Tuesday, January 24, 2012

เก่งค่ะเก่ง - good you good

วันก่อนครับ ...ไม่ครับ วันนี้แหละครับ

วันนี้ไปพบอ.ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ เพื่อที่จะไปนำเสนอว่าที่ไปปรึกษาคนอื่นมาน่ะ เค้าจะทำวิธีแบบไหน

คือเราก็เป็นเด็กนักเรียนกะหลั่ว ๆ คนนึงอะนะ ทำไม่ได้ก็ไปขอให้คนอื่นช่วย เพราะขออาจารย์ที่ปรึกษาช่วย อาจารย์ไม่ช่วย ช่วยในที่นี้หมายถึงช่วยทำ ช่วยจิก ช่วยเข็ญให้มันจบ ๆ ไป

แต่เค้าก็ช่วยนะ ช่วยพูด ช่วยให้ความเห็น ช่วยให้แนวคิด

สิ่งที่เราต้องการคือ ช่วยทำ ช่วยเขียน ช่วยทำโปรแกรมน่ะ

ก็ในเมื่อสิ่งที่เราต้องการ อาจารย์ให้ไม่ได้ เราถึงต้องไปหาให้คนอื่นมาช่วย

ปัญหาคือมันเรียนไม่จบมาเรื้อรัง ทำให้หมดทั้งสตังค์และกำลังใจ และเวลาก็ใกล้จะหมดเต็มที

(เหตุผลในการเข้าเรียน ก็อย่าไปพูดถึงมันเลย ณ จุดนี้ เอาเป็นว่าอยากจะเรียนให้มันจบ ๆ ไปน่ะ)

ก็เตรียมพาวเวอร์พอยท์นำเสนอไปอย่างดี ทำแอนนิเมชั่นด้วย ซ้อมพูด จดโพย จดโพยก็จดเป็นภาษาพูดนะเพราะว่ากลัวจะพูดแล้วได้ประเด็นไม่ครบเดี๋ยวงง

ถึงเวลาก็ไปพูดนำเสนอ อาจารย์ก็ถามเป็นระยะเลย เรารู้สึกว่าโดนแทรกขัดจังหวะตลอด แต่เราก็ให้แทรกนะ ถ้าจังหวะไหนพูดพร้อมกันเราก็จะฟังอาจารย์ก่อน จนเราไม่ไหวละ เราอยากจะพูดที่เราเตรียมมาให้หมดอะ เราก็เลยบอกอาจารย์ว่าขอให้อาจารย์ฟังเราพูดให้จบก่อน เดี๋ยวอาจารย์มีประเด็นอะไรก็ค่อยพูดทีหลัง ที่เราเตรียมไปพูดก็ซัก 10 นาทีนี่แหละมีสไลด์เนื้อหา 5 สไลด์รวมหัวข้อกับตอนปิดท้ายก็เป็น 7 สไลด์

สิ่งที่เราพูดก็คือ เราจะทำการทดลองของเราไปแนวไหน แนวที่คนที่เราไปปรึกษา(ต่อไปนี้จะเรียกคนนี้ว่าเอาท์ซอส)บอกเรามา แต่เรายังไม่ได้ลงรายละเอียดนะ เราก็พูดเท่าที่เราเข้าใจ เพราะถ้าเราเข้าใจเราก็จะสื่อสารให้คนอื่นฟังได้ แต่อาจารย์ก็คงมองทะลุปรุโปร่งไปถึงตอนจบแล้ว เราก็ยังพูดไม่จบ อาจารย์ก็แนะประเด็นใหม่ขึ้นมาอีก พูดทำนองว่า ก็ลองทดลองแบบนี้สิ ๆๆ ก็บอกมาเป็นแนวคิดเหมือนเดิมที่เคยบอกมา คือว่าเห็นประเด็นไหนจะวิจัยได้ก็จะยกประเด็นนั้นมาพูด ซึ่งก็เป็นอย่างงี้มาโดยตลอด

เราก็เข้าใจว่ามันมีหลายประเด็นที่เราสามารถทำได้ แต่เราควรจะเลือกซักประเด็นแล้วกัดไม่ปล่อยอย่างงี้ มันจะได้ไปถึงปลายทาง แต่อันนี้มันออกแนวไปทางขยายอะ แล้วเราก็ใช่ว่าจะเก่งแบบว่าพูดอะไรก็เข้าใจ

เราไม่เก่งเขียนโปรแกรม การจัดการข้อมูลเยอะ ๆ อะ เขียนโปรแกรม วนลูปอะไรก็ว่าไปก็ง่ายกว่านั่งทำมือ
เราไม่เก่ง math stat ก็มันมีโปรแกรมสำเร็จรูปแล้วก็ปล่อยให้มันเป็นกล่องดำไป รันได้อย่างเดียว แล้วดูผล แนวอาจารย์คือไปแกะอัลกอริทึ่ม ดูว่ามันคำนวณยังไง ขั้นตอน เราก็ไปลองดูแล้วมันไม่ได้จริง ๆ อะ

คงจะอย่างที่อาจารย์ที่ปรึกษาคนแรกบอก ถ้าเราทำได้ ก็คงจะก้าวหน้าไปแล้ว แต่เราทำไม่ได้ไง เราถึงคลานไปแบบนี้

เรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องวิทยานิพนธ์เนี่ย เราก็ทำของเราได้ตั้งหลายอย่าง เราก็คงโง่เรื่องวิทยานิพนธ์นี่แหละ

มีอยู่ตอนนึงที่พูดนำเสนอให้ฟังนี่แหละ อาจารย์ก็พูด ๆๆๆๆ ออกแนวบอกว่าวิธีเรามันใช้ไม่ได้ แล้วก็บอกแนวคิดอีกว่าลองทำอย่างงี้ ๆๆๆๆ เราก็เลยพูดออกไปว่า "เก่งค่ะเก่ง" อาจารย์ก็เลยสวนมาว่า "ถ้าพูดอย่างนี้อาจารย์คนอื่นไล่ออกห้องไปแล้ว"

เราคิดว่า ทำไม่อาจาย์ไม่ฟังเราพูดให้จบ ให้เกียรติผู้พูดน่ะ เคยได้ยินประโยคอะไรแบบนี้บ้างไหม๊ พูดแทรก พูดขัดอยู่ได้

แล้วตอนอาจาย์อธิบาย เราก็พยายามคิดตาม ทันบ้างไม่ทันบ้าง พอเราตอบรับ พูดว่า "เหรอ" อะไรอย่างงี้อะ คือเราก็ไม่ชัวร์ว่ามันจะใช่หรืออะไร เราก็เหรอไว้ก่อน อาจายร์ก็ออกแนวท่าทีว่า "โวะ ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ" เหมือนมันจะต้องเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่เราฟังแล้วควรต้องเข้าใจเลยนะ แต่เราไม่ได้ทำท่าว่าจะเข้าใจอะไรงี้อะ
เราว่าอาจาย์ก็มีส่วนในการบิ๊วให้อารมณ์การสนทนามันรุนแรงขึ้นนะ จะใส่อารมณ์ก่อนทำไม เราอธิบายไปช้า ๆ เพราะเรากลัวว่าอาจารย์จะไม่เข้าใจ เราจัดลำดับการพูดที่เราคิดว่าจะอธิบายให้มันเข้าใจได้ดีที่สุดอะ (ตอนช่วงที่พูดเรื่อง thesis นี้ตอนแรก ๆ เราก็รู้ว่าอาจารย์อาจจะไม่มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับข้อมูล ก็พยายามพูดให้มันน่าจะเข้าใจได้อะ)

จริง ๆ แล้ววันนี้ที่มานำเสนอให้ฟังคือ บอกว่าเราทำอะไรอยู่ แค่นั้นแหละ

อีกอย่างที่คิดก็คือ "งั้นก็ทำสิ" ไม่ช่วยทำให้จบแล้วยังพาไปเปิดประเด็นใหม่ ๆ อีก แล้วมันก็เป็นแบบเดิม มันก็ไม่ไปไหนซักที เราไปหาเอาท์ซอสมาช่วย ทำให้เราเห็นว่า เออ งานมันคืบหน้านะ มันรู้สึกก้าวกระโดด
แต่คิดแล้วการพูดว่า "งั้นแกก็ทำสิ" มันเป็นการพูดไม่ถูกอะ เหมือนพูดว่า ถ้าไม่พอใจอะไรซักอย่าง ก็ไม่ต้องอยู่ ไม่ต้องมา ไม่ต้องใช้ คือว่า เราก็รู้ว่า บางคนก็เป็นคนที่ให้คำแนะนำได้ดี แต่ตัวเองก็ไม่ทำไง

แล้วอีกอย่าง เวลามันใกล้จะหมดแล้ว มันจะจบไม่ทันน่ะสิ ไหนจะสอบพร็อพพอซ่อล ไหนจะเขียนเปเปอร์ ไหนจะเขียนเล่ม ไหนจะสอบจบ

อาจารย์เคยบอกว่า พร็อพพอซอล เดี๋ยวเขียนให้ก็ได้ แต่ขอให้รู้ก่อนว่าทำยังไง ไอ่เราก็อุ่นใจ แต่จบบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไง

จนอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไปของเรา เค้าไม่ได้เป็นอาจารย์อยู่ที่นี่แล้ว ลาออก หรือไปทำโพสด็อกที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ แต่ชื่อเค้ายังอยู่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไปของเราอยู่เลยอะ คิดดูมันนานมากอะ

ตอนจบวันนี้อาจารย์บอกว่า ก็ไม่เคยฟังแล้วเฉย ๆ เคยแต่ฟังแล้วแสดงความเห็น อาจารย์ก็บอกอีกว่า เดี๋ยวครั้งหน้าก็จะฟังเฉย ๆ ไม่แสดงความคิดเห็นละ

เราก็ถามอาจารย์ว่าเราควรสอบพร็อพพอซอลกันหรือยัง อาจารย์ก็บอกว่า ถ้าเป็นอาจารย์ก็"ยัง" แต่พูดไปเอาไปเอามาก็ สอบก็ได้ รึอะไรยังไงซักอย่างนี่แหละ เอาเป็นว่า เด๋วพรุ่งนี้เราไปคุยกับเอาท์ซอสของเราอีกทีดีกว่า

อาจารย์ชงกาแฟมาให้กินด้วย เราบอกไม่กิน

พอพูดเสร็จละเราก็มาพูดกับเพื่อนอีกคนนึงว่า วันนี้เราไม่น่าพูดคำว่า "เก่งคะเก่ง" เลย มันคงทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี แต่คำพูดก็เหมือนดั่งคันศร พูดแล้วมันก็พุ่งไปปักอกคนฟัง จะเรียกคืนก็ไม่ได้ ก็เกิดบาดแผลกันไป

วันนี้ก็เลยเซ็ง ๆ เซ็งอะไรหลาย ๆ อย่าง

หน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษาที่ดีจากหนังสือของมหาลัย
ทำได้ปะล่ะ

No comments:

Post a Comment

คอมเมนท์ดิ ดิ ดิ ดิ!

Stock Images

My latest images for sale at Shutterstock:

My most popular images for sale at Shutterstock: