Wednesday, August 28, 2013

จิตตกอะฮะ - feel depressed

โอเค ก่อนหน้านี้ เราเคยมีทัศนคติเรื่องเงินว่า เงินหาไม่ยาก

เงินจ่ายออกไป เดี๋ยวมันก็จะกลับเข้ามา

และเราควรใช้เงินมาซื้อสิ่งที่เราอยากกิน อยากได้

ถ้าเราเก็บเงินไว้ใช้ยามตกอับหรือยามฉุกเฉินอะไรก็แล้วแต่ เราก็จะมีวันตกอับจริง ๆ

เพราะฉะนั้น ควรเก็บเงินไปทำสิ่งอื่น เช่นเอาไปซื้อประสบการณ์การท่องเที่ยว เอาไปกินข้าวกับคนที่เรารัก(บางทีอยากกินอะไรแบบดี ๆ หน่อย)

พอมาพูดกับพ่อวันนั้น

พ่อทำให้รู้สึกว่าเงินหายาก พ่อนี่จะเป็นคนบอกเราตลอดว่าให้ประหยัด แต่เราก็ไม่ได้อินกับคำสอนนี้หรอกนะ คือแบบว่าเราก็ไม่เห็นตัวอย่างจากพ่อหรือแม่ไง และไม่เข้าใจว่าประหยัดนี่คือต้องใช้เงินยังไง ต้องกินข้าว 30 บาททุกมื้อหรือต้องซื้อของใช้ราคาถูก พ่อแม่ไม่เคยสอนลงรายละเอียดไง

บ้านเรานี่เป็นหนี้ตลอดเวลา คือว่าพ่อก็กู้ตลอด เวลาจะสร้างบ้าน จะซื้อรถ ก็จะกู้

แต่เราไม่เคยได้รับรู้ตัวเลข

พ่อแม่จะบอกตลอดว่า อยากทำอะไร อยากได้อะ ก็บอกมา อะไรงี้อะ เราก็ไม่รู้ว่ามันต้องยังไงอะ สมมุติอยากได้ของชิ้นนึง หรืออยากได้รถคันนึงนี่ต้องบอกยังไง

เมื่อก่อนก็เคยบอกไป แต่เราคิดว่า มันน่าจะ เราบอกไปปุ๊บ พ่อแม่จะพยายามหาทางให้เราได้ของสิ่งนั้น แล้วพ่อแม่ก็จะคิดว่า นี่แหละ พ่อแม่รักเรา ถึงยอมซื้อให้เราได้ มันเป็นเงินที่มากเชียวนะ พ่อแม่อาจคิดงี้ แต่เราไม่รู้ ไม่เคยรับรู้ เพราะพ่อแม่ไม่เคยบอก

พ่อแม่คาดหวังให้ลูกคิดเอง

จะบอกให้ว่า คนเรานะ พูดกันตรง ๆ นี่ง่ายกว่า มันเลยกลายเป็นนิสัยคิดแทนคนอื่นไป ในสังคมเราน่ะ พ่อจะชอบมั้ย แม่จะชอบมั้ย พ่อแม่จะเสียใจมั้ย ต้องคิดเอง

เราคุยกับเพื่อน เพื่อนบอกว่า ไม่กล้าบอกเรื่องไม่ดีกับพ่อแม่ เพราะกลัวพ่อแม่จะเสียใจ ก็เลยบอกแต่ด้านดี ๆ ของตัวเองไป แต่ในความเป็นจริง คนเราทั้งตัวพ่อแม่และเรานั้นมีสองด้าน คือทั้งด้านดีและไม่ดี พ่อแม่ก็เลือกที่จะพูดด้านดีกับลูก เช่นพ่อได้เลื่อนตำแหน่ง ได้ตกเบิก บลา ๆๆ ลูกก็พูดว่า ได้เกรดดีหยั่งงั้นงี้

เราคิดว่าคนเราควรพูดเรื่องที่ไม่ดี เรื่องที่ทำผิดพลาดด้วย เช่น พ่อเผลอไปเซนต์ค้ำเค้าไว้ เลยต้องมาใช้หนี้แทนเลย หรือเคยทำผิดพลาดอื่น ๆ เพราะคนเราสามารถเรียนรู้ได้จากความผิดพลาด และเรื่องก็ยังฟังดูสนุกกว่าด้วย ที่เราจะได้เรียนรู้ว่า พ่อแม่หรือเราผ่านจุดนั้นมาได้ยังไง แก้ปัญหาได้ดีหรือไม่ดี ได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนั้นบ้าง

โอเค จากการที่เราไม่พูดกันตรง ๆ

พ่อจะซื้อรถให้เรา

พอเราได้มารู้เรื่องเงินของบ้าน เราก็รู้สึกว่า "เราไม่คู่ควรกับการได้รถ" นี่ มันเกิดความรู้สึกอย่างนี้ ซึ่งเราไม่อยากรู้สึกอย่างนี้เลย ก่อนหน้านี้เรารู้สึกว่า พ่อแม่มีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูลูกอย่างดีที่สุด เพราะว่าพ่อแม่ทำให้เกิดลูกมา พูดง่าย ๆ คือถ้าไม่มีปัญญาเลี้ยงก็อย่ามีมันเลยลูกน่ะ พูดตรงๆ พ่อแม่มีหน้าที่ส่งเสริมในสิ่งที่ลูกอยากทำ ทำให้เค้าก้าวไปให้ได้สูงที่สุดในชีวิตเค้า

ถ้าพ่อแม่ที่มีลูกเพื่อหวังจะให้ลูกมาเลี้ยงตอนแก่ เรามองว่าเห็นแก่ตัว คือคิดมีลูกก็เพื่อตัวเองน่ะ

และมาถึงตอนนี้ เราก็ยังไม่รู้เรื่องการเงินที่บ้านอยู่ดี และไม่รู้ว่าพ่อแม่จะเลี้ยงเราไปถึงเมื่อไหร่ และไม่รู้เมื่อไหร่เราถึงจะเลี้ยงตัวเองได้ และเมื่อไหร่เราถึงจะเลี้ยงพ่อแม่ได้

อยากมีความสุขในชีวิตทุก ๆ วัน อยากมีเงินใช้เท่าที่ใจอยากจะใช้

แต่พ่อเรามองว่า ก็มีกิน มีเงินเดือนทุก ๆ เดือน มีวันหยุดทุก ๆ เดือน แก่มามีบำนาญ มันไม่รวยแต่มันก็อยู่ได้

ความคิดมันต่างกันอย่างงี้

เราจะไฟท์ในแบบของเรานี่แหละ เราคู่ควรกับทุกสิ่งบนโลกนี้ที่เราอยากจะได้!

มาโรงบาล - go to the hospital

มาโรงบาลตามหมอนัดจะมาตรวจก่อนผ่าตัดซิสต์

ตื่นหกโมงครึ่ง แถ ๆ หลับต่อถึงเจ็ดโมง

เมื่อคืนก็งดน้ำงดอาหารมาตี้งแต่ 2 ทุ่มละ

ออกมา 7.30

ซื้อของกินที่เซเว่น คิดว่าหลังเจาะเลือดน่าจะกินอะไรได้

วันนี้รู้สึกไม่สดชื่น เมื่อวานไม่ได้กินกาแฟ วันนี้ตอนเช้าปวดหัวนิด ๆ

มาถึงที่จอดรถหายากมาก ไม่รู้เค้าจัดให้จอดที่ไหน จอดไปเรื่อยอะ

ถามยามยามก็บอกให้หาเอง

จอดรถได้

เดินมาจ่ายตังค์ก่อน 1,530 บาท

คิดว่าน่าจะเป็นค่าตรวจเลือด ตรวจฉี่ เอกซ์เรย์ปอด

เสร็จแล้วมารับบัตรคิวห้องเจาะเลือด เอาบัตรคิวมาติดเอง รอเรียก

ได้คิว 391 ตอนที่เอาคิวคือ 181-190 กำลังเจาะเลือดอยู่

ที่นั่งไม่พอ แต่เราก็รอซักพักก็ได้ที่นั่ง

นั่งรอชิล ๆ ชั่วโมงกว่าได้ ก็ได้เข้าไปเจาะเลือด

เดี๋ยวนี้โรงบาลมีเครื่องมือทันสมัยมาก มีเครื่องแจกหลอดใส่แซมเปิ้ลเลือดอะ

เอาถาดใส่เข้าไป โครก ๆๆ ออกมาก็มีหลอดทดลองที่เอาไว้ใส่เลือดมาเลย ฝาจุกสีแดงสีม่วง ก็ว่ากันไปแล้วแต่คน

ไปถึงคนเจาะเลือด เหลือบไปเห็นคนเจาะเลือดก่อนหน้า โดนดูดเลือดจากเข็มฉีดยา ดึงแล้วเลือดก็ไม่ขึ้นมาในเข็ม เราคิดว่าคงเจาะไม่โดนเส้นเลือด เรานี่แป้ว ขอให้ได้คนเจาะดี ๆ

สรุปว่าได้คนเจาะอื่น เค้าก็ถามชื่อเราก่อนว่าตรงมั้ย

ของเราได้เจาะใส่ 4 หลอด เค้าจะมีเข็มใหญ่อันนึงเจาะ 1 ครั้ง แต่สามารถเอาหลอดทดลองนั่นมาเสียบ รับเลือดเราไปได้เลยทีละหลอดจนครบ เวิร์คมาก

แล้วก็ไปฉี่ใส่ขวด

ฉี่ก็เล็งไม่ค่อยตรง ห้า ๆ เลอะเทอะนิด ๆ แล้วก็มีฉี่นิดเดียวเพราะว่าอดน้ำมา

เสร็จแล้วก็เอาฉี่ไปให้เค้า

ไป x-ray ปอดต่อ

ไปถึงยื่นใบ จ่ายอีกสองร้อยกว่า

ก็ไปเปลี่ยนเสื้อ แล้วก็ไป x-ray อันนี้เร็วมาก

ทุกอย่างเสร็จประมาณ 10 โมงกว่า

เสร็จเลย เช้านี้ ก็นั่งกินหนมปัง แล้วก็ไปนั่งร้านกาแฟกับเพื่อนที่เรียนอยู่ในโรงบาลนั้น

แล้วก็เลยกินข้าวเลย ก่อนที่จะไปฟังผลต่อที่อีกตึกนึง

เหมือนเดินไปทำเควส ที่จริงมีป้ายบอกตลอดทางนะว่าห้องเลขอะไรไปทางไหน มันก็จะอยู่บริเวณเดียวกันนั่นแหละ แล้วก็พอไปถึงห้องจุดเริ่มต้นตรวจต่าง ๆ เค้าก็จะมีป้ายบอกเป็นลำดับว่าทำอะไรก่อน เช่นรับบัตรคิว หรือเอาสติ๊กเกอร์คิวติดเอง หรือวางเอกสารตรงนี้ อะไรงี้ ถ้าอ่านซักหน่อย ช่วยได้เยอะเลย

เกือบบ่ายก็มานั่งรอหมอฟังผล อ้อ แต่ต้องไปอัลตร้าซาวด์ก่อน

พยาบาลถามว่าแต่งงานหรือยัง ตรวจภายในได้ไหม เราบอกว่ายังไม่ได้แต่งงาน แต่จะตรวจภายในก็ได้ เรายอม กี๊สสสส...เอาวะ

แต่เค้าก็บอกว่า ไม่เป็นไร อัลตร้าซาวด์ก็พอ

แถว ๆ นั้นก็จะมีคนท้องเดินไปเดินมาเยอะเลย

จะอัลตร้าซาวด์ ต้องกินน้ำให้ปวดฉี่มาก ๆ แบบระดับ 10 เลย คือปวดแบบจะฉี่แว้ววววว

เราเคยมาก่อนรอบที่แล้ว เพราะฉะนั้นเราเลยังไม่ฉี่ แต่รักษาระดับความปวดฉี่ไว้ พอจะได้ตรวจก็กินน้ำเพิ่มไป ก็ได้ที่ ไม่งั้นต้องกินน้ำเยอะมาก กว่ามันจะลงไปกระเพราะปัสสาวะ

พอปวดฉี่ก็ไปบอกเค้า ก็เข้าไปอัลตร้าซาวด์

เค้าก็จะเอาเจลมาทา แล้วเอาเครื่องมากดดู แหม้....ก็เกร็งสิ ปวดฉี่น่ะ แล้วเค้าก็จะวัดขนาดซิสต์เรา

เสร็จ

ไปฉี่ แล้วก็กลับมารับผล

ได้ผลทุกอย่าง ก็รอพบหมอ

ถึงคิว ก็มี นศ.แพทย์อยู่ 2 คนมาฟังด้วย

หมอบอกว่าผลเลือดก็ดี ปอดก็ได้ แต่ฉี่มีเม็ดเลือดแดงเด๋วจะให้มาตรวจซ้ำ อาจเป็นเพราะว่าใกล้เป็นประจำเดือน เลยมีเม็ดเลือดแดงติดมา ซึ่งก็มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และก็คอนเฟิร์มวันผ่า

เราก็โอเค ตามนั้น

เสร็จทั้งหมดก็บ่ายสองกว่า

เอาวะ จะผ่าวันที่ 10 เดือนกันยา ตอนเช้า แต่จะไปรพ.วันที่ 9 เพื่อเตรียมตัว

เราก็ลือถามพยาบาลหน้าห้องเรื่องห้องพิเศษว่าจะต้องจองอะไรยังไง

ผ่าแบบส่องกล้องนะ Laparoscopic surgery

เราคิดว่า ก็น่าจะผ่านไปด้วยดีแหละนะ เอาวะ ๆๆๆ

Sunday, August 25, 2013

วันนี้เพลีย - very lazy day

ตื่นก็สิบโมง ตอนช่วงเช้าก็หลับ ๆ ตื่น ๆ

ออกไปกินข้าว 11 โมง

กลับมานอน ๆ หลับ ๆ ไปอีกนิดส์

ออกห้องอีกบ่ายสองได้

ไปร้านกาแฟ กินกาแฟแก้ว

ห้าโมงกว่า กลับห้องมา

นอนอีก ที่จริงกะว่าจะกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าไปวิ่ง

หลับอีก ถึงทุ่ม

ตื่นมานั่งวาดรูปได้หน่อย

ข้าวเย็นไม่ได้กิน กินนมไปกล่อง

หมดละวันนี้

Thursday, August 22, 2013

ในที่สุดก็มีคนมาเอากระเป๋าที่เก็บได้ซักที - long stroy about the card wallet i've found

เก็บกระเป๋าได้ วันนั้นจะไปช็อปปิ้ง จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย

เปิดไอแพด หาชื่อเค้าในเฟสบุค เจอ ส่งข้อความไปให้

คืนนั้น เอาชื่อเค้าไปเซิชกูเกิ้ล เจอ โทรหา ไม่มีคนรับ

วันถัดมาและอีกหลายวัน เรากลับบ้าน เราก็ไม่สนใจ รอเค้าติดต่อมา ก็ไม่ติดต่อมา

สัปดาห์ถัดมา เรากลับมาเชียงใหม่

เราโทรหาเบอร์ที่เจอตอนกลางวัน มีคนรับสาย ได้คุย เป็นผู้หญิงลูกน้องเจ้าของกระเป๋า

ตอนแรกจะให้เราส่งปณ.ให้ แล้วเค้าก็เปลี่ยนใจ บอกว่าเด๋วให้เจ้าของกระเป๋าติดต่อกลับ

อีกสองวันถัดมาเจ้าของกระเป๋าโทรมาซักทุ่มสองทุ่มได้ เราบอกไม่สะดวก

นัดกันวันถัดไปตอนบ่ายสองที่ร้านกาแฟ

เราติดธุระกับเพื่อน เราเลยโทรเลื่อนนัดเป็นบ่ายสาม แต่เราก็บอกว่าถ้าไม่เจอเรา ก็ไปเอากระเป๋าได้เลย เพราะเราฝากไว้ให้ที่ร้านกาแฟแล้ว

คนที่เราคุยด้วยคือลูกน้องผู้หญิง เพราะเราโทรไปเบอร์เค้าแล้วเค้าไม่รับ

พอเรากลับไปร้านกาแฟตอนบ่ายสามกว่า ถามคนที่ร้าน บอก ไม่เห็นมีคนมาเอา

เราก็เอ้อนะ..ทำไมไม่มาไม่โทรบอกอะไรซักอย่าง เราก็ชักจะหมดใจ ทำไมคืนกระเป๋ามันยากอย่างนี้

ตอนเย็น มีเบอร์เจ้าของกระเป๋ายิงมาหาเรา 1 วินาที เราคิดในใจว่า กะอีแค่โทรกลับก็ไม่โทร ยิงมา อี้ว่ะ

ซักตอนดึก ๆ สองสามทุ่ม มีคนโทรมาเป็นผู้ชาย บอกว่า เป็นลูกน้องเจ้าของกระเป๋า โทรมาขอโทษที่ไม่ได้แวะไปเอากระเป๋า งานเยอะ เลยลืม เราก็ว่าไม่เป็นไร พรุ่งนี้ถ้าว่างเมื่อไหร่ก็ไปเอา เราฝากกระเป๋าไว้ที่ร้านกาแฟแล้ว

วันนี้คือวันที่มีคนมาเอากระเป๋า คนที่ร้านกาแฟโทรหาเรา เราก็บอกว่ากระเป๋าอยู่ในลิ้นชัก

แล้วคนที่มาเอากระเป๋าก็เอาตังค์ให้พันนึง แหม่ อยากได้ซักแสน จะได้พาคนที่ร้านไปกินไวน์ ก๊ากกก

เค้าบอก เจ้านายเค้าฝากมาให้

เราก็เลยบอกคนที่ร้าน ว่าเอาใส่ทิปเลย แล้วค่อยไปกินไรกัน

จบละ เรื่องราว

เอากระเป๋าคืนได้ เราก็ดีใจละ เก็บไว้ที่เราก็ไม่รู้จะเอาไปทิ้งยังไงที่ไหน

เยสสสสสสสสสส พอใจ!

Monday, August 19, 2013

ลังเล - hesitate

วันนี้ ช่วงนี้ เป็นอะไรไม่รู้ ลังเลในชีวิต

ตอนแรกก็ว่าจะไม่ทำงานใช้ทุน จะชดใช้เป็นเงิน

ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มา ทั้งเรื่องที่ได้คุยกับพ่อ

ทำงานวาดรูปขาย แต่ก็ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ไอเดียไม่เกิด

เงินไม่มี

กลับมาคิดหรือว่าจะหางานทำ

งานอะไรก็ยังไม่รู่้ แต่ได้เงินเป็นเดือน ๆ ไปน่ะ

ในหัวคือ ต้องไปทำงานแบบผีตายซากแน่ ๆ เลย ต้องไม่มีความสุขแน่ ๆ เลย ทำไมเราถึงคิดอย่างนี้นะ

หรือว่าจะหางานทำ จะเปิดเว็บหางานดีมั้ยนะ

คิด คิด คิด และก็ คิด.....

--------------------------------

โชคดีที่โลกนี้มีการเขียนบล็อก ทำให้ได้ปลดปล่อยความคิดได้บ้าง

คิดอยู่คนเดียว ไม่ได้ระบาย คงจะเครียดมากกว่านี้

เคยเขียนไว้ในโพสต์ไหนก็ไม่รู้ว่า ช่วงไหนที่เขียนบล็อกเยอะ ๆ คือช่วงนั้นเครียด

ไปละดีกว่า บึย

ไปขอสัญญารับทุนมา - Contract

ไปขอก๊อปปี้สัญญารับทุนมา หวังว่าจะเป็นหลักฐานเอาไปยื่นขอวีซ่าไปอเมริกาได้

เพราะมีพันธะต้องกลับมาทำงานชดใช้ทุน

แต่พอเอามาอ่าน

สัญญาอยู่ในมือ

มันรู้สึกแบบเหมือนโลกหมุนเอาเรื่องราวและคนต่าง ๆ เข้ามา

ทั้งพ่อที่เซนต์ค้ำทุน แม่อีก

เรากำลังทำอะไรของเรากันนะ

แล้วควรจะทำยังไงดีนะ

อยากให้มีเสียงที่ถูกต้องตะโกนบอกหน่อย ว่าควรจะทำยังไง ควรจะใช้ชีวิตยังไง

ทำยังไงดี ๆๆๆๆๆ

ขอบคุณสำหรับการตัดสินใจที่ถูกต้อง

ระยะทาง - distance

Distance from New Orleans, Louisiana to Chiang Mai, Thailand is:

9066.9 Miles 

( 14591.7 Kilometers / 7873.7 Nautical Miles )

Approximate flight duration time from New Orleans to Chiang Mai is:
18 hrs, 50 mins

จากเว็บ http://www.happyzebra.com/

----------------------------------------------------------------

เอาละนะ ถ้าวิ่งรอบสนามกีฬา 700 ปี

รอบละ 1.85 km จะต้องวิ่ง 7,887 รอบ

ใช้เวลารอบละ 15 นาที จะต้องใช้เวลาทั้งหมด 118,305 นาที

ซึ่งคิดเป็น ประมาณ 82 วัน

ถ้าวิ่งไม่หยุดทั้งวันทั้งคืน ต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือนอะ กว่าจะถึงบ้านแอช

แต่จริง ๆ ต้องว่ายน้ำข้ามทะเลอีก เพราะว่าทะเลไม่มีทางวิ่ง

ถ้าไปแบบนี้จริงไม่รู้ว่าตอนไปถึงสภาพจะเป็นยังไง

โชคดี ที่โลกนี้มีเครื่องบิน ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ที่จะได้ไปนะ

กลัว - fear

เมื่อวานดูปฏิทิน เริ่มเห็นวันที่จะต้องไปหาหมอ แล้วก็ไปผ่าตัด

เหลือเวลาอีก 1 อาทิตย์นะนี่

ชักจะเริ่มกลัว

ก็คนมันไม่เคย

มันหวั่น ๆ หวิว ๆ ยังไงก็ไม่รู้

แต่มันก็คงจะผ่านไปได้ ไม่รู้จะเป็นยังไงเหมือนกัน

Sunday, August 18, 2013

ไม่มีสมาธิ - can not focus

ทำไมจิตใจมันไม่จดจ่อกับอะไรเลย

อยู่หน้าคอม จะอ่านอะไรเป็นชิ้นเป็นอันก็ไม่อ่านนะ

เห็นตัวหนังสือเยอะ ๆ ก็ไม่อยากอ่านละ

เปิดหน้าเว็บ เปิด ๆ ปิด ๆ

คิดว่าไปอาบน้ำน่าจะดีนะ

Thursday, August 15, 2013

หลับตอนเย็น - take a nap in the evening

วันนี้ง่วง ก็เลยหลับตอนเย็น

วันนี้ตอนเช้า ไปทำงาน ถ้าวันไหนทำงาน วันนั้นจะหมดแรง หลับตอนเย็นตลอดเลยอะ

ซักสี่โมง เริ่มแบบอยู่ไม่ไหวแล้วอะ กลับห้องมาหลับ ถึงหกโมง ไม่ไหวอีก หลับต่อถึงทุ่ม

โห่ ชีวิต หลับไป 3 ชั่วโมง ไม่ไหวนะ

รู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอ

คงต้องออกกำลังกายสินะ

ช่วงนี้รู้สึกตื้อ ๆ คิดอะไรไม่ออก คิดงานก็ไม่ออก หรือว่าเครียดนะ

อยากจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้า แต่ไม่รู้ลูกค้าต้องการอะไร

ต้องหาก่อนว่าลูกค้าอยากได้อะไร

ต้องทำในสิ่งที่เค้าอยากซื้อ

จะทำยังไงถึงจะมีเงินไปอเมริกานะ คิดทุกวัน คิดทุกเวลา

Wednesday, August 14, 2013

พูดกับพ่อ - talk to dad

วันนี้กินข้าวเย็นเสร็จ

บอกพ่อว่าขอยืมเงินเอามาใส่บัญชีหน่อย จะขอวีซ่าไปอเมกา

พ่อไม่มีเงินให้ พ่อบอกว่าเงินเดือนก็พอสำหรับแต่ละเดือน

เราก็เลยต้องคิดหาวิธีจะทำยังไงไป

พูดเลยไปถึงหลาย ๆ เรื่อง

ทั้งเรื่องนิสัยเราตอนเด็ก ๆ เรื่องความคิดของพ่อความคิดของเรามันมักไม่ตรงกัน

เหมือนได้เปิดใจระบาย พ่อก็ร้องไห้ออกมาตอนเราถามว่าสิ่งที่พ่อคิดว่าทำผิดพลาดในชีวิตคือส่งเราไปเรียนในเมืองตั้งแต่เด็ก ทำให้เรากับพ่อไม่สนิทกัน ตอนเราเด็ก ๆ เราก็รู้สึกขาดความอบอุ่นนะ แต่มันก็ผ่านมาแล้ว

เราก็จุกเหมือนกัน แม่ก็ไปกอดพ่อ

---------

เอาล่ะ
แผน1
แผนการคือ ไปอเมริกา โดยมีเงินเหลือเฟือ จะไปทำงานวาดรูปขายที่บ้านแอช
แล้วจะกลับไทยมาตอนเดือนมกราปีหน้าพร้อมทั้งเอาแอชมาด้วย
แล้วจะหาที่อยู่ด้วยกัน ให้แอชทำงานสอนภาษา เราอาจหางานราชการทำหรือไม่ก็วาดรูปขายอีก มีชีวิตที่สบายและมีความสุข
จะอยู่บ้านที่ปลูกต้นกระเพรา อาจเลี้ยงแมว บ้านหลังนั้นจะโอเคป่าวนะที่ 9.9ล้านน่ะ

แผน2
ไม่ไปอเมริกา ทำงานวาดรูปขาย ไปจนถึงสิ้นปีนี้ แล้วจะประเมินสถานการณ์อีกที

เอาเท่านี้ก่อน อ้อ จะปลดหนี้พ่อแม่ด้วย

Tuesday, August 13, 2013

ที่ไหนคือที่ของเรากันนะ - where is the place that i belong to

อยู่บ้านหลายวัน

รู้สึกแบบว่ายังไม่ชิน บ้านไม่ค่อยใช่บ้านยังไงก็ไม่รู้

ตอนกลางวันพ่อแม่ก็ออกไปทำงาน

อยู่ในบ้านคนเดียว

ดีที่มีอินเตอร์เน็ต ฉันก็นั่งทำงานวาดรูปของฉันไป

พ่อเข้าบ้านมาตอนเย็น ถามว่าไ่ม่ออกไปไหนเหรอ

เราก็ออกแล้วนะ ออกไปหาแมว แต่หาแมวไม่เจอ กลับมาในบ้านต่อ

วันนี้ เล่น candy crush วาดรูปในคอมส่งรูปใหม่ไปอีก 1 รูป ส่องเฟสบุค อ่านเว็บต่าง ๆ ในคอม เดินไปกินน้ำ คอยดูแม่กดละลายน้ำแข็งไว้ เอาถาดรองน้ำในตู้เย็นไปเท

ใครจะรู้บ้างนะว่าเราทำอะไรอยู่

เราคิดว่าสิ่งสำคัญคือเรารู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เอาแค่นี้ก่อน

บ้านก็ของเยอะ

ถ้าจะทำความสะอาดก็ได้ แต่ก็ไม่ทำ

ช่วงนี้นิ้วมือแตกอะ เพราะว่าช่วงก่อนทำงานร้านกาแฟเยอะ ล้างของเยอะ มือแตกเลยอะ

พอกลับบ้านมา ไม่ได้ช่วยแม่ล้างถ้วยเท่าไหร่เลย

คือ ก็ล้างไปครั้งนึง แบบว่าทำใจ เอาวะ มือมันก็แห้งมาแต่ยังไม่ถึงขั้นเจ็บแบบแตกแล้วเลือดซึม

แต่ก็ไม่อยากมือเปียกน้ำ ถามหาถุงมือ แม่บอกไม่มี แม่บอกแม่ล้างก็ได้

แต่แบบว่าเราก็รู้สึกอยากช่วย เห็นมีจานอยู่ ก็อยากจะล้างให้มันเสร็จ แต่มือมันแตกอยู่อะ

รู้สึกผิด โอ้ย ไม่อยากให้เกิดความรู้สึกแบบนี้เลย

ต้องอยู่ที่ไหนถึงจะรู้สึกว่ามันใช่ที่ของเรานะ

คิดถึงแอชลี

แม่ไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะไปอเมริกา

อนาคตจะเป็นยังไงนะ


จะมีเงินไปอเมริกามั้ยนะ

Friday, August 9, 2013

เก็บกระเป๋าบัตรคนอื่นได้ - found somebody card wallet

มาช็อปปิ้ง

จอดรถเสร็จ

เดินมา เจอเป๋าตก

เปิด ๆ ดู หาชื่อตามบัตร

โอ้ย มาซื้อของไม่มีสมาธิเลย ตื่นเต้น

มันจะเป็นยังไงต่อไปนะ

จักรวาลจะนำอะไรมาให้เรานะ

Saturday, August 3, 2013

เรื่องทั้งหมด เราดึงดูดเข้ามาเอง - everythings i have attracted

ห๊ะ อะไรนะ

เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เราเป็นคนดึงดูดเข้ามาหรือนี่ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

พึ่งคิดได้ตอนอาบน้ำ

นั่นสินะ อยากให้เรื่องมันเป็นยังไงก็คิดอย่างงั้น

เพราะฉะนั้นต้องคิดหาแนวทาง คิดในสิ่งที่ดี จะได้เรื่องดี ๆ มาเป็นประสบการณ์ชีวิต

นี่อาจจะเป็นกระบวนการ(process) ของชีวิตก็ได้

ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ

รู้สึกเหมือนโดนแย่งของ - someone took it

กำลังจะเคยชินกับชีวิตโสด

เลิกงาน กินข้าว กินเหล้ากับเพื่อนบ้าง ชีวิตก็ดูไม่เหงา

พอจักรวาลส่งของขวัญมาให้

เหมือนเด็กตื่นเต้นกับของขวัญ ดีใจมาก

ชีวิตไม่เหงาในแบบที่เคยอีกต่อไป

จิตใจได้รับการเติมเต็ม

ร่างกายได้รับการสัมผัส

ได้แบ่งปันตัวเรากับอีกคนหนึ่ง

เหมือนแผ่ขยายความเป็นตัวเราออกไป(นึกถึงภาพแบบว่าแสงออกจากตัวเราสาดออกไปทุกทิศทาง อะไรอย่างงั้นเลยทีเดียว)

อยู่มาวันหนึ่ง

คนและสิ่งของที่มีตัวตนเหล่านั้นได้หายไป

เหลือแต่ความรู้สึกเก่า ๆ รูปในวันเก่า ๆ

ไม่มีการสร้างประสบการณ์แบบว่า interaction ร่วมกันอีกแล้ว

มีประสบการณ์ใหม่ ๆ เข้ามาแทน

ประสบการณ์การคุยทางไกล ขอบคุณที่โลกนี้มีเฟสไทม์

ความรู้สึกใหม่ ๆ มันก็เติบโตเหมือนกันนะ

บางทีรู้สึกเหมือนฝัน

แล้วก็ตื่นมา ไม่มีอะไรเลย มีแต่ความรู้สึกที่ยังคาอยู่

เหมือนมีคนให้ของ แล้วซักพัก ก็มาเอาของนั้นไป

เอาล่ะ

แต่ของของเราถ้ามันจะเป็นของเรามันก็จะเป็นของเราแน่นอน

Friday, August 2, 2013

เติมลมฟรี - free air

ปกติร้านซ่อมรถหรือตามปั๊มต่าง ๆ เค้าก็จะเติมลมฟรีกันใช่มะ

เกิดมาก็ยังไม่เคยเจอเก็บตังค์

มีอยู่วันจะเอาจักรยานแอชไปเติมลม ไม่ได้พกตังค์ไป

ไปร้านซ่อมรถแถวบ้าน

ไปถึงปรากฎว่ามีป้ายเขียนว่าเติมลมเสียตังค์อะ

ฮานิบะเฮ้ย!

พยายามทำใจดี ๆ

แต่เติมเสร็จเค้าก็ไม่คิดตังค์นะ แต่ดันบริการแบบไม่ค่อยดีอะ

ทำให้เราเกรงใจไปอีก คือแบบเหมือนขอเค้ามาเติมลมน่ะ

สุดท้ายกลับบ้านไปเอาตังค์มาวางให้เค้า 20 บาท

จบ สำหรับเรื่องนี้

แล้วทำไมเติมลมร้านนี้ถึงเก็บตังค์แว้ สงสัยจักรวาลจะสอน อะไรที่เราคิดว่ามันแน่นอน มันไม่แน่นอนน่ะสิ

Thursday, August 1, 2013

ความคิดเกี่ยวกับเรื่องเงิน - thought about money

ถ้าเราคิดว่า เราต้องประหยัดเพราะเราจะจน เราก็จะจน สินะ

เราอยากจะใช้เงินกินอะไรดี ๆ ทุกวัน

แต่เราก็จะต้องประหยัด เพราะว่าเรามีเป้าหมายจะไปอเมริกา

ต้องทำวีซ่า ต้องซื้อตั๋วเครื่องบิน

ต้องทำสเตทเมนท์ให้สวยงาม

มีเงินอยู่ที่ไหนจะขนมาใส่บัญชีให้หมดเลย

บางทีมันก็กดดันเบา ๆ

แต่เรารู้ว่าเราต้องทำได้สิ

เราสามารถได้ทุกอย่างที่เราอยากได้

เราสามารถมีทุกอย่างที่เราอยากมี

เราต้องกัดไม่ปล่อย

ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ

ออกกำลังกายดีมั้ยนะ - should i go exercising

ขี้เกียจจังเลย

เหตุผลมีแค่นี้แหละ

แต่คิดว่าออกกำลังกายน่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้นนะ

เมื่อย ๆๆๆ

ดูรูป - see the pictures

บางทีก็นั่งดูรูปแอชลี

พิมพ์คิดถึงแอชลี

I love your smile.

Stock Images

My latest images for sale at Shutterstock:

My most popular images for sale at Shutterstock: