ง โยคะ ซื้ออาหารมาทำ

แล้วยังไงต่อ ก็วาดรูปไปเรื่อย ๆ ทำร้านกาแฟไปเรื่อย ๆ งั้นเหรอ

บางทีมันก็เบื่อ ๆ นะ วาดรูป ไม่รู้จะวาดอะไรยังไงให้มันขายดี ๆ

หรือว่ายังศึกษาไม่มากพอ หรือว่าควรไปเรียนต่อกราฟฟิคดีไซน์ แล้วถ้าไปเรียนแล้วมันไม่ดีอย่างที่เราหวังล่ะ

ควรหาเป้าหมายชีวิตมั้ย ว่าจะทำอะไรต่อ

Tuesday, October 27, 2015

Happy bd to me

I am 30 years old. whoa!

I spent time with my family. Ate food like we usually eat.

Life is so simple. I feel calm. I love myself.

Sunday, October 4, 2015

Drawing on Sunday

Some with detail some without.
I woke up about 9. I went to Makro to buy 3 packs of frozen strawberry and few coffee shop stuff. I bought 1 box of dome lid that has 20 row and each row has 50 lids.

When I got to my shop I made iced cocoa with a pinch of salt. I just wanted to try. It was good I can feel the salty taste but it was ok. I feel wired because I know it has salt in the cocoa. Usually I will not put any salt in it.

In the afternoon I went to TCDC. I sat there all afternoon to draw vector to my stockphoto. Sunday afternoon when my friends had relax time. They eat ice cream. They went shopping mall. I still draw. I think it called persistent. I will keep drawing until I success.

Yesterday I had spent great time with my friends. I went to Makro and walked pass wine section. I walked around then went to other section and come back. I was thinking I wanted to taste that wine but I didn't want to drink that much. Finally I bought it. My friend he has a coffee shop too, he told me to buy him a pack of soda water. I bought him and took it to him at 8 pm. He still made some cake at his shop. He was with one of his friend and I knew him. They drank Chang beer. My friend ask me to have a glass of beer. I said yes! and I brought my wine to share too! yay!

My writing skill is not good. My listening skill is fluent. My speaking skill is ok.
It is hard to write in English. But I want to do. I am sure I understand what I've said. I also wanted to practice to write in Thai. One day I will have my book.

Tuesday, September 22, 2015

Just keep drawing

I am drawing. All my time I give it to my coffee shop and drawing vectors(and yoga and jogging).

I dreamt I was drawing. I saw object with live corner(option to rounded corner in illustrator).

All I have to do is just keep drawing until I success.

Bye.

My stupid halloween character.
I love that face.

Saturday, September 5, 2015

นมผงคาร์เนชันวันพลัสกับทรีพลัสต่างกันอย่างไร - Carnation 1+ vs 3+

ไปเดินแมคโคร เห็นมีนมผงคาร์เนชัน(carnation)อยู่ 2 แบบ คือแบบสำหรับเด็กหนึ่งขวบขึ้นไป(1+) และสำหรับเด็กสามขวบขึ้นไป(3+) ซึ่งทั้งคู่ก็เป็นกลิ่นวานิลลาเหมือนกัน

เราก็เลยสงสัยว่า นมผงคาร์เนชันวันพลัสกับทรีพลัสต่างกันอย่างไร ไปเซิชดูในเน็ตก็ไม่มี ลองอ่านข้างกล่องดู แบบวันพลัสแลดูจะมีสารอาหารบางตัวมากกว่า

อยู่มาวันหนึ่ง เราจึงได้ทดลอง พอดีใช้ 3+ อยู่ แล้วมันจะหมด ก็เลยซื้อ 1+ มาลอง

ตักชิมผงเลย พบว่า....

ว่า.....

ต่างมั้ย.....

ลุ้นใช่มั้ย.....

พบว่า.....

มัน...

แบบ 1+ หวานกว่า 3+
หรืออาจจะรู้สึกว่ามันเข้มข้นกว่าเนื่องด้วยมันหวานกว่า

แค่นี้แหละที่ค้นพบ

และเหมือนเคยอ่านเจอ(จำไม่ได้ว่าอ่านเจอที่ไหนซักที่ในเน็ตนี่แหละ ขี้เกียจเซิช หากันเองนะ) ว่าแบบ 1+ จะย่อยง่ายกว่าเพราะว่าให้เด็กอายุน้อยกว่ากิน ก็เลยทำให้มันย่อยง่าย ๆ แล้วถ้าสารอาหารอย่างอื่นมันเหมือนกันจริง ๆ วิเคราะห์ผลการทดลองเลย ถ้าแบบ 1+ แค่ย่อยง่ายกว่า น้ำลายเรา ซึ่งมีเอนไซม์อะไมเลส อาจจะย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาลจึงทำให้เรารู้สึกว่ามันหวานกว่าก็ได้นะ เพราะนมมันหวานนี่เราก็ไม่รู้ว่ามันหวานเพราะอะไร

หายคาใจ

แต่เราโตแล้ว กินนม 1+ หรือ 3+ ก็ได้ แต่เราชอบ 3+ มากกว่านะ

Thursday, September 3, 2015

ฝันถึงเวคเตอร์ - dream about vector

ช่วงนี้บ้าวาดรูปมาก ๆ บ้าแบบกดดัน ๆ เร่ง ๆ หายใจเข้าก็ดีไซน์ หายใจออกก็ดีไซน์ เราต้องยึดอาชีพวาดภาพขายเป็นอาชีพให้ได้ เอาแบบให้เลี้ยงตัวเองได้ ตอนนี้อยู่ระหว่างทาง ยังไม่เห็นปลายทาง แต่ก็ต้องทำต่อไป ทำแบบที่คนที่เค้าได้เงินเยอะ ๆ ทำ เรามีคนชี้แนะแล้ว เหลือแค่ทำต่อไป ทำไม่หยุด ทำเรื่อย ๆ ต้องเชื่อมั่น แค่นั้น

ขับรถ ติดไฟแดง นึกถึงว่าคลิกลูกศรสีขาวของโปรแกรมอิลลัสเตรเตอร์ จะจับไฟแดงทำขอบมน
เห็นแบบวงกลมสีขาวขึ้นตามขอบ จะจับลบมุมให้หมดเลย ฮี่ ๆ
แล้วก็ฝัน ฝันว่าคนที่เป็นไอดอล สอนวาดปากเป็ด เอากะมันสิ

เดือนที่แล้วได้ $100 แล้วนะ เดือนนี้ทำ new high ได้ 17 โหลดต่อวัน เหลือเวลาให้ทำสถิติอีกหลายวันอยู่นะเดือนนี้

อยากไปอังกฤษ

อยากไปเคาน์ดาวน์ที่นิวยอร์ค

สวรรค์ เปิดทางด้วย นำทางด้วย พาไปด้วย ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ บาย

Wednesday, August 26, 2015

สิ่งเหล่านี้ - These things

กาแฟ น้ำหอม ชีส ไวน์ เบียร์

เป็นสิ่งที่เราชอบ แล้วเราจะทำยังไงกับมันดี

มันมีความหลากหลายในแบบของมัน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีแบบเดียว

เวลาไปซื้อของที่เหมือนกันยี่ห้อต่างกันเราก็จะชอบซื้อมาลองเปรียบเทียบ เช่น
ปลากระป๋อง ซีเล็กทูน่าโอเค
น้ำยาปรับผ้านุ่ม คอมฟอร์ตเข้มข้นสีชมพู
น้ำยาซักผ้า แอทแทคห๊อมหอม เปาก็ดี
น้ำยาล้างจาน ซันไลต์สีเหลือง
แอปเปิ้ล สีแดง
ชาเขียวมัทชะ พาคามาร่าละกัน เอสเปรสโซ่แมนได้ลองตัวเดียว มันนมไปหน่อย แต่ก็โออยู่นะ
ไซรัปวานิลลา บิงโก บ้าน ๆ
ไซรัปคาราเมล บิงโก บ้าน ๆ
โฟรสเซ่นโยเกิร์ต เรดแมงโก้เท่านั้น

ฯลฯ

เขียนไว้ เผื่อมันเป็นเบาะแสชีวิตนะ

Tuesday, August 18, 2015

ขายภาพได้เยอะในวันอาทิตย์ - got more images sale on Sunday

การขายภาพสต็อกโฟโต้ของเรา เสาร์อาทิตย์ก็จะขายได้น้อย ต่อมาชัตเตอร์สต็อก(shutterstock)เปลี่ยนการดาวโหลดไม่จำกัดต่อวัน คนก็จะโหลดภาพกันวันจันทร์ถึงศุกร์เยอะ เพราะเป็นเวลาทำงาน ส่วนเสาร์อาทิตย์ก็พักผ่อน(แต่เมื่อก่อนมันเฉลี่ย ๆ กันไป เพราะว่าเสาร์อาทิตย์ก็จะมีโควต้าให้โหลด คนก็ต้องโหลด ไม่โหลดก็จะเสียสิทธิ์ไป) ตอนนี้ชัตเตอร์สต็อกกำหนดแค่ว่า  750ภาพ/เดือน โหลดเมื่อไหร่ก็ได้ พฤติกรรมลูกค้าก็เปลี่ยนไป

จะบอกว่าอยากจะโชว์เฉย ๆ ว่าวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้  14 โหลดแน่ะ จากที่เดียวกันเหมาไป เหมาไปทำไมไม่รู้แหละ แต่เราก็ดีใจ บางเสาร์อาทิตย์ของเรายังมี 0 โหลดอยู่เลยอะ อยากจะห่างจากเลข 0 แล้ว อยากมียอดโหลดเยอะ ๆ ทุกวัน ตอนนี้เรามี 596 ภาพและวีดีโอ ถ้าภาพเฉย ๆ มี 554

เราหันมาทำงานเน้นคุณภาพมากขึ้น แต่งานก็ออกช้าขึ้นเช่นกัน แต่เราต้อง sitck with it ต้องเชื่อในแนวทางนี้แหละ ทำจนกว่ามันจะประสบความสำเร็จ ทำจนว่าจะมีรายได้ต่อเดือน 30,000 บาท แล้วทำจนกว่าจะมีรายได้ต่อเดือน 300,000 บาท

คนอื่นทำได้ เราก็ต้องทำได้เหมือนกัน ขอแค่เราไม่ละความพยายามเท่านั้นแหละ


สมัครขายภาพมาเป็นดาวไลน์เรานี่ 555 submit.shutterstock.com

นี่มันงานแห่งอนาคตตามที่บอย วิสูตรได้บอกไว้เลยนะ

ผลการตรวจของพ่อ - Dad's health

วันศุกร์ที่ผ่านมา พ่อก็ไปหาหมออีก ครั้งนี้เป็นหมอคนที่สอง หลังจากที่พ่อปวดหลังส่วนล่างแล้วปวดนาน ไม่หาย ไปหมอคนแรกเป็นหมอกระดูก เค้าก็ให้ยามากิน ทำ MRI, Bone Scan แล้ว ก็ยังไม่ฟันธง เค้าเลยส่งต่อมาหาหมอคนที่สอง หมอคนที่สองสั่งตรวจสุขภาพใหม่หมด X-ray ธรรมดา ,CT scan ตรวจเลือด ตรวจฉี่ แล้วก็มาฟังผล

หมอบอกว่า 98-99% ไม่เป็นมะเร็ง แต่กระดูกน่าจะติดเชื้ออะไรสักอย่าง ที่ผ่านมาพ่อกินยาพวกแก้ปวด แก้อักเสบ ที่ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะเลย แต่อาการมันเหมือนจะดีขึ้น เราคาดว่าร่างกายก็คงจะกำจัดเชื้อโรคไปบ้าง จากที่ต้องใส่ที่รัดหลังพยุงไว้เพราะปวดมา วันที่มาฟังผลก็ไม่ได้ใส่ พ่อบอกว่าไม่ได้ใส่มาจะสัปดาห์แล้ว หมอบอกว่า ผมดีใจทุกครั้งที่ได้แจ้งผลกับคนไข้แบบนี้ หมอเลยให้ยาปฏิชีวนะมากินไปก่อน กินกวาด ๆ ไปก่อน กินตัวที่กำจัดเชื้อ 80%ที่คาดว่าจะพบ แล้วก็เอาเลือดพ่อไปเพาะเชื้อดูอีกทีว่าเป็นเชื้ออะไรกันแน่

ทำให้เราทึ่ง ถึงร่างกายคนเรา จากเพื่อนที่เคยเรียนอิมมูโนมา ร่างกายมนุษย์สามารถสร้างแอนติบอดีต่อแอนติเจนได้ทุกตัว เป็นความมหัศจรรย์ของร่างกายจริง ๆ และเราก็คิดว่า ที่พ่อค่อย ๆ หาย ถ้ามันเป็นจากการติดเชื้อจริง ๆ มันก็สมควรค่อย ๆ หาย เพราะร่างกายเราสร้างภูมิต้านทาน และก็กำจัดเชื้อเหล่านั้นไป

ตอนนี้รอผลเพาะเชื้อจากเลือดอีก 2 สัปดาห์

รู้สึกอุ่นใจมากขึ้น แต่ก็ยังไม่วางใจ

วันที่จะฟังผล เราได้เขียนการ์ดให้พ่อกับแม่ด้วย

Saturday, August 1, 2015

พ่อรอพบหมอตรวจชิ้นเนื้อ - Dad waiting to see the doctor

หลังจากสแกนกระดูกไป ก็ยังไม่ฟันธงอะไร หมอกระดูกเลยส่งต่อให้หมอเจาะชิ้นเนื้อ แต่หมอชิ้นเนื้อก็ติดประชุม เลื่อนนัดพ่อไปอีก 2 สัปดาห์ ก็เลยได้แต่รอ

ช่วงนี้พ่อก็บอกว่า กั๊ด ๆ แกน ๆ หลังนะ ไม่รู้จะอธิบายยังไง มันไม่ม่วนอะนะ ก็ใส่ที่รัดหลังบ้าง หลังก็ตรงแหน่วอยู่ ก้มไม่ได้

มันจะเป็นโรคอะไรก็ช่าง แต่มันเป็นแล้ว มันอยู่กับเราแล้ว เราแค่ฟังจากปากหมออีกทีว่าหมอว่าเป็นอะไร เป็นอะไรก็รักษากันไป พ่อบอกว่า รักษาได้ก็ได้ รักษาไม่ได้ก็ตาย เราก็มาคิดว่า พ่อเราจะพร้อมตายรึยังนะ เราสามารถพูดเรื่องความตายกันได้โดยไม่รู้สึกว่ามันน่ากลัวได้หรือยังนะ พ่อจะเป็นคนที่ใช้ชีวิตมาพอหรือยังนะ จะตายแล้วจะเสียดายอะไรไหมนะ

หรือนี่ก็แค่ป่วยแบบเบาะ ๆ

วันนี้เรานั่งดูพระอาทิตย์ตกดิน แบบเคลิ้ม ๆ จะหลับ นั่งกับแมว เป็นแสงสุดท้ายของวันที่ลอดผ่านเมฆมา มีฝนตกหน่อย ๆ ด้วย บรรยากาศเหมือนจะเช้ามืดหรือพลบค่ำก็ไม่รู้ แสงแดดสาดเอียง ๆ ไปที่ยอดไม้ กับสายไฟที่เปียกฝน มันก็สะท้อนระยิบระยับเหมือนกันนะ

ในชีวิตคนเราจะได้ดูพระอาทิตย์ตกดินกันอีกกี่ครั้งก็ไม่รู้ มีเวลาก็ชื่นชมธรรมชาติไป

บายม์

Back home

Back home. Spending time with family. Family is the certain thing in my life.

---------------------
[My life]

Now I just keep drawing. I am focusing on only stockphotos. Every single breath.

Bye

Thursday, July 16, 2015

พรุ่งนี้พ่อจะไปสแกนกระดูก - my dad will have a bone scan tomorrow

วันสำคัญอีกวันหนึ่งของพ่อและครอบครัวจริง ๆ

แม่ไลน์มา
หลังจากที่วันหนึ่งพ่อปวดหลังส่วนล่างบริเวณเอว ตอนเช้าถึงกับลุกไม่ขึ้น เป็นงี้มาสองสามวัน แม่ก็ฉีดยาให้พ่อ(แม่เป็นพยาบาลเผื่อใครมาอ่านเจอ เฮ้ย อยู่ดี ๆ ฉีดยาอะไรงี้ ส่วนที่บ้านก็เปิดคลินิก มียากิน ยาฉีด) แล้วก็ช่วยพ่อลุก ก็ลุกได้นะ อาการจะเป็นแบบนี้ ตอนเช้าจะลุกไม่ขึ้น แต่จะอาการปวดดีขึ้นหลังจากเวลาผ่านไป ช่วงบ่าย ๆ เย็น ๆ ก็เดินได้ ขับรถได้ ไปทำงานได้ตามปกติ แต่ตอนเช้าต้องใช้เวลาลุก แบบว่าร่างกายนอนมาทั้งคืนไม่ได้ขยับอะไรงี้

สิ่งที่ทำหลังจากนั้นคือซื้อที่นอนใหม่ เพราะที่นอนพ่อแม่ใช้นอนมา 20 ปี มันเป็นหลุมแล้ว แต่แบบว่าพ่อไม่ได้ใส่ใจไง ตอนนี้ก็คิดว่าที่นอนก็น่าจะมีส่วนด้วย แล้วก็ไปไปรพ.(รพ.รัฐ)
หมอก็ตรวจ มีการไป X-ray แล้วก็ให้ยาพวกยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวดแก้อักเสบอะไรงี้ มากิน ดูฟิล์มก็พบว่า กระดูกสันหลังช่วง L4, L5 มันคด ๆ แต่พ่อก็ใส่ที่รัดหลังช่วยพยุงหลังอะ ก็ใส่มาตั้งแต่ตอนปวดหลังแรก ๆ แล้ว การปวดนี้ก็ปวดแบบเป็น ๆ หาย ๆ ทุกทีก็ 2-3 วันก็ดี แต่มารอบนี้เป็นแล้วไม่หายอะ

ผ่านไป 1 สัปดาห์ก็ไม่ดึขึ้นเท่าไหร่ ก็เลยไปรพ.รัฐแบบแพง(ไม่รู้เรียกว่ายังไง ศูนย์การแพทย์อะไรงี้ป่าว) ซึ่งเป็นอีกที่ ต่างจากเมื่อกี๊
คราวนี้อาจารย์หมอเป็นคนตรวจ แล้วอาจารย์หมอก็บอกว่า ยาที่หมอรพ.แรกให้กิ๊กก๊อกมาก ก็เลยสั่งยาแบบดี ๆ เน้น ๆ ให้ ถ้าไม่หายก็ไม่รู้จะว่ายังไง คือยาคงแรงกว่าอันแรก หมดค่ายาไปประมาณสามพันห้า
ส่วนยาจากรพ.แรก ก็กินไปแล้วหนึ่งสัปดาห์ก็หยุดกินแล้วเริ่มมากินยาจากรพ.ใหม่นี้(ยาบางตัวก็ครบโดสไปแล้ว บางตัวไม่ครบก็หยุดเลย) แล้วหมอก็ส่งไปทำ MRI ค่าใช้จ่ายอีก 8000 บาท แต่พอทำไปแล้วมันเห็นไม่ชัดเลยต้องฉีดยา(ฉีดสี)เพื่อให้เห็นชัด ๆ ฉีดยาอีก 2500

วันถัดมาได้ผล MRI (เราไปเอา) ดูภาพก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่มีผลที่ Radiologist อ่านไว้คือ เหมือนกระดูกจะติดเชื้อ เค้าใช้คำว่า May infected อะไรงี้ อาจเป็นเชื้อ TB ไม่แน่ใจ แล้วก็กระดูกก็ไม่ปกติ ก็ส่วน L4 L5 นั่นแหละ เค้าใช้คำว่า appear abnormal อะ ผล MRI ก็ประมาณหนึ่ง แล้วพ่อมาหาหมออีกสัปดาห์ถัดมา(ตอนนี้เข้าสัปดาห์ที่ 3) เอาผล MRI นี้ไปให้หมอดู หมอบอกว่า กระดูกไม่สวยเลย มีจุด ๆ หมอเลยส่งไปสแกนกระดูก(Bone Scan)อีก นัดหมายแล้วได้ทำในอีกสัปดาห์ถัดไป

ซึ่งก็คือวันพรุ่งนี้ ทำแล้ว รู้ผลเลย โอ....เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ไม่รู้ว่ามันจะเป็นไง

สแกนกระดูกนี้ เราคิดว่า หมอจะดูว่าเป็นมะเร็งรึป่าวอะนะ

การสแกนกระดูกนี้ ต้องฉีดสารเภสัชรังสี(Radiopharmaceuticals) ชื่อยาวจีจี เข้าไปประมาณ 2-3 ชั่วโมงก่อนสแกน สารนี้คือฟลูออโรซักอย่าง สารนี้จะไปจับกับกลูโคสในเซลล์ ถ้าเซลล์ไหนมีกลูโคสอยู่เยอะสารนี้ก็จะไปอยู่ที่เซลล์นั้นเยอะ ซึ่งเซลล์ที่จะใช้กลูโคสเยอะ คือเซลล์ที่มีเมตาบอลิซึ่มสูง แล้วเซลล์ที่มีเมตาบอลิซึ่มสูงส่วนใหญ่ก็จะเป็นเซลล์มะเร็ง ส่วนสารนี้จะสลายตัวไปภายใน 2 วัน วิชาการมาเต็ม นี่พ่อป่วยนี่เราถึงกับไปอ่านดูพวกโครงสร้างกระดูกสันหลังนะ แล้วก็อ่านอันนี้ด้วย ต้องศึกษาอะ ไม่งั้นไม่รู้เรื่อง อ้อ ค่า bone scan นี้อีกสี่พันกว่าบาท(เครื่องยี่ห้อ siemens นะ คือเราก็ดูไปอะนะ เห็นป้ายมันตั้งอยู่ ราคาเรื่องน่าจะประมาณ 2 ร้อยล้าน ก็ลองเซิชกูเกิ้ลดูแล้วก็คูณเป็นเงินไทย)

เค้านัดให้ไปถึงก่อน 10.30 นะ แล้วจะเสร็จประมาณ สามสี่โมง ก็เตรียมตัวไปนั่ง ๆ นอน ๆ รอพ่อ พรุ่งนี้จะอยู่กับแม่กับน้องด้วย ก็เฝ้าไป

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ต้องเผชิญกับมัน ชีวิตเราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันพรุ่งนี้ อย่างเดียวที่ควบคุมได้คือจิตใจของเราเอง

ขอบคุณที่เราผ่านเหตุการณ์นี้ไปโดยราบรื่น ขอบคุณที่พ่อสบายดี ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ



Saturday, July 11, 2015

หายไปนาน - long time on post

กำลังโฟกัสวาดรูปขายอยู่ ไม่ว่างมาบ่นเลย

Sunday, June 21, 2015

ไปออดิชันเดอะวอยซ์มา - went to audition the voice thailand

ไม่พูดถึงไม่ได้นะเรื่องนี้ เราไปออดิชันเดอะวอยซ์มา! ไม่คิดว่าจะไปมาก่อน แต่มันเป็นเรื่องของจังหวะ ก็เลยไป

ช่วงนี้ก็เรียนร้องเพลงอยู่พอดี แล้วครูก็สนับสนุนให้คนในห้องไปหาประสบการณ์ คนที่เรียนร้องเพลงด้วยกันก็ไปกันเกือบหมด เราก็เลยต้องไปด้วย เดี๋ยวจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง

การจัดการเค้าเป็นระบบมากเลย ไม่มีวุ่นวาย ทีมงานดีมาก ๆ ไปสมัครวันศุกร์ ได้คิวร้องวันอาทิตย์ตอนสิบเอ็ดโมง

แต่ก็เป็นเรื่องของจังหวะอีกนั่นแหละที่เราก็ดันไม่สบายพอดี เป็นหลอดลมอักเสบ ทำให้ไอ และมีน้ำมูกมีเสลดอยู่ลึก ๆ วันก่อนออดิชันก็กินยาแต่ก็เป็นยาปฏิชีวนะ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ ไม่ได้ติดเชื้อแบคทีเรีย น้ำมูกไรงี้ก็ยังใสอยู่ แล้วก็กินน้ำส้ม(ช่วยได้มั้ยวะ) พอวันอาทิตย์ก็อัดฟิชเช่อแมนส์เฟรน ก่อนเข้าห้องนี่เคี้ยวเลย 1 เม็ด

เวลาสำคัญ ได้เข้าห้องไป แนะนำตัว สวัสดีค่ะ บลา ๆๆๆ เลือกโค้ชก้องค่ะ แล้วเค้าก็บอกให้ร้องเลย เราก็ใส่เลย "แหละหนึ่งในน้านอาอ้านนน ก่อคือเธอคนนี้...อีอี๊....." พอค่ะ! 8วิ! สวย ๆ ค่ะ เค้ามีการถามตามหลังมาด้วยนะ ว่าไม่สบายเหรอ แสดงว่าเค้าก็ฟังออกอยู่นะ เราก็บอกเค้าว่าเราไม่สบาย

เสร็จแล้วก็ออกมา ง่ายมากเลย ถือว่าครั้งนี้เราควบคุมตัวเองได้ดี ไม่ตื่นเต้นจนเกินไป แนะนำตัวก็ดีตามที่ซ้อมมาหน้ากระจก 555 ร้องเพลงซ้อมไว้ 30 วิ ได้ร้อง 8 วิ ก็โอเค การไปออดิชันเดอะว๊อยซ์ครั้งนี้ เป็นการทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เป็นการก้าวออกจาก comfort zone อีกครั้ง

สิ่งที่ได้อีกอย่างก็คือ ตั้งแต่กรอกใบสมัครละ เค้าถามว่า สิ่งที่แปลกหรือน่าตื่นเต้นที่สุดในชีวิตของคุณคืออะไร สิ่งที่คุณภูมิใจมากที่สุดในชีวิต ฯลฯ คำถามเหล่านี้ ทำให้เราได้มาพิจารณาตัวเอง สิ่งที่น่าตื่นเต้นเหรอ สิ่งที่แปลกเหรอ อะไรดีนะ ชีวิตเราดูธรรมดามากเลย คิดคำตอบไม่ออก สิ่งที่เราตื่นเต้น มันดูเป็นสิ่งธรรมดาสำหรับคนอื่น สิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับเราคือการได้ไปทำงานกรุงเทพฯพร้อมกับเปิดร้านกาแฟที่เชียงใหม่ สิ่งที่เราภูมิใจ เราตอบว่า ได้คะแนนโทอิค 800 คะแนน อันนี้ภูมิใจจริง เกร๋ ๆ

It's me! I've done it, yay!
ขอบคุณสำหรับการได้ไปออดิชันครั้งนี้

Monday, June 1, 2015

ครบรอบ - anniversary

ครบรอบน่ะสิ ว้าย ๆๆๆ ครบรอบอะไร ไม่ใช่วันนี้ พรุ่งนี้(นี่ก็เพิ่งรู้ตัว) ครบรอบ 1 ปีที่เปิดร้านกาแฟมา หนึ่งปีผ่านไป ดีใจมั้ย มันก่อดี๊ ได้เห็น ได้เรียนรู้อะไรมากมาย

1. ทำร้านกาแฟที่เชียงใหม่ ทำงานประจำอยู่กรุงเทพฯ กลับเชียงใหม่ทุกสัปดาห์ ก็ทำมาแล้ว จ-ศ นั่งเป็นพนง.ออฟฟิต ส-อ ไปช็อปปิ้งแมคโครและร้านอื่น ๆ มันเหนื่อยแต่ก็ทำได้ และจะเสียเวลาช่วงหัวค่ำของวันศุกร์และวันอาทิตย์ไป เพราะต้องเดินทาง การเดินทางที่ประทับใจที่สุดคือจะบินกลับเชียงใหม่ไลออนแอร์เที่ยว 21.50 ออกห้องจาก bts อ่อนนุช ตอน 19.30 ไปเกือบไม่ทัน ดีนะเช็คอินมาแล้ว จะบอกว่าไปถึงดอนเมืองตอน 21.45 นั่งแท็กซี่ไป เพราะว่ารอ A1 นานมาก ไม่มาซักที วิ่งไปเกท มันทัน บร๊ะเจ้าาาาาาาาา ทัน!! เดินเข้าไปนี่ทุกคนมอง กระเป๋าแบคแพ็กก็โหลดไม่ทันก็แบกมันไปทั้งอย่างนั้นแหละ จากเหตุการณ์นี้ ทำให้ต้องทิ้งคัตเตอร์ไป  1 อันด้วย แต่ดีอะ มันรู้สึกว่าเป็นผู้ชนะตอนที่มันทันบินนี่แหละ ขอบคุณทุก ๆ อย่างในวันนี้จริง ๆ

2. ได้พัฒนาสกิลการสอน สอนคนจากความรู้กาแฟ 0 ตอนนี้ก็อยู่ร้านได้สบาย ๆ

3. ได้คิดเป็นระบบ ต้องวางแผนให้ร้านอยู่ได้ 1 สัปดาห์โดยไม่มีเรา คิดตั้งแต่ว่าจะเก็บเงินยังไง จะบันทึกการขายยังไง ขาดแต่สกิลเช็คสต็อก เพราะเราไม่เคยทำ ไม่เคยเช็คของเข้า เลยไม่รู้จะสอนยังไง ยังไม่ได้ฝึกด้วย ทุกวันนี้ ของเข้ากับของออกสัมพันธ์กันยังไงก็ไม่รู้แล้วมีพวกของหมดอายุอีก อันนี้ยังไม่รู้จะจัดการยังไง(ถึงวันนี้ก็ยังไม่คิดจะทำอะไร ปล่อยไปก่อนละกันนะ)

4. หุ้นส่วน เอ๊ะ มีด้วยเหรอ มีสิ(แอบจิกกัดเบา ๆ) แต่ไม่ค่อยได้ช่วยจัดการอะไร แต่ก็ช่วย start up business ยังไงก็ต้องขอบคุณพวกเค้า

---------------------------------------

ผ่านมา 1 ปี ผลประกอบการทางตัวเลขเป็นบวกอยู่ที่หมื่นกว่าบาท จากเงินทุนตั้งต้นสามแสนบาท สถิติยอดขาย ยอดขาย ย้ำว่ายอดขาย ต่ำสุดได้สามหมื่นกว่าบาทต่อเดือนนะ สูงสุดได้หนึ่งแสนกว่าบาท เคยมีพนักกงานต่ำสุด 1 คน สูงสุด 7 คน(ไม่นับเรานะ) ตอนนี้มี 3 คน เก่ง ๆ กันแล้ว ตอนที่มีเยอะ ๆ คือ เราอยู่กทม. แล้วพนง.ก็ยังไม่เก่ง เราเลยให้อยู่ช่วยกัน ต่อมาพนง.ก็เรียนจบกันไป หรือทำงานอย่างอื่นกันไป (เอ้อ เคยรับป.เอกมาทำงานด้วย ตอนนี้ไปเป็นอ.มหาลัยแล้ว มาทำขำ ๆ ก็หนุกดี) เพราะถ้าทำไม่เก่ง ลูกค้าจะรอนาน คนจะมาเยอะ ๆ ตอนพักเที่ยง คือตอนแรกก็อยากทำให้ร้านดีอะ ก็จ่ายเงินให้กับการมีพนักงานในส่วนนี้

ส่วนตัวเราเอง ถ้าพูดถึงเงิน เราว่าเราขาดทุน ทำงานก็ไม่ได้เงินเดือนทุกเดือน บางเดือนก็ได้ บางเดือนก็ไม่ได้ เดือนที่ได้ก็ไ้ดห้าพัน เราให้ตัวเองเท่านี้แหละ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องประสบการณ์ ก็ได้มาเยอะ เรื่องการเปิดร้านกาแฟ

ณ จุดนี้ ร้านมันก็อยู่ได้เรื่อย ๆ เราก็จะดูแลมันไปเรื่อย ๆ แบบว่าไฟในการพัฒนาต่อ คงมอด ๆ ไปบ้างละหละ เราจะไปโฟกัสทำสต็อกโฟโต้ ร้านกาแฟทำกับหุ้นส่วน ทุ่มเทไปมันก็หารอยู่ดี เราถือว่าได้เก็บเกี่ยวในช่วงแรกไปแล้ว(เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในช่วงทำทำงานไม่ได้ตังค์น่ะ อยู่ร้านแล้วก็ต้องไปซื้อของ แล้วก็ทำบัญชี ขับรถไปนั่นมานี่ เสียตังค์แต่ได้ประสบการณ์)

อยากจะฉลองกับพนักงาน แต่ก็ไม่อยากเอาตังค์ไปใช้ในส่วนนี้ เพราะช่วงนี้เหลือเงินร้านยังไม่อู้ฟู่ แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่ฉลองอะไรเลย เคยตั้งเป้าว่าจะให้มียอดขาย 4000+ เกิน 10 วัน ใน 1 เดือน พวกเราทำได้ เราก็ให้พนง.สั่งพิซซ่ามากิน มันก็ต้องมีรางวัลเวลาเราทำอะไรได้ตามเป้าบ้าง แต่ครบรอบ 1 ปีนี้ เราก็คงเก็บไว้ในใจก่อน ดีใจอยู่ลึก ๆ ก็ละกัน

ล่าสุดเดือนที่แล้วก็ขาดทุน แววมันมาละ ร้านอยู่ในสถานศึกษา ปิดเทอมนี่จ๋อยเลย

แต่เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้

บายม์

ลืมกระเป๋าตังค์ - lost my wallet

วันนี้ตอนเช้าไปซื้อกาแฟกินที่เซเว่น อยากรู้ว่ามันจะเป็นยังไง จำได้ว่าเคยกินมันก็อร่อยดี เลยอยากจะไปซ้ำอีก สั่งลาเต้เย็น ลาเต้ร้อน อเมริกาโน่ร้อน(เพื่อนสั่งด้วย) ถ้าเป็นกาแฟเย็นต้องชงเองเพิ่ม ถ้าเป็นกาแฟร้อน กดปุ่ม มันออกมาใส่แก้วให้เลย อัตโนมัติสุด ๆ

ซื้อน้ำอีก 2 ขวด ทั้งหมดนั่น 98 บาท ราคาดี๊ดีย์ เดินออกมา ทำอะไรต่ออะไร แล้วก็ไปบิ๊กซี พอลงรถ หากระเป๋าตังค์ไม่เจอ ต้องไปธุระอีกหลายที่ ก็ไป

กลับมาเซเว่นเดิมตอนบ่ายสามได้ ถามหากระเป๋าตังค์ เจอ!! ดีใจมาก ก็ขอบคุณเค้าไป ขอบคุณทุกคน

ช่วงที่กระเป๋าหาย คิดอยู่ในใจว่าถ้าไม่เจอที่เซเว่น ก็คงต้องไปทำบัตรอะไรต่าง ๆ ใหม่ คงจะเซ็งน่าดู แต่ก็ไม่ได้มีอารมณ์ว้าวุ่นใจนะ คือ เจอก็เจอ ไม่เจอก็ค่อยหาทางทำอะไรต่อ นี่เริ่มเข้าขั้นปลงชีวิตรึยังนะ หรือโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะหรือเข้มแข็งแล้วนะ

สรุป ลาเต้เย็น 30 ลาเต้ร้อน อเมริกาโนร้อนแก้วละ 25 กินได้หมดอะ ไม่ได้หอมมาก จาง ๆ แต่ก็กินได้

ไม่ว่าจะดีหรือร้าย มันก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผ่านไป

แล้วก็ผ่านไปอีก 1 วัน

Friday, May 29, 2015

ทัศนคติ - attitude

วันนี้ว่าด้วยเรื่องง่าย ๆ เลย เรื่องทัศนคติ ว่าเราจะมีความคิด มีมุมมองต่อเรื่องต่าง ๆ อย่างไร วันนี้มี 3 เหตุการณ์ที่อยากจะเล่า

เรื่องแรก
เล่าเลยนะ ไม่มีชื่อเรื่อง ก็ไปเรียนร้องเพลงตามปกติ แต่หลัง ๆ เริ่มรู้สึกเบื่อที่จะต้องวอร์มเสียงครึ่งชั่วโมง แต่ก็ทำไป มันเหมือนกับคนเราตื่นมาแล้วให้ร้องเพลงเลย แล้วให้มันเพราะเลย เป็นไปไม่ได้หรอก ขนาดพูดเฉย ๆ หลังตื่นมา คนยังฟังออกว่านี่เสียงแบบเพิ่งตื่น (ยังไม่เข้าเรื่องนะ 55)

เข้าเรื่อง วันนี้ร้องเพลงและฝึกคอมเมนท์คนอื่น ครูก็ให้ทุกคนเรียงกันออกมาร้องเพลงที่ตัวเองคิดว่าร้องดีสุด แล้วก็ให้เพื่อน ๆ ตั้งใจฟังและคอมเมนท์ เราจดทุกคนเลย คอมเมนท์ทุกคน คนส่วนใหญ่ก็รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นดี แต่ก็มีบางคนไม่ค่อย เราขอใช้คำว่าเค้าปกป้องตัวเอง เช่นเราบอกว่าเพลงนี้ไม่เต้นดีกว่า(คือยืนร้องนิ่ง ๆ ดีกว่า) แต่เค้าก็บอกว่าก็ทำเล่น ๆ(แต่เราก็คิดว่า อ้าว ก็ออกมาหน้าห้อง นี่มันต้องจริงจังแล้วนะ แบบเทคเดียวอะ ก็แต่ละคนก็คิดไม่เหมือนกัน มันก็เลยแสดงออกมาไม่เหมือนกันน่ะสิ) มันเป็นเรื่องของความคิดเห็น มันจะถูกจะผิดก็ได้ และบางทีมันเป็นเรื่องของความชอบ คนอื่นชอบแบบนี้ เราชอบแบบนี้ ความชอบมันเป็นเรื่องเฉพาะตัว ไม่มีมาตรฐาน ทุกคนมีไม้บรรทัดความชอบเป็นของตัวเอง เอาไม้บรรทัดของตัวเองวัดคนอื่น แต่ละคนก็วัดได้ไม่เท่ากันหรอก และการที่มีคนตั้งใจฟังเราร้องเพลง แล้วคอมเมนท์เรา เราต้องขอบคุณที่เค้าอุตส่าห์เสียสละเวลา ตั้งใจฟัง แล้วคอมเมนท์ ก็เพื่อให้เราปรับปรุงให้เราได้พัฒนาขึ้น มันจะมีมั้ย ออกมาร้องเพลงแล้วทุกคนเงียบกริบ เอ้า ดีมากกกก ไม่มีอะไรแก้เลย เราว่าพวกเรา ร้องเพลงระดับบ้าน ๆ แบบนี้ มันไม่มีหรอก

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเป็นคนที่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น? เราจะรู้ได้ ครูบอกว่าแบบนี้ ถ้าเราฟังเค้าคอมเมนท์แล้วหลังจากนั้น เรายังรู้สึกกับเค้าแบบเดิม ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม นั่นแสดงว่าเราเป็นคนยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น แต่ถ้าเราฟังคอมเมนท์แล้วแบบว่า เอ..คนนี้มันยังไงนะ มันอะไรกับเรานักหนา ชั้นว่าชั้นดีแล้วนะ อย่างนี้ เรายังไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น

เราร้องเพลง เราสามารถเปล่งเสียงคำคำหนึ่งได้ครั้งเดียว จะลากเสียง จะหยุดเสียง มันก็ทำได้ครั้งเดียว ไม่มีใครมาร้องอินโทร 2 รอบแล้วให้คนฟังเลือกเอาเองว่าชอบแบบไหน แล้วก็ไปท่อนต่อไปอีก 3 รอบ บลา ๆๆ เราก็ต้องฝึกร้องแบบนี้ ขึ้นตรงนี้ จบตรงนี้ อย่างงี้ และเราก็ร้องเพลงให้คนอื่นฟัง ก็ควรฟังความเห็นของผู้ชมบ้าง

ในการทำงานอื่น ๆ ก็เหมือนกัน เราว่า มันอาจจะมีเถียงกัน เอาข้อมูล เอาหลักการมาโยนใส่กัน แต่เป้าหมายก็เพื่อทำงานให้มันดีที่สุด บางทีเราเลือกทำได้วิธีเดียว เราก็ต้องช่วยกันค้นหาว่าจะทำยังไงให้มันดี(ที่เราคิดว่ามันจะดีอะนะ เพราะเรายังไม่ได้ทำ)

เรื่องที่สอง
หลังจากเรียนเสร็จก็ไปร้านกาแฟ พอตอนจะออกมา กะว่าเดี๋ยวจะไปวิ่ง ปรากฏว่าสตาร์ทรถไม่ติด แชะ ๆๆๆ เริ่มร้อน เรานี่แหละร้อน มันหลายแชะแล้ว ทั้งปิดแอร์ ปิดวิทยุ ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ก่อนหน้านี้ก็มีอาการสตาร์ทยาก มีอยู่ทีไปวิ่งเสร็จ ทุ่มกว่าเกือบสองทุ่มละ แล้วก็มาวิ่งในแบบว่าป่า ๆ หน่อย ไม่มีคน แต่ก็ยังสตาร์ทติดมาได้ แต่วันนี้แหละ ไม่ติดของจริง  แถวนั้นก็เป็นที่จอดรถ มีรถจอดอยู่ แต่เลิกงานละ มีรถนิดหน่อย บางคันก็ขับผ่านไป เราไม่กล้ารบกวนชาวบ้านอะ รู้ว่าต้องจั๊มแบต แต่ไม่รู้จะเรียกคนอื่นยังไง หรือว่าเรายังคิดว่ามีทางอื่นนะ ทางที่จะเรียกคนอื่น(ที่ไม่รู้จักเลย)คือทางท้าย ๆ ที่เราจะเลือกนะ และเราก็นึกได้ว่า แถวนั้นมีบีควิก โชคดีละ รถมาเสียแถวนี้ นึกออกแต่บีควิกนี่แหละ ร้านอื่นนึกไม่ออกละ เลยเดินไปบีควิก แล้วก็ซื้อแบตใหม่ ยัวซ่า 2290 บาท (ช่วงนี้อยากจะประหยัดอะ แต่ก็มีเรื่องให้ใช้เงินจนได้ กิ๊สสส) เปลี่ยนแบตเสร็จ รถก็สตาร์ทได้อย่างดีเลิศประเสริฐศรีมณีเด้ง(ศัพท์วัยรุ่นมาก)

เรื่องที่สาม
กลับมาบ้าน ไม่ว่งไม่วิ่งมันละ รู้สึกเหนื่อยเบา ๆ จะกลับบ้านมาเปลี่ยนก๊อกน้ำด้วย บ้านทุกวันนี้อยู่บ้านเช่า แล้วเจ้าของบ้านเลือกใช้วัสดุที่สร้างบ้านเกรดไม่ค่อยดี ปั๊มน้ำก็มือสอง คราวก่อนก็พังไป เอามาเปลี่ยนอีกก็มือสองอีก ซึ่งมันก็เสีย เสียตอนเปลี่ยนนี่แหละ ก็ได้ไปซื้อเค้าเรียกอะไรอะ ตัวที่แรงดันตกแล้วมันก็มาสปาร์กกันแล้วไฟเข้ามันก็ปั๊มทำงาน เพรชเช่อรึป่าว นั่นแหละ ซื้อมาเปลี่ยน ปั๊มเมื่อยี่สิบปีที่แล้วได้ ถังด้านในมีแต่สนิม แต่ก็ใช้ได้ ท่อนี่ต่อแล้วต่ออีก เกือบจะเป็นข้อต่อต่อกัน มองไม่เห็นท่อจริงแล้ว แล้วก็มีก็อกน้ำมันพัง คือวาล์วมันปิดน้ำได้ไม่สนิท น้ำมันหยด พอน้ำหยด ปั๊มก็ทำงาน ปั๊มก็จะดังเป็นระยะ ๆ เรานอนกลางวันชั้นล่างบ้านไม่ได้เลย ตกใจเสียงปั๊ม แอ้ดดดด แอ้ดดดดด อยู่ได้ ก็ซื้อก็อกมาเปลี่ยน

ครั้งนี้ก็อก(อีกอัน)พังอีก ปิดสนิทไม่ได้ เราก็เลยกะว่าไปซื้อก็อกมาเปลี่ยนอีก ไปซื้อก็อกที่ตลาดมาได้แล้ว กลับมาบ้าน เอามือจับตัวก็อกหมุนออก แก็ก! ก็อกหักคามือ!! บร๊ะเจ้า หัวก็อกที่มันเป็นเหล็กเนี่ย เหล็กหรืออะไรไม่รู้ มันเปราะ หักคามือ แต่ยังมีตรงต้นก็อกเป็นหกเหลี่ยม เลยเอาประแจไข แก็ก!! หักอีก เอ้ยยยยย ทีนี้เกลียวมันก็ติดอยู่ข้างใน เราเลยเอาไขควงแบนกับค้อนมาตอก กะว่าให้มันแตกอีก เอ้า ทีนี้มันไม่แตก ตอกไปก็เสียงดังไป นี่ก็เกือบสองทุ่มแล้ว ดูนาฬิกา เอาไงดีวะ โฮมโปรยังไม่ปิด(คิดในใจ)

ก็อกแม่งหลุดเป็นชิ้น ๆ
รูก็อกน้ำ
ดูจากรูป ข้อต่อสามทางด้านบน เหลือท่อน้อยมาก เราเลื่อยท่อออก(โชคดีอีกอย่างที่บ้านมีเลื่อย) เลื่อยให้ชิดกับข้อต่อสามทางเลย แล้วมันเหลือท่อให้เสียบกับข้อต่อใหม่อีกแค่ประมาณ 6 มิล ก็ลองดูวะ ตอนไปซื้อข้อต่อที่โฮมโปร คนขาย(ซึ่งเป็นช่างประปา)บอกว่า เหลือที่ให้ต่อกันน้อย มันทนแรงดันน้ำไม่ได้หรอก เราก็แบบว่า ทำไงดีวะ ทำไงให้มันต่อกันได้ ไม่งั้นต้องทุบผนัง รื้อท่อใหม่หมดแน่ ๆ หรือจะหาอะไรมาอุดรู รูซึ่งไม่มีเกลียว(เกลียวของก็อกน้ำเก่ามันติดแหง็กอยู่น่ะสิ) แรงดันน้ำต้องพุ่งทะลวงแน่ ๆ แต่ในที่สุด เราก็ไปซื้อสามทางมา แบบธรรมดาอันนึง แบบเกลียวอันนึง ถามพนักงานว่ามีกาวดี ๆ มั้ย ก็ไม่มี ก็มีเท่านี้ กาวกระป๋องเขียวอะ ซึ่งก็มีอยู่แล้ว ตอนนั้นซื้อเอามาซ่อมท่อนั่นแหละ

เอ้อ ตอนเดินโฮมโปร ก็คิดนะ ว่าจะทำยังไงให้มันต่อได้ เลยนึกถึงตอนที่ไปอยู่กรุงเทพ แล้วไปอยู่หอ ที่ห้องพัก น้ำมันหยดตรงใต้ซิงค์ล้างหน้า พนักงานเลยเอาซิลิโคน(ซึ่งเหม็นมาก)มาอุดให้แบบกาก ๆ เหมือนจะมีซิลิโคนอุดอยู่แล้วก่อนหน้าด้วย แต่มันก็ไม่ได้ช่วยแก้หายขาด แต่มันก็ดีขึ้น มันเป็นท่อน้ำทิ้งเฉย ๆ ไม่มีแรงดันอะ เราก็แก้ปัญหาต่อโดยการหาอะไรมารองน้ำไว้ มันจะได้ไม่กระเด็นใส่เท้าเวลาล้างหน้าแปรงฟัน เราไม่ชอบความรู้สึกน้ำกระเด็นใส่เท้า และไม่อยากให้ห้องน้ำน้ำไหลเป็นทางจากใต้ซิงค์ นั่นแหละ จากเหตุการณ์นั้น เราเลยนึกขึ้นได้ว่า ก็ซื้อซิลิโคนไปอุดก็น่าจะได้ เลยเดินไปตรงแผนกขายซิลิโคน แถวนั้นก็มีกาวมากมาย เทปกาว ซิลิโคนแบบต่าง ๆ กาวตราช้าง กาวอีพ็อกซี่ เราก็ยืนมึนอยู่ ก็ถามพนักงงานว่า อยากได้กาวที่มันไว้อุดท่อรั่วอะ มีมั้ย พนักงานก็ยังแนะนำไม่ค่อยถูก เราก็กวาดสายตาดูเรื่อย ๆ ไปเจอกาวอีพ็อกซี่ดินน้ำมัน นึกขึ้นได้อีกว่าที่บ้าน พ่อเอามาอุดทับเปอร์แวร์ที่มันแตก กล่องถั่วอันนั้น โอ.... ไอ้อีพ็อกซี่นี่น่าจะใช้ได้ พลิกอ่านด้านหลัง ก็มีวิธีใช้ให้เอามาปั้น ๆ แล้วก็เอาไปแปะ โอ้ว ดูง่าย ถามพนักงงานว่ามีกี่แบบ พนักงานบอกว่ามีแบบนี้แบบเดียว ขายดี สายตาก็เหลือบไปเห็นอีกอัน แบบเดียวกัน ปั้น ๆ เหมือนกัน พนักงานนี่ใช้ไม่ค่อยได้เลยว่ะ ถามอะไรไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ ตั้งแต่ที่ท่อละ น่าจะดูแล้วรู้เลยว่าท่อยังไงขนาดอะไร ขนาดเราเอาท่อเราไปเทียบ พนักกงานยังไม่แน่ใจว่ามันไซส์เดียวกันชัวร์ป่าว สรุปเราก็เลยซื้อกาวอีพ็อกซี่ดินน้ำมันมาอีก 181 บาท ข้อต่อสามทางธรรมดา 5 บาท ข้อต่อสามทางเกลียวทองเหลือง 65 บาท

กลับมาบ้าน(โชคดีอีก บ้านอยู่ใกล้โฮมโปร) ก็ต่อตามแผนที่วางไว้ ตอนเลื่อยท่อนี่ยากนะ เลื่อยเบี้ยวอะ เห็นช่างที่มาทำปั๊มน้ำคราวก่อน มีที่ตัดท่อด้วย ชีวิตดี๊ดี ตัดแป๊ก ๆ
ต่อท่อเสร็จ ปั้นกาวอีพ็อกซี่พันรอบข้อต่อที่คิดว่าต่อไม่ชัวร์อีกครั้ง

ดูกันชัด ๆ ว่าเอาอีพ็อกซี่พันรอบแบบนี้

ตอนนี้เหมือนจะดีนะ น้ำดูจะไม่ซึม เราก็ภูมิใจว่า ทุกอย่างจบลงเรียบร้อย เราก็มานั่งแกะกาวที่นิ้ว แล้วก็มาอัพบล็อก

ทัศนคติที่อยากจะบอกก็คือ ให้คิดไปในเชิงแก้ปัญหา ว่าโจทย์ มันเป็นแบบนี้ เราทำอะไรได้บ้าง ก็ทำ
มันก็แค่ ถ้าปัญหามันแก้ได้ก็แก้ ไม่ต้องคิดมาก ถ้าปัญหามันแก้ไม่ได้ ก็ช่างมัน ก็มันแก้ไม่ได้ ไม่ต้องคิดมาก ไม่มีอะไรให้ต้องเครียดเลย เนี่ยแหละ เราก็ยังต้องฝึก

ปัญหา 97.65% แก้ได้ด้วยเงิน ปัญหาที่เหลือนี่สิ แก้ยากกว่า

ปัญหาเรื่องแรก แก้ไม่ได้ด้วยเงิน
ปัญหาเรื่องสองและสาม แก้ได้ด้วยเงิน สบาย ๆ ฮะ ถ้ามีเงิน เงินนี่จำเป็นนะ เงินจำเป็นสำหรับเรื่องที่ต้องใช้เงิน

บาย

Wednesday, May 20, 2015

การเรียนรู้ - learning

"คนเราเรียนรู้ได้เท่ากัน ในเวลาที่ไม่เท่ากัน"

- อาจารย์ท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ในวันปฐมนิเทศ

Monday, May 18, 2015

เปิดเทอมแล้วฮ้าฟ - first day in CMpoly

ลงเรียนที่วิทยาลัยสารพัดช่างไว้ ช่วงเช้าเรียนเขียนแบบก่อสร้าง ช่วงบ่ายเรียนขับร้อง ไปปฐมนิเทศวันนี้รู้สึกดีมากเลย ครูแต่ละคนมีอินเนอร์มาเต็ม มีจิตวิญญาณความเป็นครูอะ ฟังแล้วรู้สึกได้เลย เห็นใส่ชุดข้าราชการนี้ทำให้นึกถึงพ่อเลย เค้าจัดสอนได้ไงอะ 150 ชั่วโมง 160 บาท

เรียนเขียนแบบก่อสร้าง เอาดินสอไปอย่างเดียว

เรียนขับร้อง พรุ่งนี้ต้องเตรียมไปแนะนำตัว แล้วก็ร้องเพลง 1 เพลง กิ๊สสส ตื่นเต้น ว่าจะร้องเพลงผู้ชายในฝัน 555 นี่ซ้อมจากยูทูบไปสองสามรอบ คนในชั้นเรียนมีตั้งแต่ลุงไปจนถึงคู่แม่ลูก หลากหลายมาก ๆ

ชีวิตจะเป็นแบบนี้ไปอีก 3 เดือน ก็ลองติดตามกันไป

ลองเรียนดู จะได้รู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ

Saturday, May 16, 2015

ออกซิเจนตู้ปลา - oxygen in fish tank

คืองี้ ที่บ้านก็มีตู้ปลาอยู่ มีปลาโคเมท ปลาเทวดา ปลาดูด แต่มันไม่ค่อยมีใครดูแล(อ้าว ใครจะดูแลล่ะ) มันก็มีตะไคร่น้ำขึ้นก็ขัดไป ให้อาหารเลี้ยงกันไป

เวลาผ่านไป สายที่ปั๊มเอาอากาศใส่ตู้ปลา เราสังเกตเห็นฟองอากาศมันอ่อนลง จนไม่มีฟองออกมา เราก็เอาออกมาขยับ ใส่เข้าไปใหม่ เอ๊ะ ก็มีฟอง สักพัก ไม่มีฟองอีกละ เราก็คิดว่ามันจะตันป่าววะ ดูแล้วมันก็ไม่ตัน ก็คิดอยู่ว่าจะไปซื้อใหม่

สรุปเลยละกันว่าสายจุ่มลึกไป ทำให้แรงดันอากาศสู้แรงดันน้ำไม่ไหว มันเลยปั๊มอากาศไม่ออก ต้องยกให้สายมันสูงขึ้น ฟองอากาศก็ปุ๊ด ๆ เลยทีนี้ เพราะอย่างนี้ ตอนแรกที่จุ่มสายถึงมีฟองอากาศ เพราะว่าแรงดันน้ำด้านบนมันน้อยกว่าด้านล่าง

พอคิดได้แบบนี้รู้สึกตัวเองฉลาดขึ้นมาทันที ชวิ้ง! คนอะไร ฉลาดว่ะ ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อที่ปั๊มอากาศใหม่ เย่ ต่อไปก็ว่าจะไปหาซื้อของมาตกแต่งตู้ปลาดีก่า ไปเปิด pinterest คิด theme ก่อนนะ

Thursday, May 14, 2015

พนักงานธนาคารขายแมว - banker sell cat

วันนี้ตอนเย็นไปธนาคารกรุงเทพ เพราะได้อ่านมาว่าเวลาแลก paypal มันจะได้เรทที่ดีกว่า ก็เลยไปเปิดบัญชี ได้ไปนั่งโต๊ะกับพนักงานชายท่านหนึ่ง ก็เปิดบัญชีไปคุยกันไป เราบอกเค้าว่าจะเอาบัตรบีเฟิร์สที่มันเอาไปทำเพพาลได้น่ะ เค้าก็ถามว่าเราจะทำอะไร เราบอกเราจะทำสต็อกโฟโต้ เค้าไม่รู้จัก ก็คุยกัน เค้าถามว่าเราจบอะไร เราบอกว่าจบวิทยาศาสตร์ ส่วนเค้าจบเศรษฐศาสตร์ เค้าก็ทำงานตรงสายดี เราไม่ตรง ห้าห้าห้า

เราบอกไปว่า ก็เหมือนคนรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ โหยหาอิสรภาพทางการเงิน เราบอกเค้าว่าอยากมีรายได้หลายทาง เค้าเลยบอกว่า เค้าขายแมวเปอร์เซีย...ซักอย่าง มันไม่ใช่เปอร์เซียธรรมดา มีสร้อยต่อ แต่จำไม่ได้แล้ว ตอนแรกก็เลี้ยง แล้วเอาไปผสม(เลี้ยงตัวผู้) ต่อมาเลยซื้อแม่พันธุ์มาเลี้ยงหกเจ็ดตัว ตอนนี้ก็ขายแมว ส่งแมวขึ้นเครื่องบินไปขายก็มี

นี่ก็เป็นอีกหนึ่งชีวิต แต่ละคนมีเรื่องราวน่าสนใจกันทั้งนั้น

คุยกันเพลิน กรอกเอกสารให้เราผิด ได้กรอกใหม่เลย ฮาาาา เสียเวลาไปอีกนิด แต่ก็ไม่เป็นไร

เราถามเค้าว่า คุณก็ชอบทำงานธนาคารเหรอ เอาเอาหัวหดไปข้างหลัง ทำปากเป็ดนิดนึง แบบว่าไม่นะ ชั้นไม่ชอบ อะไรทำนองนี้แหละ หะ ๆๆ แต่ก็ทำไปนะ เชเว้ดดดดดดด

พอเสร็จ เราก็บอกว่า ถ้ามีเพื่อนจะซื้อแมว จะแนะนำมานะ บายม์

Saturday, May 9, 2015

ขับรถในกรุงเทพฯ - driving in Bangkok

เป้าหมายที่ทำสำเร็จในวันนี้คือ "ขับรถในกรุงเทพ"
ตั้งเป้าหมายนี้ไว้ตั้งแต่อยู่กรุงเทพตอนนั้นละ ทำได้ดีสุดตอนนั้นคือ ย้ายรถให้คนอื่นจากที่จอดหนึ่งไปอีกที่หนึ่ง แต่ในวันนี้ มันขะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป! มันจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล!(นี่มันไตเติ้ลหนังหรืออะไร)

ขับจากกรุงเทพไปนครนายก เพื่อไปส่งน้องซ้อมรับปริญญา อู้ววว แล้วก็ขับกลับ ขากลับฝนตกหนักมากบนทางด่วน แต่ก็ขับมาได้ เมื่อก่อนเคยอยู่กรุงเทพ คิดว่ามันน่าจะยาก ขับรถไปมา แต่พอได้มาขับจริงมันก็ได้นี่นา แต่เราควรต้องรู้ทางก่อน จะได้อยู่ถูกเลน บางทีถึงมาทางถูก แต่ดันอยู่ผิดเลน ก็ต้องเลยตามเลย ได้ขับไปจอดที่เทอมินอล21 ด้วย อู้ววว จอดรถห้างในกรุงเทพ วนขึ้นแบบหลายเลย กินโคโค่ กินเรดแมงโก้ กลับคอนโด สบ้าย! ราบรื่น น้ำมันหมดไปครึ่งถัง แต่นี่เพิ่งขับได้ 150 โลเองนะ!


กรุงเทพ ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัวฮะ

-----
อยู่เมืองใหญ่นี่ก็สนุกอีกแบบ เป็นบรรยากาศแห่งการแข่งขัน บรรยากาศแห่งการต่อคิว มันจะดีกว่านี้ถ้ามันอากาศเย็นนะ นี่มันร้อนสึด ๆ เลย
เราอยู่เมืองแบบไหน เราก็จะมีบุคลิกเป็นแบบคนเมืองนั้น รู้สึกนะ

Friday, May 8, 2015

จะไปกทม. - go to Bangkok

พรุ่งนี้จะไปงานรับปริญญาน้องที่เคยทำงานด้วยกันที่กทม. เอาวะ ไปก็ไป
ขอบคุณที่การเดินทางราบรื่น
ขอบคุณที่ไปแล้วสนุก
ขอบคุณที่ไปกทม.แล้วได้เจอสิ่งตื่นเต้น(แบบดี ๆ)
ขอบคุณที่ขับรถได้ปลอดภัย เดินทางเป๊ะ ๆ
ขอบคุณที่ฉันอารมณ์ดี
ขอบคุณที่ได้ขายขายภาพได้รายได้ดีในช่วงที่ไม่ได้ทำงานนี้
ขอบคุณสำหรับความรักที่ฉันได้รับจากทุกคนบนโลกนี้
ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ

--------
ส่วนวันนี้ ได้ไปที่ห้องสมุด TCDC แล้ว ไปพบคนหนึ่ง ให้คำแนะนำเรื่องสต็อกโฟโต้ ขอบคุณจริง ๆ ที่เขาสละเวลามาพูดให้เราฟัง นี่ฮึดเต็มที่ิเลยนะ ตอนแรกมันคงจะยากอย่างนี้แหละ แต่ต่อไป เราจะมีรายได้เดือนละ 3 แสนบาท! เป้าหมายใหญ่มาก พูดเองยังหวิว ๆ เลย ฮ่า ๆๆๆ แต่ก็อย่างที่เค้าว่า(ใครว่านะ บอยรึป่าว) ถ้าตั้งเป้าหมายแล้วรู้แน่ ๆ ว่าจะทำได้ นั่นเรียกว่าออกไปซื้อกาแฟหน้าปากซอย เป้าหมายต้องใหญ่ ต้องทำให้เราขนลุกซู่.....เอ้ยยย นั่นแหละ ฉันมีรายได้ต่อเดือน 3 แสนบาท!!! ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ

Thursday, May 7, 2015

สมัครงาน - apply for a job

แต่งตัวดี เสื้อผ้า หน้าผมเป๊ะ(เท่าที่คิดว่าจะเป๊ะได้) เตรียมเอกสารใส่ซองพร้อม ออกเดินทางไปสมัครงานที่เล็งไว้ 1 ที่

ไปถึงประตูเป็นแบบซิเคียวริตี้ตั้งแต่หน้านั่นเลย ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า บรรยากาศไม่น่าเข้าหาเลย ไม่มีส่วนรับรอง(คือว่ากะว่าจะไม่รับแขกเลยใช่มั้ย) ตรงประตูติดป้ายกระดาษเอสี่ใจความประมาณว่า ถ้าจะมาติดต่อให้โทรมาก่อนหรือนัดหมายล่วงหน้า โอ...แม้น สักพัก มีคนทำงานในนั้นคนหนึ่งเดินออกมา เราก็เลยถามเค้าว่าจะมาสมัครงาน เค้าก็ทำหน้างง ๆ เราเลยพูดไปว่า ได้มั้ยคะ(มาสมัครงานเนี่ย ได้มั้ย ฮ่วย!) เค้าบอกว่าเดินตรงไปเลี้ยวขวา

พอเดินไปถึงห้องฝ่ายบุคคล ห้องกว้างซัก 3m*4m ได้ คือมีโต๊ะทำงานนั่งหันหน้าทางเดียวกัน 4 ตัว เว้นทางเดินไว้ซัก 50cm อะ ผู้หญิงคนหนึ่งก็กำลังส่องกระจกแบบจริงจังอะ ส่องฟันหรืออะไรก็ไม่รู้ อีกคนก็กินมะม่วงดอง เราบอกเค้าว่ามาสมัครงานค่ะ เค้าก็ทำหน้างงอีก บอกว่าหมดเขตรับสมัครแล้ว(เรารู้อยู่แล้วแหละ แต่ทำไมอะ เราจะมาสมัคร เราถือว่าได้มาแล้ว คุณรับหรือไม่รับก็แล้วแต่ นี่มาเสนอตัวถึงขนาดนี้เลยนะเนี่ย) เราเลยบอกว่า มายื่นใบสมัครทิ้งไว้ได้ไหม เค้าบอกว่าได้ เราก็เลยเอาเอกสารทั้งปึกให้ เราก็ถามเค้าว่า งั้นเอกสารของเราก็จะถูกเก็บไว้ในตู้ใช่ไหม เค้าบอกว่าใช่ แล้วเราก็จากลามา

ที่เรามาสมัครเพราะเราดูในเว็บ เค้าประกาศว่า ตำแหน่งที่เรามาสมัคร ซึ่งหมดเขตไปแล้ว ผลออกมาว่า ไม่มีผู้ได้รับคัดเลือก เราเลยคิดว่า เอ้อ หรือว่าตำแหน่งนี้รอเราอยู่นะ มันเป็นโอกาสของเราที่เราจะไปยื่นใบสมัครงาน เราเลยไป ซึ่งมันจะได้หรือไม่ได้ก็ช่างมัน เราถือว่าเราได้ทำในส่วนของเราแล้ว

และดูจากบรรยากาศที่ทำงานที่นี่แล้ว มันยิ่งตอกย้ำว่า นี่หรือที่ที่เราอยากมาทำงาน งานประจำนี่หรือที่เราโหยหา มันไม่ใช่อะ มาเพื่อให้รู้ว่า มันไม่ใช่จริง ๆ

ตอนบ่ายเลยไปสมัครสมาชิกห้องสมุด TCDC เพื่อที่ว่าจะตั้งใจทำงานสต็อกโฟโต้จริงจังละ บอยบอกว่า ถ้าอยากเก่งอันไหน ให้ลงทุนในอันนั้น นี่สมัครสมาชิกไป 600 บาทนะ รายปี ทำให้ย้อนนึกไปถึงว่า ครั้งก่อนก็สมัครสมาชิกสระว่ายน้ำรายปีไป 500 บาทเหมือนกัน แต่ยังไม่ค่อยได้ว่ายเลย เอ้า!

Monday, May 4, 2015

ถึงเวลาเอาจริงซักทีมั้ย - make it serious

ใคร ๆ ก็บอกให้ตั้งเป้าหมาย แล้วจะตั้งเป้าหมายทำไมล่ะ ทำไมจะต้องตั้งเป้าหมาย เมื่อมองกลับมาที่จุดเริ่มต้น มันก็กลับมาคำถามเดิมคือ คนเราอยู่ไปเพื่ออะไร มีสองอย่างที่ขัดแย้งกันคือ การทำ กับการปลง

ตั้งเป้าหมาย ทำ ดีใจ สำเร็จ ตั้งเป้าหมายอีก ทำอีก สำเร็จอีก .....เพื่ออะไร

ปลง ปลง ปลง ทำไปทำไม พยายามทำไม

เพราะฉะนั้น เป้าหมาย ต้องให้มันควรค่าแก่การพยายาม ต้องมีแรงขับเคลื่อนมากพอ และเราคิดว่า ทำเพื่อคนอื่น มันยิ่งใหญ่กว่าทำเพื่อตัวเอง แบบว่า ผัวทำเพื่อเมีย แม่ทำเพื่อลูก พ่อทำเพื่อครอบครัว มันเป็นความขัดแย้งอีก เรื่องทำเพื่อตัวเองกับทำเพื่อคนอื่น สำหรับเราถ้าทำโดยมีคนอื่นด้วย เราจะตั้งมั่นมากขึ้น เช่น คิดจะไปวิ่งคนเดียว กับนัดคนอื่นไปวิ่ง ถ้านัดแล้ว เราจะมีโอกาสล้มเลิกน้อยกว่า

มีคำกล่าว
A goal without a plan is just a wish
เป้าหมายที่ปราศจากการวางแผน มันก็แค่ความหวัง(ลม ๆ แล้ง ๆ ..ต่อให้)

แล้วมันก็มีคำกล่าวอีกว่า
A goal is a dream with a deadline
เป้าหมาย มันคือความฝันที่มีเดดไลน์

เอ....เป้าหมาย

เอาไงดีอะ ถึงเวลาต้องจริงจังแบบมีตารางเวลา ปั๊บ ๆๆ งี้ยังนะ

อะเหื้ออออ....

Sunday, May 3, 2015

เวลาผ่านไป - time passing

เมื่อเวลาผ่านไป เราก็โตขึ้นทุกวัน พ่อแม่เราก็แก่ลงทุกวัน

นึกถึงแล้วน่าหดหู่ เรายังทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลย ถ้าผ่อนบ้านอีก 20 ผ่านไป พ่อแม่จะมีวันได้อยู่ถึงวันนั้นหรือเปล่านะ พ่อแม่จะตายตอนอายุเท่าไหร่นะ จะตายยังไงนะ มันเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นในวันหนึ่งแน่ ๆ แต่เราก็ไม่อยากคิดถึงมันเลย รู้แต่ก็ไม่ได้เตรียมตัวอะไร เรื่องเกิดแก่เจ็บตายนี่มันเป็นธรรมดาจริง ๆ แล้วมันก็จะเป็นอย่างนี้ไปอีก นี่แหละมนุษย์

ตัดภาพกลับมาที่บ้านนอกของเรา มีแต่คนแก่ หม่อนก็ตายแล้ว ปู่ย่าตายายก็ตายแล้ว เราก็ไม่ได้อยู่บ้าน ที่บ้านจะมีห้องของเราหนึ่งห้อง เป็นห้องเปล่า ๆ เมื่อก่อนมีที่นอนอยู่บนพื้น แล้วมันก็เป็นห้องเก็บของไปในตัวด้วย ต่อมาพ่อแม่ก็ซื้อเตียงมาไว้ แล้วก็ขนของออกไป ห้องก็จะมีแต่เตียง ต่อมาพ่อก็ติดแอร์ให้ เราบอกว่า ไม่ต้องติดก็ได้ เดือน ๆ หนึ่งเราจะได้กลับบ้านมากี่วันกันนะ ปึหนึ่งเราจะได้นอนบ้านกี่วันกันนะ แล้วต่อมาอีกก็ซื้อโต๊ะพับ(แบบโต๊ะสัมนา)มาไว้ เอาไว้ให้เราเผื่อเราอ่านหนังสืองี้

เราคิดว่า นี่อาจเป็นการทำย้อนหลังอะ มันเหมือนจะสายไปแล้ว เพราะเราไม่ได้อยู่บ้าน แต่เค้าก็ทำ ถ้าเรามีลูก เราจะเลี้ยงลูกให้ลูกอยู่กับเรา เพราะเราจะเห็นเค้า ได้อยู่กับเค้าอย่างใกล้ชิดตอนที่เค้าเล็ก ๆ นี่แหละ ถ้าโตแล้ว ยังไงเค้าก็ต้องไปมีชีวิตของเค้า

คนแก่แถวนี้ก็อยู่บ้านเฉย ๆ เราเห็นแม่เราไม่ได้ไปทำงานเพราะว่าหยุดยาว ก็อยู่บ้านเฉย ๆ นอนกลางวัน เราก็กลับบ้านมาแล้วอยู่บ้านเฉย ๆ เหมือนกัน คือไม่รู้จะทำอะไรดี ดูทีวีก็เบื่อ เล่นคอมก็เบื่อ ดูไร้สาระ
แม่เพื่อนเราอยู่บ้านเฉย ๆ ก็นอนกลางวัน ทีนี้ก็นอนไม่หลับตอนกลางคืน ก็ไปหาหมอ กินยานอนหลับ พอกลางวันมาก็เบลอ ๆ คือระบบร่างกายมันรวน ๆ เพราะเราไปกินยา

ไม่อยากให้คนแก่เกิดความรู้สึกว่าไม่มีอะไรทำ อยู่เฉย ๆ รอวัน...เลย แล้วเราแก่มา เราจะเป็นยังไงน้อ...

คิดมาก

Thursday, April 30, 2015

ฉันฝันถึงคุณ - i dreamt about you

I dreamt about you, last night. I hug you

ข้อดีของการเป็นเจ้าของ - good thing about being the owner

คือ....ทำงานเวลาไหนก็ได้ อยากจะเร่งก็เร่ง อยากจะยืดก็ยืด อยากจะไม่ทำต่อแล้วก็ไม่ทำ

ดี๊ดีย์ ดีสำหรับคนดี ๆ หัวสมองดี ๆ มองการณ์ดี ๆ

ส่วนคนไม่มีหัวคิด พอมาเจอ flexible แบบนี้...ควบคุมตัวเองไม่ได้ก็เละสิครับ

บั๊ย!

Wednesday, April 29, 2015

มองพนักงานลึกไปถึงเจ้าของ - see the owner through their staff

ได้ฟังเรื่องเล่าจากน้องคนหนึ่งเรื่องว่าไปกินขนมในร้านนมมา แล้วทีนี้เราถามว่ากินอะไร เค้าบอกว่า ก็ไม่รู้หรอก แต่พอถามพนักงานแล้ว พนักงานอธิบายได้กระจ่างแจ้งมาก ขนมปังอันนี้จะเป็นแบบนี้ อันนี้จะมีเนยมากกว่า อันนี้จะกรอบนอกนุ่มใน บลา ๆๆๆ มันทำให้เราคิดไปถึงเจ้าของร้าน ว่าเค้าจะเป็นคนยังไงน้อ มีพนักงานที่ดีแบบนี้ พนักงานที่ทำงานแทนเค้า
เจ้าของร้านนมนี้เป็นผู้ชายอายุประมาณสามสิบมีร้านนม ร้านไอติม ถึงจะดึกแล้วบางทีก็เห็นเค้าก็เดินไปเดินมาแถวร้านนมเค้านะ

ช่วงนี้มองไปร้านไหน เห็นพนักงานแล้วอยากรู้เรื่องที่มาที่ไปของร้านเลยอะ อยากรู้ว่าเจ้าของคิดยังไง ทำยังไง ร้านถึงออกมาเป็นแบบนี้

ไปดูตึกแถว เซลก็บริการดี เดินไปดูนั่นดูนี่ บอกว่า เนี่ย ช่องเสียบจดหมายก็ช่วยกันออกแบบเองนะ ถามอะไรไป ตอบได้ อธิบายได้ ทำให้เรานึกถึงหนังสือที่เคยอ่าน ว่าคนซื้อประกัน ไม่รู้เงื่อนไขประกันหรอก บางทีไม่อ่านด้วยซ้ำ เค้าซื้อเพราะคนขายประกันต่างหาก ตึกแถวนี่ก็เหมือนกัน ถ้าซื้อ ก็คงซื้อเพราะเซล
เจ้าของตึกแถวนี้เซลบอกว่าเป็นผู้หญิงอายุสี่สิบกว่า เค้าทำยังไงนะ ถึงได้ทำตึกแถวมาขายได้ ก่อนหน้านั้นก็มีขายบ้าน ขายคอนโด

มองกลับมายังพนักงานร้านกาแฟของเรา เค้าจะรักเรามั้ย เค้าจะตั้งใจทำงานมั้ย อันนี้เราก็ไม่รู้ แต่ที่เรารู้คือ เรารู้สึกขอบคุณพนักงานของเรา ที่อยู่หน้าร้านแทนเรา บางทีเข้าไปแล้วรู้สึกเป็นส่วนเกินเลย เพราะเค้าทำหน้าที่ต่าง ๆ ได้อยู่แล้ว เราเข้าไปแทรก จะทำให้ระบบพังเปล่า ๆ และเราก็คิดอีก ว่าที่เราคิดที่เราปฏิบัติ ต่อร้าน ต่อพนักงาน นี่มันดีหรือยังนะ......

Sunday, April 26, 2015

โต๊ะ 4 - table for four

เรื่องมีอยู่ว่า ไปหาที่นั่งรอล้างรถในวันเสาร์ ไปร้านนม/กาแฟแห่งหนึ่ง มีแต่โต๊ะใหญ่ โต๊ะสำหรับ 4 คน ตอนเราไปถึง ก็มีที่ว่างอยู่สามสี่โต๊ะ เราก็เลือกนั่งไป สั่งกาแฟไปแก้วเดียว เอาคอมมากางนั่งทำงาน

สักพักคนเข้าเรื่อย ๆ โต๊ะเต็ม ทำให้คนที่มาไม่ได้นั่ง ระหว่างนั้นเราได้ยินพนักงานบอกว่า รบกวนลูกค้ารอโต๊ะสัก 15 นาที

ไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องรู้สึกว่าอยากจะลุกจากตรงนั้นและบอกไปว่า นี่ไงโต๊ะว่างแล้ว นั่งเลย! การมานั่งคนเดียวทำให้รู้สึกผิดงั้นหรือ ที่รู้สึกจริง ๆ คืออยู่ไม่สุข ร้อน ที่ได้รู้ว่ามีคนเป็นกลุ่มมาแล้วไม่มีที่นั่ง แล้วได้เห็นว่าที่นั่งที่โต๊ะเราว่าง 3 ที่

หรือจะเป็นที่ร้าน ร้านไม่จัดโต๊ะเดี่ยว โต๊ะคู่ มีแต่โต๊ะ 4 เพราะคิดว่าคนน่าจะมาเป็นกลุ่ม หรือไม่ก็ร้านมีที่เท่านั้น จะทำอย่างไรให้คนนั่งได้เยอะ ๆ ก็เลยจัดโต๊ะ 4

นั่งไปอีกสักพัก ปวดฉี่ กรรมจริง ก็เลยต้องออกร้านไปโดยปริยาย เพราะว่าไม่มีคนเฝ้าโต๊ะให้ และพนักงานก็อาจจะมองว่า มาคนเดียว นั่งโต๊ะใหญ่แถมสั่งกาแฟแก้วเดียวอีก(และทำไมเราต้องแคร์สายตาคนอื่น นั่นน่ะสิ....)

ออกมาฉี่ รถก็ยังไม่เสร็จ เนี่ยการทำอะไรที่คนหมู่มากทำ ล้างรถวันเสาร์อาทิตย์ แห่กันไปล้าง คิวก็ยาวสิ เลยต้องไปหาร้านอีกร้านนั่ง ทีนี้สั่งอาหาร(เริ่มหิว) รอนานอีก 40 นาทีได้ แต่ก็ทำใจเย็นไป

จบละ

ความสุขหายไปไหนนะ ความสุขอยู่ในใจเราหรือนี่ ความสุขอยู่ ณ ขณะปัจจุบันหรือนี่

Tuesday, April 21, 2015

สไตล์การทำงาน - working style

คุณเคยมีปัญหาการทำงานกับคนหรือไม่ แน่นอน ต้องมีสิ ถ้าไม่เคยมีปัญหากับคนอื่น แสดงว่าไม่เคยทำงานกับใครเลย ยังไงคนเรานะ ถ้าอยากจะโต ก็ต้องทำงานกับคนอื่น ก็ประมาณว่าถ้าอยากยิ่งใหญ่ แบบบริษัทใหญ่ ๆ ก็ต้องจ้างคนอื่นมาทำงานด้วยอยู่ดี ทำคนเดียวไม่ไหวหรอก

ดังนั้น จากการอ่านหนังสือ Getting to be a manager that employees want to work with ชื่อยาวมาก แปลไทยว่า รับมือกับคนอย่างโดนใจและได้งาน เขาบอกว่า(เขาก็อ่านมาอีกทีน่ะนะ)สไตล์การทำงานของคนออกเป็น 4 อย่าง เราจะได้ปฏิบัติต่อพวกเขาได้อย่างถูกต้อง
ปกหนังสือ
เริ่มกันเลย มีคน 4 สไตล์การทำงาน เราว่าเค้าแบ่งได้ดีเลยแหละ

1. นักปฏิบัติ (Doers) อ่านว่าดูเอ้อ ดูเว่อ อ่านไปนะ พวกชอบทำ ไม่ชอบคิด
คนพวกนี้ถนัดทำ บอกมาเถอะว่าจะให้ทำอะไร ไม่ถนัดคิด ทำเลย คนกลุ่มนี้บางทีทำก่อนคิด ไม่วางแผน อาจจะทำอะไรที่ไม่จำเป็น หรือไม่สื่อสารกับเพื่อนร่วมงานว่าที่ทำนี่ทำทำไม ถ้าเราสั่งงานคนกลุ่มนี้ เราควรมีเช็คลิสต์ให้เขาเพื่อตรวจสอบผลการทำงาน

2. นักชี้นำ (Leaders)
คนกลุ่มนี้กำหนดวิสัยทัศน์ แล้วสร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นเชื่อฟัง โน้มน้าวในสิ่งที่เขาคิดไว้ ซึ่งคนกลุ่มนี้ควรเก่งทักษะการสื่อสาร เพราะจะทำให้คนอื่นยอมรับในการเป็นผู้นำของเราและทำตามที่เราบอก

3. นักสร้างสัมพันธ์ (Lovers)
คนกลุ่มนี้ชอบให้กลุ่มมีความสามัคคีกัน พวกนี้ชอบเอาเรื่องของคนอื่นมาคิด อารมณ์อ่อนไหว ในหนังสือบอกว่า คนกลุ่มนี้ถือคติ "งานช้าไม่ว่า ขอให้มาช่วยกันคิด" คนกลุ่มนี้เป็นที่รักและไม่ทะเลากับใคร บางทีงานอาจจะช้าที่คนกลุ่มนี้ก็ได้ เพราะมัวแต่สร้างสัมพันธ์กับคนอื่น จนงานไม่เดิน ฮาาาา...

4. นักเรียนรู้ (Learners)
คนกลุ่มนี้ชอบสงสัย ตั้งสมมุติฐาน หาคำตอบ ชอบคิด มองปัญหาให้ทะลุ คนกลุ่มนี้ได้รับการขนานนามว่า "ทฤษฎีจัด ปฏิบัติแย่" ชอบคิด ไม่ชอบทำ

พออ่านดูแล้วก็ทำให้เราเข้าใจคนอื่นมากขึ้นนะ บางคนที่คิดไม่ได้อะ ก็เค้าคิดไม่ได้ ต้องบอก บางคนมีเซ้นส์ในการทำงาน บางคนไม่มี ถ้าเราคาดหวังให้คนอื่นคิดเองได้ เรานี่แหละจะผิดหวัง ตัวเราเองก็สอนคนอื่นมาพอสมควรในงานร้านกาแฟ ความเชื่อพื้นฐานของเราคือ ทุกคนสอนได้ ทุกคนทำได้หมดแหละ แต่จะช้าเร็วต่างกันแค่นั้น บางคนสอนคนอื่น พอเค้าทำไม่ได้ก็อารมณ์เสีย ต้องทำใจก่อนว่า มันอาจจะเสียแน่ แต่ก็ต้องให้เค้าได้ทำ จะได้เรียนรู้

วันนี้มีสาระมากอะ จะพิมพ์ทุกตัวตามหนังสือมันก็จะก็อปอีก 555 ก็สรุปมาได้ประมาณนี้ ที่พูดมานี่จำได้แต่ดูเอ้อ พวกทำแต่ไม่ชอบคิด เราคิดว่าพวกนี้มีเยอะสุด และมันก็ควรมีเยอะสุด พวกนี้ก็คือพวกพนักงานประจำนี่แหละนะเราว่า

ส่วนเราจะเป็นนักชี้นำก็ละกัน ฮี่ ๆ

Monday, April 20, 2015

แสดงท่าทางโง่ ๆ - acted stupid in front of your crush

บางครั้งการอยู่ต่อหน้าคนที่เราชอบ ทำให้เราเสียสติ ส่งผลให้เราแสดงบางอย่างโง่ ๆ ออกไป ซึ่งทุกทีก็ไม่เป็นนะ ทุกทีก็เป็นคนมั่นใจนะ แต่การอยู่ต่อหน้าคนที่เราชอบ ทำให้เราประหม่า ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ(ว่าไปนั่น) บางทีก็เสียความมั่นใจเพราะว่า เรากลัวทำบางอย่างไม่ถูกใจเขา

We fear what we don't know

บายม์

Thursday, April 16, 2015

อารมณ์ไม่มา - no mood

[บล็อกย่อยที่ 1]
จากการใช้ชีวิตที่ผ่านมาหลายปี ทำให้เราเกิดความปลง ปลงสินะ ก็คงจะใช่คำนี้แหละ เป็นความรู้สึกว่า ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่คาดหวัง ทีนี้พอไม่มีอารมณ์ มันจะไม่มี passion พอชีวิตไม่มี passion ชีวิตก็ไม่พุ่ง ไม่พุ่งไปข้างหน้า ข้างหลัง ข้างซ้าย ข้างขวา

passion เป็นตัวที่ทำให้เกิด enthusiasm การที่เรามี enthusiasm จะทำให้เราเกิดความสนุก ความอยากจะทำ แบบว่าตื่นเช้ามาแล้วเด้งออกจากเตียง แล้วไปทำสิ่งนั้นเลย

ชีวิตมันต้องมีอะไรผิดพลาดแล้วหละ ต้องทำอะไรบางอย่าง
- ทำบางอย่างให้มากขึ้น
- ทำบางอย่างให้น้อยลง
- เริ่มทำบางอย่าง
- เลิกทำบางอย่าง
แล้วบางอย่างพวกนี้มันอะไรบ้างนี่

-------------------
[บล็อกย่อยที่ 2]
สงกรานต์ที่ผ่านมา เราไม่ได้ทำแบบคนส่วนใหญ่ทำ ไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้เล่นน้ำ ไม่ได้ดำหัว ไม่ได้ฉลองอะไรทั้งนั้น
ตอนแรกว่าจะไปขายของ แต่ก็ยังไงไม่รู้ ไม่ขายละ แต่ต่อมาเราไปช่วยเพื่อนทำงานอยู่ร้านกาแฟ 3 วัน ได้เงินมา 900 บาท เรารู้สึกโอเคกับการตัดสินใจในครั้งนี้

-------------------
[บล็อกย่อยที่ 3]
เราเหมือนจะไปชอบคนคนหนึ่ง บ้ามาก ๆ อารมณ์แบบอยากได้แต่ไม่ได้ มันอยู่ไม่สุขจริง ๆ ต่อมาเราก็ได้รับรู้ว่าเขาทำอะไรบ้าง คือ ยังไงดีอะ มันบอกไม่ถูก สรุปว่าให้เวลานำพาเราให้ผ่านเรื่องนี้ไปก็ละกัน ผ่านไปแบบเฟด ๆ เนียน ๆ

Sunday, April 12, 2015

กาแฟพาเพลิน - hosted for a coffee training

เบื่อ ๆ อะ อยากทำอะไรที่ทำแล้วสนุกและรู้สึกมีคุณค่าก็เลยคิดว่าจะลองจัดเทรนการชงกาแฟดู จัดเองนี่แหละ สอนเอง เอาเพื่อน ๆ มาเป็นนักเรียนนี่แหละ ก็เลยโพสต์ลงเฟสบุคไป ปรากฏว่า เอ้ย มีเสียงตอบรับมีคนอยากมาเข้าร่วม หลายคนด้วย ทำเอาหวั่น ๆ ไปเลยว่า เอ้ย คนเยอะ จะดูแลยังไง เราคนเดียว แต่ก็เอาวะ

เรานี้ทำจริงจัง มีการปริ๊นป้ายชื่องาน มีเอกสารประกอบการเรียนให้(คุณบอยบอกว่า งานก็คือตัวเรา เราอยากทำให้มันดี ๆ อยากให้คนมาแล้วประทับใจ ไม่ใช่มาแล้วแบบไก่ก่า บ้าน ๆ มันต้องมีแฝงความโปรให้เห็นบ้าง อะไรบ้าง)

คนมาเยอะเรามีอุปกรณ์ชุดเดียว ดีที่มีเพื่อนเปิดร้านกาแฟ เค้ามีพิชเชอร์ 2 อัน เลยยืมมาอันนึงได้ ข้อดีของการมีคอนเน็กชั่นมันดีอย่างนี้ มีคอนเน็กชั่น จะทำอะไรก็ได้ จริงเลยอะ

มีคนมาเข้าร่วม 6 คน ได้ฝึกชงกาแฟแบบเอสเปรสโซ่ แล้วก็กินกาแฟที่ตัวเองชง สตีมน้ำเปล่า สตีมนม เทโกโก้เป็นรูปหัวใจ ได้ทำคนละรอบ ตอนแรกเราอะ กลัวคนเยอะ จะได้ทำอะไรนิดเดียว แต่เราถามแล้วพวกเขาก็บอกว่าโอเคนะ มีคนเยอะจะได้ดูว่าคนอื่นเป็นยังไงด้วย ก็จริงนะ มุมมองคนสอนกับมุมมองคนเรียนก็ต่างกัน เราเคยสอนนักเรียนคนเดียวนะ เรานี่ดูอย่างใกล้ชิดเลย แต่ว่าคนเรียนบอกว่าเกร็งมาก 555

ก่อนหน้านี้ก็สอนตามหน้างานประปราย ตอนทำงานร้านกาแฟก่อนหน้านี้เจ้านายสั่งให้จัดเทรนลาเต้อาร์ท ตอนนั้นคนเยอะเหมือนกันนะ 6 คน วุ่นวาย อาจเป็นเพราะว่าเป็นพนักงานร้านกาแฟมันทำกันเป็นอยู่แล้วก็ได้ เลยไม่ค่อยสนใจกัน ก็ทำอย่างเดียว แต่อันนี้ที่เราจัดเอง เพื่อน ๆ สกิลกาแฟเป็นศูนย์ เวลาทำก็จะตั้งใจ และเวลาคนอื่นทำก็จะตั้งใจดูด้วย

กาแฟหมดไปไม่เท่าไหร่เอง นมหมดไปเยอะกว่า ได้ความหนุกหนานด้วย ถือว่าประสบความสำเร็จ และมันก็ทำให้เราเห็นว่า เราก็ทำได้เฮ้ย จัดงานเทรนกาแฟก็ได้ เลเวลอัพ!

อันนี้ฝีมือเราเทสก่อน เริ่มงาน สวยอ้ะ นาน ๆ เทได้อย่างนี้ที

ฝีมือนักเรียนฮะ

นี่ก็อีกคน

แก้วแรกในชีวิต

ขายของเลยละกัน รับสอนชงกาแฟทั่วราชอาณาจักร เอ้ยยยยยยย...มันใช่มั้ย!

[คำคม]คุณบอยบอกว่า งานจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลย นอกจาก"ความสุข"

สงกรานต์ 2558 - songkran 2015

ตอนแรกแม็กก็คิดนะ...เอ้ย เริ่มมาก็ไม่ใช่ละ เรานี่แหละคิด ว่าจะขายของวันสงกรานต์ ขายอะไรดี สิ่งที่เราไปทำมาก็คือ
1. ไปถามที่ตรงหัวมุมคูเมือง เค้าบอกว่า 4 วัน 2 พัน หน้าร้านก็สบ้าย
2. เห็นเค้าแชร์ว่าต้องไปลงทะเบียนคนขายที่เทศกิจด้วย วันที่ 9 เมษา เริ่มเกิดความยุ่งยากเล็กน้อย
3. ทีนี้ได้ที่(เพื่อนอะนะ)ตรงข้ามโรงแรมแห่งหนึ่ง ไม่มีไฟฟ้าให้ โรงแรมขายปิ้งย่าง เพื่อนขายปิ้ง ๆ นี่เหมือนกัน มีร้านลาบแล้วด้วยและที่ตรงนั้นก็อยู่ข้างเซเว่น โอ้โห โจทย์คืออยู่ข้างเซเว่น ไปไม่เป็นเลย แบบว่าทำอาหารไม่เป็นอะ ตอนแรกว่าจะขายน้ำเปล่ากับมาม่า กะว่าจะเอากระติกน้ำร้อนไปเสียบปลั๊กแค่นี้พอ แต่ตอนนี้ก็ยังไงไม่รู้ ลึก ๆ เสียงในใจบอกว่า ไม่อยากทำอะ
4. เลยไปเดินร้านขายของส่ง ดูว่ามีอะไรซื้อมาขายได้บ้าง ทำให้รู้ว่าไอ้ปืนฉีดน้ำที่เราไปซื้อมาที่ท่าแพ 600 บาทอะนะ ที่นี่คือ 250 บาท อ้ากกกกกกกก... คือ ๆ แต่ถ้าซื้อของไปขายรู้สึกเสี่ยงยังไงไม่รู้ ถ้าขายไม่ออกล่ะ ถ้าเหลือปืนฉีดน้ำ เหลือกระบอกฉีดน้ำล่ะ แล้วจะเอาไปทำยังไงต่อ คิดมาก ไม่กล้าเสี่ยงอีก

ตอนนี้ได้ข้อสรุปใหม่ก็คือ ใช้เวลาเงียบ ๆ กับตัวเองดีกว่า อยู่บ้าน จบปิ้ง

Saturday, April 11, 2015

จิตใจมันว้าวุ่น - distraught

เมื่อจิตใจว้าวุ่น เวลาย่อมผ่านไปช้า ....ช้า.....ช้ามาก ให้ตายเหอะ คนเราบางทีก็อยากบ่นบ้าง อยากให้มีคนรับฟังด้านที่อ่อนแอ อยากให้มีคนบอกว่า ควรทำยังไงดีกับชีวิต คิดเอง ทำเอง โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เงี้ยเหรอ มันก็เหนื่อยมั้ย เบื่อออออออ จักรวาลลลลลลล ช่วยหน่อย I need a little sweetness in my life

Monday, April 6, 2015

สัก -Tattoo

เมื่อวานไปสักมาเป็นครั้งแรก การสักมันเหมือนเป็นอีกขั้นหนึ่งของชีวิตที่เราได้ก้าวข้ามมา มันเจ็บแต่ก็ทนได้(ก็สักลายเล็ก ๆ อะนะ) รู้สึกเหมือนเป็นคนมีของ(อยู่ข้างในแต่ไม่โชว์ 555)

สัก Amor Fati แปลว่า จงรักในชะตาชีวิตของตัวเอง หรือจากวิกิ "love of fate" or "love of one's fate"

หนึ่งพันบาท


Wednesday, April 1, 2015

หรือว่าจะเป็นคนนอนดึก - maybe i am a night owl

ต้นเดือนที่แล้ว หลับดึก ทำงานวาดภาพ ทำให้ยอดขายกระเตื้องขึ้นมาได้ $90 แต่ก็ไม่แน่ใจว่าบังเอิญป่าวนะ พอมาช่วงท้าย ๆ เดือน เริ่มรู้สึกว่าอยากปรับตัวเป็นคนตื่นเช้า ทีนี้ตื่นเช้าปุ๊บ รู้สึกว่างจัดทันที ว่าง ๆ เวิ่น ๆ แต่พอตื่นสายก็รู้สึกไร้ค่า เหมือนมันขัดแย้งในตัวเองกับค่านิยมของสังคม

งั้นเอางี้ เดือนเมษานี้ จะหลับดึกตามใจร่างกายเลยดีมั้ย ง่วงก็นอน ไม่ง่วงก็ไม่นอน ที่ผ่านมา หลับดึกมันทำอะไรให้ชีวิตมาเยอะ รู้สึกทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมากกว่า

ตื่นเช้าถ้าไม่มีแผนที่วางไว้ จบเลยสำหรับเรา เพราะไม่รู้จะตื่นมาทำอะไร ยิ่งช่วงนี้จิตใจว้าวุ่นได้อีก จะว้าไปทางดีหรือไม่ดีก็ไม่รู้ อิอิ อุอุ (แล้วจะอิอิอุอุทำไมวะคะ)

Tuesday, March 31, 2015

กลับบ้านพักใจ - go home to take some rest

บางทีก็มีจิตใจว้าวุ่นบ้าง อะไรบ้าง เราคิดว่ากลับบ้านมาพักใจจะช่วยได้บ้าง กลับบ้านมาให้พ่อแม่ดูแล เพราะว่าเมื่ออยู่เองก็ต้องดูแลตัวเอง...บางทีมันก็ขี้เกียจน่ะ

หรือเป็นเพราะว่า...

Sunday, March 22, 2015

บางทีก็ฝันกลางวันบ้างอะไรบ้าง - day dream sometimes

ฝันกลางวัน ฝันไปเรื่อย ๆ ตอนฝัน เรียกว่ามโนดีกว่า ก็สุข แต่พอเอาความจริงมาประกอบ ก็ต้องสะบัดหัวแรง ๆ ว่า เฮ้ย คิดอะไรวะเนี่ย คิดไปก็เสียเวลา

ช่วงนี้ชีวิตไม่มีอะไรใหม่ ๆ เลย

อยากกลับบ้าน

Friday, March 6, 2015

เอาเครื่องชงกาแฟไปซ่อม - Coffee Machine got Fixed

เมื่อวานเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ก็เลยหยุดร้าน แล้วก็กะว่าจะเอาเครื่องชงกาแฟไปซ่อมซะหน่อย เพราะว่าที่ผ่านมาเหมือนจะมีปัญหาเรื่องแรงดัน น้ำหยดนิดหน่อย แต่มันยังชงได้อยู่ ก็เลยประคองชีิวิตกันมา ซึ่งเราก็ได้ถามกับทางร้านแล้วว่า ถ้าซ่อมหนึ่งวันเสร็จมั้ย ร้านบอกว่า ถ้าซ่อมอาจะไม่เสร็จ ถ้าเปลี่ยนก็เสร็จ ภายในหนึ่งวัน

พอถึงวัน เราก็ตื่นเช้า(โอ้ รู้สึกชีวิตมีค่า ตื่นเช้า) เอาเครื่องไปส่งที่ร้านซ่อมตอนเกือบ 9 โมง (ร้านเปิด 8 โมงนะ) เราก็บอกว่า ดูแล้ว ถ้าซ่อมได้ก็ซ่อม ถ้าซ่อมไม่ได้ก็เปลี่ยนได้เลย ร้านบอกว่า เสร็จแล้วจะโทรบอก

ปรากฏว่า รอไปเกือบจะเย็นละ สี่โมง เราโทรไปถาม เค้าบอกไม่เสร็จภายในวันนั้น เราก็เลยเอาไงดีวะ ก็เลยนั่งเซิชหาร้านเช่าเครื่องชงกาแฟ เผื่อจะมี หรือไม่ร้านเค้าอาจจะซ่อมเสร็จตอนเย็นนี้ พรุ่งนี้เค้าก็แค่โทรบอกให้เราไปเอาเครื่อง ความคิดต่าง ๆ ก็วนเข้ามาในหัว แต่เราก็ไม่รู้ทำไงดี กะว่าพรุ่งนี้ไปรอร้านเปิดเลย ไปเฝ้า เสร็จเมื่อไหร่ก็ยกกลับเมื่อนั้น...ไอเดียนี้ดูเปลืองพลังงานยังไงไม่รู้

เวลาก็ล่วงเลยไป....

ก็เลยไปถามเพื่อนอีกคนนึง เค้าบอกว่ามีร้านให้เช่าได้ แต่เวลาตอนนี้มันก็สี่ทุ่มแล้ว เราก็เลยบอกว่า พรุ่งนี้ขอโทรถามร้านที่เราเอาเครื่องชงไปซ่อมก่อนว่าเสร็จมั้ย ถ้าไม่เสร็จจะเช่าเครื่องจากอีกร้านนึง

เวลาผ่านไป...

8.10 น. ของวันถัดไป เราโทรไปถามว่าซ่อมเสร็จมั้ย เค้าบอกว่ายัง แป่ว.. เราก็เลยเอาวะ ออกบ้าน ตรงไปร้านเป้าหมายที่จะไปเช่าเครื่องชงกาแฟเลย ไปถึงร้านยังไม่เปิด ร้านเปิด 9 โมง เราเลยไปซื้อหมูปิ้งข้าวเหนียวแถวนั้นมากินเป็นอาหารเช้าก่อน(แดดตอนเช้าช่วงนี้นี่แรงใช้ได้เลย) ก็โทรไปตามเบอร์หน้าร้าน ซักเก้าโมงกว่าก็มีคนมา แล้วก็ซักพักพี่เจ้าของร้านก็มา

สรุปว่า เรารู้จักกับเพื่อนเราที่แนะนำมา เค้าเลยให้เช่าโดยไม่ต้องวางมัดจำ เป็นเครื่องชงกาแฟนูโอว่าออสก้าหัวเดียวนี่แหละ ให้เช่าวันละ  350 บาท ถ้าจะเช่าจริง ๆ ต้องจ่ายประกันอีก 5 พัน แล้วก็เอาเอกสารต่าง ๆ มามากมาย แต่นี่คือดีอะ ยกใส่รถโลด

และแล้ว...เวลา 10.30น. เครื่องชงกาแฟเช่าก็ได้เดินทางมาถึงร้าน ท้าด้าาาา....


Nuova Simonelli Oscar 1G
ตัวนี้โมดิฟายถังเก็บน้ำไม่ต้องเติม ทำเป็นสายดูดน้ำเลย
เวลาก็ผ่านไปอีก....บ่ายสองบ่ายสามได้ ร้านที่เอาเครื่องชงไปซ่อมโทรมาบอกซ่อมเสร็จแล้ว
ก็เลยได้ฤกษ์ไปยกคืนมา

ท้าด้าาาาา....

La nuova era quadra 1G

ท้าด้าไป ท้าด้ามา แต่จริง ๆ แล้วขับรถไปขับรถมาทั้งวันอะวันนี้ อากาศนี่ก็ร้อนสึด ๆ ในรถนี่เหมือนเตาอบ กำลังจะเย็น กำลังจะเย็น อ้าว ถึงที่ ก็จอด ขับ ๆ จอด ๆ

ได้เวลาบอกลาเครื่องเช่า

บายม์...

ชอบคุณสำหรับเครื่องชงกาแฟ ไม่งั้นลูกค้าจะไม่มีกาแฟกิน
ขอบคุณสำหรับรถเข็น ไม่งั้น อั๊วนี่แหละต้องแบก
และวันนี้ก็ได้เขียนบล็อกแบบยาว ๆ ซึ่งหลัง ๆ มานี้นาน ๆ จะเขียนยาว ๆ แบบนี้ซักที(ไม้ยมกจะเยอะไปไหน)

ทีนี้ก็คงอยากจะรู้สินะว่าไปเช่าเครื่องชงที่ร้านไหนมา...อ้าวไม่อยากรู้เหรอ โทด ๆ อยากบอก

ตอนแรก...(ท้าวความอีกละ) จะเช่าที่ฮิลล์คอฟ แต่ว่าเค้าไม่มีให้เช่าแล้ว เหมือนว่าเมื่อก่อนมีให้เช่า แต่ตอนนี้เขาเลิกไปละ(เหมือนเพลง แฟนเคยมี แต่ตอนนี้เขาเลิกไปละ เง้อ..)

ร้านที่มีเครื่องชงกาแฟ(นอกจากร้านมดแดงไฟ) คือ ร้านออลอะเบ้าคอฟฟี่ All about coffee ต้องขอบคุณมาก ๆ จริง ๆ

ค่าซ่อมเครื่องชงกาแฟของเรา ซ่อมที่ฮิลล์คอฟ ตัวเพรสเช่อสวิชเสีย เปลี่ยใหม่ 3150 บาท(แต่ได้ลด 5% นะ ก็ยังดี) ถถถถ....ราคาแร๊งงงใช้ได้ แต่ก็ต้องเปลี่ยน เพื่ออนาคต แล้วก็เปลี่ยนซีลยางอีก 250 บาท มีค่าบริการล้างเครื่อง เราคิดว่าน่าจะเป็นค่าบริการนี่แหละอีก 400 บาท

[บอกไว้เป็นข้อมูล อาหาร เอ้ย อาการของเครื่องชงกาแฟคือ แรงดันหม้อต้มจะขึ้นไปถึง 1.5 แต่มันก็ตัดนะ แต่มันจะมีเสียงเหมือนน้ำเดือด แล้วก็มีน้ำหยดลงตรงรูถาดรองน้ำ ซึ่งปกติไม่มีนะ แล้วบางทีก็มีน้ำและควันขึ้นตรงท่อระบายแรงดันด้วย]

เมื่อยมาก ๆ วันนี้ ตอนเย็นแวะโลตัส นั่งกินหนมจีน ชมพระอาทิตย์ตกดินพอดี แวะนวดด้วย ซื้อของกลับบ้านมาทำแซนวิชต่อ

พระอาทิตย์มันลับไปคาตาเลยนะเว่ย

จบ วันนี้เขียนยาวจริง ๆ มีรูป มีข้อมูลด้วย บั๊ย

Thursday, March 5, 2015

แต่งภาพวาดภาพทั้งวัน - stockphotoing all day

วันนี้วันหยุดของชาวบ้าน ช่วงเช้าเอาเครื่องกาแฟไปซ่อม แล้วก็กลับมาบ้าน กะว่าตอนเย็นซ่อมเสร็จไปเอา ปรากฎว่าไม่เสร็จแจ้... แต่ว่าตอนระหว่างรอ นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บ้าน ก็แต่ภาพ อัพภาพขายไปได้นิดหน่อย

สมัครขายภาพที่ shutterstock ได้นะ เราจะได้เป็นเรฟเฟอรัลกัน อิอิ อะคริ งุงิ

นั่งนาน เมื่อยจริง ๆ

ตอนเย็นก็มานั่งวาดรูปไปได้อีกสองรูป พอจะอัพขายลองเซิชดูเจอคนทำไอเดียนี้แล้ว ฮ่วย! เหมือนอกหัก มีคนมากระแทกข้อพับหัวเข่าด้านหลัง ทรุด... แต่ก็ส่งขายไป ก็น่าจะผ่านแหละ แต่ไอเดียมันช่างเกร่อจริง ๆ

เมื่อไหร่จะมีรายได้แบบเหลือ ๆ เป็นกอบเป็นกำนะ เราคงต้องพยายามกว่านี้ พยายามไม่ลดละ กัดไม่ปล่อยสินะ

Friday, February 20, 2015

บังเอิญเจอหลายคนเลย - accidentally

เมื่อวานสิ ตั้งแต่เช้า ที่ร้านกาแฟปลั๊กพ่วงเสีย คือว่าใช้ปลั๊กพ่วงมา เปิดร้านมา 8 เดือน ปลั๊กพังไป 7 อัน คงถึงเวลาเรียกช่างไฟซะที เราเลยไปหาซื้อปลั๊กที่ออฟฟิตเมท บังเอิญเจอเพื่อนที่เขามีร้านนม กำลังมาซื้อเครื่องคิดเงิน ก็ดีได้คุยกัน

ต่อมา เข้าร้าน แก้ปัญหาปลั๊กพ่วง ลองลากสายมาจากปลั๊กติดผนังรูอื่นดูบ้าง ก็แก้ไป

แล้วก็ออกมา ไปเอาสติ๊กเกอร์ ส่งกาแฟ บลา ๆๆ แต่แวะกินข้าวของร้านเพื่อนอีก ก็เจอเพื่อนอีกคนอีก ก็เมาท์นิดหน่อย

แล้วก็ไปส่งกาแฟ

แล้วก็กลับมาร้าน อยู่จนเกือบปิดร้านก็ออกมา ว่าจะฝากตังค์ ก็เลยเดินมาธนาคาร แล้วมีร้านสลัดอยู่ใกล้ ๆ ก็เลยกินสลัด อ้าว ที่ร้านสลัด เจอเจ้าของร้านกาแฟคนก่อน ที่เคยทำกาแฟอยู่ก่อนหน้าที่ที่เราทำอยู่ตอนนี้ มีลูกแล้ว อุ้มลูกมาทัก คุยกันนิดหน่อย วันนี้สั่งสลัดกับปลาแซลมอน ซักพัก มีฝรั่งมานั่งโต๊ะข้าง ๆ สบตากันแว้บนึง วันนี้ปลาแซลมอนของเราอร่อยอะ หะ ๆๆ ก็ไม่เคยกินวันอื่นหรอกนะ ก็เพิ่งเคยกินนี่แหละ มันนู้มมมมนู่ม แต่ก็เค็มไปหน่อย แต่มันก็อร่อยนะ กินเสร็จจะกลับ เลยใส่ทิปไป แล้วก็นั่งอัพรูปซักจึ๊ก คุณฝรั่งที่นั่งข้าง ๆ เลยถามว่า ยูให้ทิปด้วยเหรอ มายเฟรนบอกว่า ที่ไทยแลนด์ไม่ต้องให้ทิปก็ได้ เราก็บอกว่า ตอนนี้คนก็ให้ทิปกันนะ เพื่อน ๆ เราก็มีหลายคนให้ทิปนะ ก็คุย ๆๆๆๆ ทีนี้ก็ยาว ก็เลยแลกเฟสบุคกัน เอ้อ เฟสบุคมันดีอย่างนี้

วันนี้(หมายถึงเมื่อวาน)ก็เป็นวันที่ดี มันบังเอิญเยอะดี เราชอบอะไรที่มันบังเอิญ ๆ แบบว่า พอดีเลย อะไรงี้ มันดูน่ามหัศจรรย์ดี ชีวิต อเมซิ่งจิงกะเบล

รู้สึกขีวิตมีชีวิตเวลาได้เชื่อมโยงกับคนอื่น

Wednesday, February 18, 2015

วันก่อน ไม่สบาย - sick

วันก่อนดิ ไม่สบาย หนาว ๆ ร้อน ๆ หลับตั้งแต่สองทุ่ม ตื่นมาก็ดีหน่อย

นึกถึงถ้าไม่สบายแล้วต้องไปทำงาน โอ...ชีวิต แต่ก็ดี ที่ไม่ต้องไปทำงานก็ได้ ตอนนี้

ขออัพเดทสั้น ๆ

ตรุษจีนปีนี้ได้แจกอั่งเปาให้พนักงานที่ทำงานด้วย เป็นเงินที่เต็มใจแจกจริง ๆ ก็เพิ่งเคยแจกเป็นครั้งแรก รู้สึกดี

เอ้า เอาไปคนละร้อย!

Monday, February 2, 2015

เบื่อตื่นสาย - bored of waking up late

แบบว่า ก็หลับดึก หลับดึกก็เบื่อ

ก็เลยตื่นสาย ตื่นสายก็เบื่อ

อยากจะตัดวงจรนี้

แต่ดึก ๆ มันก็มีอะไรให้ทำเยอะแยะดี

หรือว่าเราจะเป็นไทป์หลับดึก

แต่ก็ไม่อยากหลับดึก

ตื่นสายรู้สึกไม่มีคุณค่าเลยอะ หรือเพราะค่านิยมสังคมเป็นแบบนี้ เราแคร์ค่านิยม ที่นิยมคนตื่นเช้า แม้แต่ตัวเราเองก็ชอบคนตื่นเช้า แต่ไม่สามารถตื่นเช้าได้ นี่มันความขัดแย้งอะไรกัน

ถ้าอย่างนั้นคืนนี้จะหลับ 3 ทุ่ม

โอ... แต่แค่คิดก็นอนไม่หลับแล้วอะ สามทุ่มเอง ต้องนอนกลิ้งไปกลิ้งมาแน่ ๆ

อ้ากกกก

Monday, January 26, 2015

หลับดึก - night owl

หรือว่าจริง ๆ แล้วเราเป็น type แบบคนหลับดึก

ตอนดึก ๆ อยู่ได้ ไม่ง่วง มันเงียบดีด้วย

พยายามฝึนตัวเองให้ตื่นเช้า

แต่พอเช้ามา อ้าว ยังเช้าอยู่เลย บางทีล้างหน้าแปรงฟัน กินข้าวแล้ว ก็มาหลับต่อ อะไรกันนี่ ตื่นอีกที สิบเอ็ดโมง หรือเที่ยง ไรงี้ อ้าว แล้วที่ตื่นเช้ามาล่ะ

ที่พยายามหลับเร็ว ตื่นเช้าเพราะว่า เหมือนเป็นสิ่งที่สังคมบอกว่ามันดี ตื่นเช้าดี เพราะว่าคนจะชื่นชมคนตื่นเช้า ตื่นสายจะโดนมองว่าขี้เกียจบ้างล่ะ กินบ้านกินเมืองบ้างล่ะ ไรเงี้ย

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งของเราที่หลับดึก นี่ก็ตีสองครึ่งแล้ว

ช่วงนี้เครียดเรื่องที่ร้าน

เป็นเจ้าของร้านก็ไม่ได้แบบเกร๋ ๆ สิ้นเดือนมาได้ตังค์ ร้านขาดทุน เราต้องรับผิดชอบ เราต้องดิ้น เราต้องบิ๊วมันขึ้นมา

มีปัญหาคนทำงาน ก็ต้องแก้

บางทีก็เบื่อ แต่ก็ถ้าคิดจะเป็นเจ้าของร้าน นี่คือสิ่งที่คุณต้องเผชิญ

เจ้าของร้านทำงาน 24 ชั่วโมง

เจ้าของร้านคือคนที่ต้องเข้าร้านไปเช็คฝุ่น เก็บรายละเอียด ฟังปัญหา เอาของไปไว้ก่อนเปิดร้าน อยู่ล้างถังดักไขมันตอนปิดร้าน(เห็นทีต้องสอนคนอื่นล้างอย่างจริงจังแล้วนะนี่ แม่ง ล้างเอง เหนื่อย แต่มันเหม็นแล้วก็ต้องล้างว่ะ) ต้องเซ็ทระบบต่าง ๆ งานไม่ใช่มีแค่เวลาเปิดปิดร้าน พูดไปก็บ่นไป

ไม่อยากบ่นเลย บ่นไปก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา เออ อาจจะแก้นิดนึง ที่ได้ระบายบ้าง จะได้สบายใจบ้าง

นี่ก็จะนอนแล้ว แวะมาเขียนบล็อกเล็กน้อย

สิ่งที่อยากจะทำที่ร้านคือ

คิดเรื่องเงินเดือน หรือว่าพนักงานอาจจะไม่มีแรงจูงใจให้มาทำงานก็เป็นได้ ถ้าเงินเดือนน้อย
แก้ปัญหาคนทำงาน ที่อยู่ ๆ อยากจะยกเลิกตารางก็บอกว่าไม่ว่าง งี้ ต้องกำหนดเวลาทำงานหรืออะไรยังไง
ทำยังไงก็ได้ให้ร้านมีกำไร พอจ่ายพนักงาน และพอหารกับหุ้นส่วนให้ได้เดือนละหมื่นอะ

โอ้ย ง่วง

หลับดีกั่ว

Monday, January 12, 2015

sattle down

เมื่อไหร่จะ sattle down

จะทำอะไรต่อดีนะ

ไปยืนอ่านหนังสือของบัณฑิต

หนังสือหลายเล่มบอกให้ตั้งเป้าหมาย ให้หาสิ่งที่ชอบ

แต่ปัญหาคือ ก่อนหน้าที่จะตั้งเป้าหมาย จะทำยังไงให้รู้ว่าเราชอบอะไร

ทุกอย่างจะมี 2 ขั้วเสมอ เรารู้ว่าเราไม่ชอบอะไร เราก็ทำสิ่งตรงข้าม

ถ้า....

ไม่ชอบนั่งทำงาน

ไม่ชอบทำงานตามเวลา

ไม่ชอบเดินทาง

บลา ๆๆ

ก็ต้องหากันต่อไป

แล้วจะทำอะไรต่อดีล่ะเนี่ย


Sunday, January 4, 2015

ระหว่างที่นั่งอยู่ - while i am sitting here

นั่งอยู่ที่ร้านกาแฟของตัวเอง

ของพร้อมขาย แต่ไม่มีลูกค้า(อ้าว ไม่ได้เปิดร้านวันนี้)

พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน

กลับมาอยู่เชียงใหม่ละนะ

ความทรงจำที่กทม.ยังสดอยู่ แต่ก็คงจะค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา

นึกถึงเพลงความทรงจำสีจางเลย

รู้สึกเคว้งคว้างอีกแล้ว

จะทำอะไรต่อดีนะ

what i am going to do?

ไปนั่งวาดรูปดีกว่า คืนนี้

Stock Images

My latest images for sale at Shutterstock:

My most popular images for sale at Shutterstock: