Sunday, March 31, 2013

อยู่เพื่อตัวเองหรืออยู่เพื่อคนอื่น - live for myself or others

ชีวิตคนเรา อยู่เพื่อตัวเองหรืออยู่เพื่อคนอื่นดีอะ

เพื่อนเราที่มีลูกแล้ว บอกว่า อยู่เพื่อคนอื่นมันจะมีแรงจูงใจให้ทำงาน หรือมีแรงให้อยู่มากกว่าอะ

อารมณ์ว่าทุกวันนี้ก็ทำเพื่อลูก

ส่วนตัวเราเอง เราคิดว่าเราอยู่เพื่อตัวเอง

จนกระทั่งได้มาพบคนคนหนึ่ง คนนี้ทำให้เราไม่อยากไปไหนอะ

ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ ชีวิตเรา เราคิดว่าอยู่ที่ไหนก็ได้ ทำอะไรก็ได้ กับใครก็ได้

ตอนนี้ เราอยากอยู่เมืองนี้ อยากอยู่ที่นี่ ก็เพราะว่ามีคนนี้อยู่ที่นี่

มันรู้สึกแปลก ๆ เหมือนไปในทางลบ

ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย คือว่า เรากำลังจะต่อต้านการเปลี่ยนแปลง

เรารู้ทั้งรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

แต่เรากำลังยึดติด

ยึดติดกับคน ยึดติดกับสถานที่

เอาเป็นว่า คำคมไปเลยก็ละกัน ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวเราเอง

แล้วเราจะยังยึดติดทำไม

คนที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แต่ไม่ทำ มันเรียกว่าคนโง่มั้ย

ต้องพยายามทำใจ มีความสุขกับตัวเอง

คนอื่นคือ ผ่านเข้ามาร่วมทาง อาจจะร่วมทางนาน หรือไม่นาน ก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าใช้ชีวิตให้มีความสุข และอย่ายึดติด

เคป้ะ

Saturday, March 30, 2013

PIMM'S Cup

มันมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง ชื่อว่า PIMM'S

มีแอลกอฮอล์ 25% ผลิตที่สหราชอาณาจักร(Great Britain)

เป็นเหล้าสูตรลับ มีเพียง 6 คนที่รู้ อ่านมาว่างั้นนะ

มีสูตรคอกเทล เรียกว่า PIMM'S Cup

ใส่ PIMM'S มะนาว สไปรท์ แตงกวา น้ำแข็ง

แหล่มเลย รสชาติสดชื่น โดยตัวของ PIMM'S แล้วมันจะออกหวาน ๆ บวกกับความหวานของสไปรท์ แล้วมีความเปรี้ยวของมะนาวตัด และมีกลิ่นสดชื่นของแตงกวามาเตะจมูกอีก

สรุปแว่ เราชอบมาก

ใกล้ - near

ช่วงเวลาที่ห่างกัน มันก็อยู่ได้นะ

แต่พอมาได้ใช้เวลาด้วยกัน มันก็ทำให้ความรู้สึกมันตอกย้ำฝังลึกลงไปมากขึ้น ๆ ในทุกทีที่ได้เจอกัน

มันจะเป็นความอะไรนะ

อาจเป็นเพราะเราไม่กล้าพอที่จะให้ความสัมพันธ์มันก้าวหน้าเร็ว หรือเรากลัวอะไร

กลัวความไม่แน่นอนของสิ่งต่าง ๆ งั้นรึ

อยากจะอยู่ใกล้ชิดไปอีกนาน ๆๆๆๆ

Saturday, March 23, 2013

ชีวิตช่วงนี้ก็ดีนะ - kind of happy life right now

งานดี เราสนุกกับการทำงาน มีเพื่อนร่วมงานที่ดีด้วยแหละมั้ง

เงิน ก็ดี มีใช้ไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อยากได้อะไรแพง ๆ หะ ๆ แต่ก็อยากได้รถยนต์นะ

ความรัก เมื่อไม่มองหา อยู่ ๆ มันก็มา แล้วเราว่ามันก็ดี เจอคนที่น่าสนใจคนหนึ่งเลยทีเดียว ก็คบและคุยกันไปเรื่อย ๆ อยู่กับปัจจุบันก็ละกัน

แต่ว่าก็ต้องหางานทำ

ชีวิตต้องมีเป้าหมายใหญ่ให้เดิน

ตอนนี้มันดูลงตัวแบบไม่ค่อยมีความหมายเท่าไหร่

บางทีก็อยากจะขี้เกียจบ้าง

ช่วงนี้ปัญหาหมอกควันเยอะ หายใจไม่ค่อยสะดวกเลย ต้องไปหาแมสมาใส่ก่อน

Saturday, March 16, 2013

อะไรยังไงนะ - what what what

ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร อยากเขียน จบละ

พ่อล่ะหวังดี - mean well

พ่อช่วยหางานให้ หางานแล้วก็ส่งรายละเอียดให้ดูทางเมลล์

ให้สมัครนั่นนี่นู่น

จะพาไปสมัครด้วย

เรารู้สึกกดดันมากมาย แต่พ่อบอกไม่ได้กดดัน แค่แนะนำ

เอาเป็นว่าเราปฏิเสธข้อเสนอของพ่อก็ละกัน

เราถามพ่อว่าโกรธเราเหรอ พ่อบอกไม่

เราอยากได้งานที่อยู่เชียงใหม่ที่ทำแล้วมีความสุขอะ

พอละขี้เกียจอธิบาย

ไม่ยุ่งกับใคร - indifference

เมื่อก่อนเราเคยเป็นคนแบบว่า ไม่อยากทำความรู้จักคนใหม่ ๆ

เช่น เพื่อนของเพื่อน อะไรทำนองนี้

แต่เวลาผ่านไป คนเราก็เปลี่ยนแปลง

ประสบการณ์ต่าง ๆ ที่เราได้รับมาหลาย ๆ ปี หลาย ๆ อย่าง

ทำให้เราก็ค้นพบว่า การทำความรู้จักใครใหม่ ๆ นี่ก็ดีเหมือนกันนะ

ได้รู้ว่าเค้าเป็นใคร มีอะไรน่าสนใจ ความคิดเค้าเป็นไงบ้าง

สรุปแว่ วันนี้ได้พูดกับคนแปลกหน้า 4 คน

แบ่งเป็นที่ร้านกาแฟ 3 คน ที่รถบัส 1 คน

ก็สนุกดี

การเป็นคน friendly นี่มันรู้สึกดี รู้สึกถึงว่ารัศมีของเราได้แผ่ออกไป เราตัวใหญ่ขึ้น เวอร์ไปปะ หะ ๆๆ

และเราก็คิดว่า คนส่วนใหญ่พร้อมที่จะคุยอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่เริ่มก่อนเท่านั้นเอง

เพราะฉะนั้น เราต้องเริ่มก่อน ต้องก้าวไปก่อน 1 ก้าวเสมอ เคป้ะ!

Wednesday, March 13, 2013

วันอังคาร - last Tuesday

มันเมื่อวานนี้เองคับ

เมื่อวานผมละนอยอะไรก็ไม่รู้คับ

ไปกินแสง ไปกินโมฮิโต้

หลังจากนั้น

มันเกิดขึ้น ว้าย ไม่อยากเล่าละเอียด

มันก็ดีนะ มั้ง

แต่บางทีมันมีความรู้สึกถึงอนาคตอยู่อะ

แต่อีกความคิดหนึ่งคือ อยู่กับปัจจุบันดีกว่า เนอะ

Saturday, March 9, 2013

ช่วงนี้ - currently

หลังจากช่วงก่อน มีตารางการทำงานที่ร้านกาแฟแบบ 6 วันรวด อะไรทำนองนี้

เดือนที่แล้วเลยได้ชั่วโมงครบเป็นฟูลไทม์เลย บวกค่านั่นนี่นู่น ได้เงินเดือนไป 9 พัน

เรื่องงาน

ตอนนี้สมัครงานที่วิศวะไว้ มันหายเงียบ

พ่อพยายามหางานให้ ให้ไปสอบเป็นทหารอะไรก็ไม่รู้ ก็สมัครไปละ เหลืออ่านหนังสือสอบ แล้วก็ต้องไปขอใบรับรองอะไรก็ไม่รู้ แบบว่าเราก็ไม่ค่อยอยากจะสมัครเลย

เราก็พยายามจะหางานอื่น ๆ อีก ที่มันอยู่ในเชียงใหม่ ว่าจะเข้าไปคุยกับคุณประธานว่าทำงานอะไรได้บ้าง ไรงี้ ก็ยังไม่ได้ไป อะไรก็ไม่รู้

รู้สึกเคว้ง ๆ นิดหน่อย ว่าจะทำอะไรดี ช่วงนี้ใช้เงินเยอะเลย แต่ไม่ได้ทำอะไรหาเงินเพิ่มเท่าไหร่ พยายามจะจัดเวลาให้ stockphoto มากขึ้นนะ

โอเค มี 2 ทางเลือก
1. หางาน แล้วทำงานใช้ทุน
2. หาเงินให้ได้เยอะ ๆ แล้วเอาเงินมาใช้ทุน

ตอนนี้ที่กำลังทำคือทางเลือกแรก ทำไมเราไม่ทำทางเลือกที่สองนะ มันยากไปใช่มั้ย มันเป็นไปไม่ได้ใช่มั้ย

มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปได้ แต่มันยาก มันยากเฉย ๆ ถ้ามีเวลา 10 เดือน แล้วต้องหาเงิน สมมุติเลย 8 แสนบาท

ต้องหาเงินให้ได้เดือนละ 80000 บาท หรือวันละ 2600 บาท โดยประมาณ เออ ก็ดูน่าจะเป็นไปได้ ...มะ ขายตัวได้ละ 2600 บาท หะ ๆๆ พูดเล่น

เรื่องความรัก

ก็ไปได้เรื่อย ๆ กับแอช มันดูเหลือเชื่อ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว
เราไม่ได้ตกลงว่าเราเป็นอะไรกัน
เราไม่ได้ใช้เวลาแบบตัวติดกัน เรายังมีเวลาส่วนตัวของเรา มันก็ดีนะ ตัวเราเองก็เคยชินกับการใช้ชีวิตคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว ทำอะไรคนเดียว พอมามี 2 คน มันก็ต้องปรับตัวมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเวลา ทำอะไรคนเดียวมันเร็วดี ถ้า 2 คน มันก็ต้องเผื่อเวลามากขึ้น
มันเป็นความรู้สึกที่ดี ที่เราได้กอดใครสักคนหนึ่ง แล้วก็เป็นความรูสึกที่ดีที่ใครคนหนึ่งกอดเรา
มันจะเป็นผลของกฎแห่งแรงดึงดูรึเปล่านะ
แอชเป็นคนที่น่าสนใจเลยทีเดียว ค่อนข้างจะเป็นไปตามสิ่งที่เราเคยเขียนไว้ว่าอยากเจอคนแบบนี้
ก็ปล่อยให้มันเป็นไปก่อนละกัน ขออยู่กับปัจจุบันนะ
ชีวิตของคน 2 คน ที่เคยใช้ชีวิตแบบเดี่ยว ๆ มันก็มาบรรจบกันบ้าง ห่างกันบ้าง อะไรอย่างงี้แหละ

หุ้น

เอาเงินมาใส่ในพอร์ตหุ้นเยอะเลย คราวนี้ดูบริษัท แล้วกะว่าจะถือยาว ๆ ไม่คิดถึงเรื่องขายเลย ซื้อแล้วซื้อเลย ก็ให้เวลาพาไป แล้วก็ค่อยมาดูว่าผลจากความคิดของเรา มันถูกทางหรือผิดทาง

สิ่งที่กังวล

สิ่งที่กังวลอยู่ลึก ๆ ช่วงนี้ก็คือเรื่องงานนี่แหละ
อยากทำงานที่เชียงใหม่
อยากทำงานร้านกาแฟ
อยากอยู่ที่นี่
อยากมีเงินใช้เหลือ ๆ

เอาละนะ

ขอบคุณที่ได้ทำงานที่เชียงใหม่
ขอบคุณที่ได้ทำงานที่ร้านกาแฟ
ขอบคุณที่ได้อยู่เชี่ยงใหม่
ขอบคุณที่มีเงินใช้แบบเหลือ ๆ

คำคมวันนี้
ทุกอย่างเกิดจากเหตุ : เราอยากได้ผลยังไง เราต้องทำเหตุอย่างงั้น

ไปละ บาย

Sunday, March 3, 2013

มันคือความรู้สึกยังไงกันนะ - what the feeling

สัปดาห์ก่อน เจอคน คนหนึ่ง เป็นลูกค้าร้านกาแฟนี่แหละ เป็นฝรั่งสมมุติชื่อแอช

เค้าก็เตะตาเราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ เราก็ชวนคุยนิดหน่อย

เจออีกครั้งก็คุยมากขึ้น

เจออีกก็เลยบอกว่าอยากเป็นเพื่อนด้วย ขอเฟสบุค เค้าก็ให้

มีอยู่วันโอกาสเหมาะ ชวนเค้ามากินหมูจุ่มกินเบียร์กับเพื่อนเราอีกคนนึง เค้าก็มา ทั้ง ๆ ที่วันนั้นเป็นวันที่เค้าต้องเก็บห้องเพื่อที่จะย้ายไปอยู่อพาร์ทเมนท์ใหม่ในวันถัดไปอะ ยังไม่ได้เก็บของซักสิ่งเลยนะ

ที่ร้านหมูจุ่มเราคุยกันหนุกดี ภาษาก็แถ ๆ ไปได้เราหัวเราะกันสุด ๆ เลย

วันนั้นจบไป

สองวันถัดมา เรา เรานี่แหละก็ส่งเอสเอ็มเอสหาเค้าถามว่าห้องใหม่เป็นไงบ้าง ฝันดีนะเค้าก็ตอบกลับมาว่าดีมากเลย คิดถึงคุณ

แล้วเราก็นัดเจอกันที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งอีก เราบอกเรามีหนังสือจะให้หนังสือเรียนภาษาไทยอะนะ

แต่บรนากาสคุยกันวันนี้ไม่ลื่นไหลเลย หรือว่าจะขาดแอลกอฮอล์วะคะ

แล้วเราก็จากกันตอนห้าครึ่งได้

เราแบบว่าเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกแบบว่า เค้าจะรู้สึกยังไงนะ เออใช่ อย่าไปคิดเลยว่าเค้ารู้สึกยังไง คิดถึงความรู้สึกเราดีกว่า

เรากลัวเบา ๆ กลัวการรู้จักกันมากขึ้น กลัวความสัมพันธ์ ทำไมนะทำไม

เรื่องของเค้ามันวนเวียนอยู่ในหัวตลอด ทั้งก่อนนอนและในฝันและตอนตื่น รู้สึกนอนไม่ม่วนเลย

เมื่อวานตอนเย็นก็กินข้าวได้นิดเดียว ทุกทีกินง่าวกว่านี้ นี่สลัดจานเดียวยังไม่หมดเลย

กลับมาศึกษาแกรมม่าอย่างรุนแรง เพราะพูดไปไม่มีเวิร์บเท่าไหร่เลย is am are was had has have be been อะไรเทือก ๆ นี้ เรียงคำไม่ถวกเลย

แต่ทีรู้ก็คือ เราชอบที่ได้กอดเค้าตอนกลับจากกินหมูจุ่ม กลับตอนกลับจากร้านกาแฟ เราบอกเค้าว่า give me a hug มันรู้สึกดีที่ได้กอด เพื่อน ๆ บอก ช่วงนี้สลิดนะ หะ ๆ

สรุปแว่ มันเป็นความรู้สึกที่ยังไงกันแน่นะ

เอาล่ะจะบอกกับตัวเองว่า เราจะไม่คิดมากถึงสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ซึ่งก็คือความรู้สึกของเค้า เราจะสนใจความรู้สึกเรา ว่าทำยังไงเราสบายใจ อย่างนี้น่าจะดี เอางี้แหละ

Friday, March 1, 2013

ทำงานร้านกาแฟ - work at coffee shop

เดือนกุมภาที่ผ่านมา ทำงานที่ร้าน ใช้แรงงานมากมาย

เกือบจะจัดเวลาเก็บห้องกับออกกำลังกายไม่ได้

และก็เจ็บหลังส่วนล่างมาก

ไปนวด ก็ดีขึ้นมา

เดือนนี้จะใช้แรงงานให้น้อยลง ใช้สมองให้มากขึ้น

แบบว่าจำเป็นต้องรวยอะ

Stock Images

My latest images for sale at Shutterstock:

My most popular images for sale at Shutterstock: