Sunday, January 29, 2012

บันทึกความสำเร็จ - sucess note

นึ่ลุกมาเปิดคอมอีกทีเพื่อเขียนเอนทรี่นี้เลยนะ

มาจะกล่าวบทไปว่าด้วยสมุดบันทึกความสำเร็จ

จากการอ่านหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเองหลายต่อหลายเล่ม เค้าก็แนะนำให้ทำสมุดบันทึกความสำเร็จ จดทุกวันว่าทำอะไรบ้าง เช่น มีคนชม หรือซื้ออะไรที่อยากได้ไปแล้ว ก็แนว ๆ ไดอารี่แหละ หรือจะเขียนอะไรก็ได้ที่อยากเขียนอะ เราก็เลยมีแล้ว 1 เล่ม ...แต่อนิจจาก็เหมือน มีทิ้งมีขว้าง ก็ดันไม่เขียน

วันนี้ อ่านหนังสือเรื่องหมาน้อยสอนรวย มีเพื่อนคนนึงให้มาเป็นของขวัญปีใหม่ ก็อ่านเล่มนี้อยู่(ช่วงก่อนตะบี้ตะบันอ่าน Why we want you to be rich? ของโรเบิร์ตกับทรัมป์จบแล้วเล่มหนามาก หนังสือซื้อมาเรื่อย ๆ อ่านไม่ทัน มัวแต่เล่นคอมเนี่ย) ก็ถึงคิวได้อ่านซะที ก็ไม่เชิงถึงคิวหรอก ก็อ่านเล่มอื่นสลับ ๆ กันไปด้วย แต่ว่าก็อยากอ่านให้จบ เพราะเป็นหนังสือที่มีคนให้มา ให้มาก็ต้องอ่านดิ ชิมิ

ที่อยากจะพูดวันนี้ก็คือ ในหนังสือตอนหนึ่งบอกว่า

"เธอต้องไม่หยุดเขียนบันทึกความสำเร็จ แม้ว่าเธอจะได้รับความสำเร็จแล้วก็ตาม"

ที่จริงก็มีอีกหลายคำที่มันโดนใจใช่เลย แนะนำว่าก็ไปหามาอ่านเหอะ

เราควรเรียนรู้การจัดการเรื่องเงิน เพราะใคร ๆ ก็มีปัญหาเรื่องเงินทั้งนั้น
คนมีเงินน้อย ก็มีปัญหา
คนมีเงินมาก ก็ยังมีปัญหา
จริง ๆ นะเออ

หนังสือ หมาน้อยสอนรวย
เนื้อเรื่องอ่านง่าย ออกแนวนิยาย แต่แทรกเรื่องการเงินไว้อะ
ดู ว่าคนรวยเค้าคิดยังไง

อันนี้ของเราเอง ก๊ากกก
ก็มาเรียนรู้การจัดการกับเงินบ้าง
ต้องสร้างห่านของตัวเองตัวอ้วน ๆ

พอมีเงินจะได้กินกาแฟได้ทุกวัน ของชอบ

มีเงิน จะได้กินของอร่อยที่อยากจะกินได้บ่อย ๆ
ไส้กรอก & มันบด 70 บาท
 อ่านไปก็นึกถึงตัวเองว่าทำไมไม่รู้เรื่องนี้ ไม่ไหวตัวเรื่องเงินเร็วกว่านี้ ยิ่งเป็นพ่อแม่ ยิ่งไม่ไหวตัวเลยอะ(ไหวตัวก็ได้ แต่น้อย) แต่มันก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว เอาเป็นว่าเรารู้ตอนนี้ก็ยังดีล่ะวะ หลาย ๆ คนยังไม่ไหวตัวเรื่องการเงินเลย

เราอยากมีเงิน หาทางอยู่ ถ้ามีเงินตอนนี้อยากได้ จะบอกแบบเจาะจงไปเลยนะ เพราะเราอยากได้ เราต้องเจาะจง หนังสือหลายเล่มบอก ไม่งั้นจะประมาณว่า จักรวาลจะไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาให้เรา เราต้องเจาะจง ให้เห็นภาพชัดที่สุด
  • รถยนต์ 5 ประตู ฟอร์ด เฟียสต้า สีน้ำเงิน ราคา 69x,xxx บาท อยากได้เกียร์ธรรมดา แต่ดูเหมือนจะไม่มี ก็ไม่เป็นไร เกียร์ออโต้ก็ได้ แล้วก็จะติดฟิล์มยี่ห้อ V-kool ใสและเย็นและราคา 2x,xxx
  • เก้าอี้ ergonomic ปรับระดับได้ มีที่รองแขน รองคอ ไม่รู้ราคาเท่าไหร่ หกพันมั้ง
  • โซฟานุ่ม ๆ ซักตัว เอาไว้นั่ง ๆ นอน ๆ ไม่รู้ราคาเท่าไหร่
  • กางเกงยีนส์ปั๊มน้ำมันแก็สโซลีน สีเทา ไซส์ S+ ไปลองมา 2 รอบละ กางเกงราคา 2190 บาท
  • รองเท้า Etnies รุ่น Caprice Mid Le สี Tan/White Size W 7
  • เตาไม่โครเวฟชาร์ป
  • ตู้เย็น โตชิบ้า Curve Live XP White Pink 5990 บาท
  • เตาแม่เหล็กไฟฟ้า
  • แฟน เขียนสเป็คไว้ละ แต่ไม่บอกหรอก
ที่จริงก็มีอีกเยอะ แต่บอกเท่านี้ก่อนละกัน เพราะวันนี้ปริ๊นรูปของพวกนี้มาสร้างภาพละ

เรามีสิ่งที่เราเขียนไว้แล้วก็ได้มาแล้วด้วยนะ ลองดู
  • ข้อมูลไมโครอะเรย์ของยีสต์ เอาไปทำ thesis ตั้งใจหา สุดท้ายก็ได้ละ
  • หวีแปรงกลม กะว่าเอามาม้วนให้ผมมันแง้นขึ้นอะ ได้ละ ซื้อที่ Tops ราคาร้อยกว่าบาทมั้ง
  • DKNY Be delicious อยากได้เพราะบางคนใช้ อยากได้กลิ่นนั้นอีก อันนี้สั่งจากอีเบย์ ราคาพันกว่าบาท
  • กล่องเอนกประสงค์โดเรมอน ได้ละ 2 กล่อง ใช้ทั้งแต้มแลกจากบัตรแล้วก็สะสมแสตมป์
  • ดู inception
  • โต๊ะวางทีวี ก็ได้มาเป็นชั้นหนังสือแทน ก็เอาทีวีวางบนชั้นหนังสือ เก๋กู้ด 500 บาท
  • ติดผ้าม่าน ตอนแรกไม่มีเชือก เพื่อนเอาเชือกมาให้ ก็ติดละ ผ้าม่านมีอยู่แล้ว
  • ชุดผ้าปูที่นอน 1500 THREAD COUNT Egyptian Cotton สี Burgundy เค้าว่ายิ่งจำนวนเส้นด้ายมาก ยิ่งนุ่มและยิ่งแพง ก็นุ่มจริง เพื่อนมานอนบอกว่าชอบผ้าปู มันนุ่มดี ซื้อมา 2 พันกว่านะจากอีเบย์ ถ้าซื้อข้างนอกก็หลักหมื่นอะ แล้วเราก็ซื้อผ้าปูแบบธรรมดา 250 TC จากเซ็นทรัลมาด้วย ก็ไม่นุ่ม คือว่าความรู้สึกมันไม่เหมือนกันอะ 1500 TC จะเนียน ๆ แล้วตอนปูกับตอนซักจะตีโป่งได้ อารมณ์ว่ามันทอละเอียดอากาศผ่านยาก อะไรงี้
  • RAM มาใส่คอมที่เจ๊ง 1090 บาท 2G DDR
  • น้ำมันปลาจากวัตสัน 645 บาท
  • นาฬิกาข้อมือ GUESS ราคา 3 พันกว่า
  • วันปลอด FB 24hr ก็ไม่เล่น FB เลย
  • เพื่อนใหม่ 1 คน ที่จริงก็รู้จักเยอะกว่า 1 คน (นับเวลาจากวันที่เขียนอะนะ)
  • พรม ไม่ได้พรม แต่ได้ที่นอนปูพื้นทำนองเดียวกัน ก็หยวน ๆ เอานี้ไม่เอาพรมละ 470 บาท
ก็ประมาณนั้น บางอย่างก็เป็นเรื่องเล็ก บางอย่างก็เป็นเรื่องใหญ่ บางอย่างทำง่าย บางอย่างทำยากแต่ก็ทำได้ ก็อยากเขียนอะไรที่มันรู้สึกดี รู้สึกภูมิใจก็เขียนไปนั่นแหละ

คิดว่าอยากได้รถยนต์มาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ซักที หรือว่ายังคิดไม่มากพอ บางทีมันก็มีความรู้สึกว่ายังไม่จำเป็น ใช้มอไซค์ก็ดีอยู่แล้ว แต่บางทีขี่มอไซค์ก็เซ็งอยากได้รถยนต์ เคยคิดเล่น ๆ ว่าจะเอารถมอไซค์ไปทำลาย แล้วจะกดดันให้พ่อซื้อรถยนต์ให้ หรือไม่ก็จะต้องแสดงให้พ่อเห็นว่า รถมอไซค์มันอันตรายนะ แต่ก็ได้แต่คิด

คนเราถ้ามันจะตาย มันก็ตาย เราก็ใช้ชีวิตด้วยแบบของเรานี่แหละ ก็ถ้าจะตายสิบล้ออาจจะพุ่งมาชน หรือไปสะดุดก้อนหินรถล้มตายก็ได้

ตอนนี้ในหัวจะจินตนาการว่า ถ้ามีรถยนต์ จะขับรถกลับบ้าน จะกลับบ้านบ่อย ๆ เคยขี่มอไซค์กลับด้วยนะ แต่มันเหนื่อยอะ มันเกร็งนาน
แล้วก็จินตนาการว่า ถ้าติดไฟแดงต้องต่อแถว ไม่เหมือนมอไซค์ที่ไปข้างหน้าได้เลย
กะลังคิดอยู่ว่าจะติดฟิล์มกรองแสงแบบไหนดี จะเอาเข้มหรือใสดี...
คิดล่วงหน้าหลายสเต็ปมากอะ ได้ข่าวว่ารถก็ยังไม่ได้ซื้อ ก๊ากกก

พอละดีกว่าวันนี้

Saturday, January 28, 2012

คำคมการใช้ชีวิต - motto

เวลาของ คุณมีจำกัด จงอย่าเสียเวลาใช้ชีวิตตามแบบคนอื่น อย่าติดอยู่ในหลักความเชื่อ ซึ่งทำให้คุณใช้ชีวิตตามผลความคิดของผู้อื่น อย่ายอมให้เสียงความคิดของคนอื่น มากลบเสียงที่อยู่ภายในตัวของคุณ และทีสำคัญที่สุด คือ คุณต้องมีความกล้า ที่จะทำตามหัวใจปรารถนาและสัญชาติญาณ เพราะมันรู้ดีว่า จริงๆแล้ว คุณต้องการเป็นอะไร เรื่องอื่น ๆ กลายเป็นเรื่องรองไปโดยสิ้นเชิง

เขาบอกว่า สตีฟ จอบส์ พูดไว้
ใช่ เวลามีอยู่เท่านี้แหละ ใช้ให้ตัวเองพอใจมากที่สุด

บางคนทำงาน เก็บเงินไว้มาก ๆ สุดท้ายก็ตาย ตังค์ก็ไม่ได้ใช้ แถมช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ก็ไม่มีความสุขอีก

ดูแลตัวเอง มองไกล ๆ

Tuesday, January 24, 2012

เก่งค่ะเก่ง - good you good

วันก่อนครับ ...ไม่ครับ วันนี้แหละครับ

วันนี้ไปพบอ.ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ เพื่อที่จะไปนำเสนอว่าที่ไปปรึกษาคนอื่นมาน่ะ เค้าจะทำวิธีแบบไหน

คือเราก็เป็นเด็กนักเรียนกะหลั่ว ๆ คนนึงอะนะ ทำไม่ได้ก็ไปขอให้คนอื่นช่วย เพราะขออาจารย์ที่ปรึกษาช่วย อาจารย์ไม่ช่วย ช่วยในที่นี้หมายถึงช่วยทำ ช่วยจิก ช่วยเข็ญให้มันจบ ๆ ไป

แต่เค้าก็ช่วยนะ ช่วยพูด ช่วยให้ความเห็น ช่วยให้แนวคิด

สิ่งที่เราต้องการคือ ช่วยทำ ช่วยเขียน ช่วยทำโปรแกรมน่ะ

ก็ในเมื่อสิ่งที่เราต้องการ อาจารย์ให้ไม่ได้ เราถึงต้องไปหาให้คนอื่นมาช่วย

ปัญหาคือมันเรียนไม่จบมาเรื้อรัง ทำให้หมดทั้งสตังค์และกำลังใจ และเวลาก็ใกล้จะหมดเต็มที

(เหตุผลในการเข้าเรียน ก็อย่าไปพูดถึงมันเลย ณ จุดนี้ เอาเป็นว่าอยากจะเรียนให้มันจบ ๆ ไปน่ะ)

ก็เตรียมพาวเวอร์พอยท์นำเสนอไปอย่างดี ทำแอนนิเมชั่นด้วย ซ้อมพูด จดโพย จดโพยก็จดเป็นภาษาพูดนะเพราะว่ากลัวจะพูดแล้วได้ประเด็นไม่ครบเดี๋ยวงง

ถึงเวลาก็ไปพูดนำเสนอ อาจารย์ก็ถามเป็นระยะเลย เรารู้สึกว่าโดนแทรกขัดจังหวะตลอด แต่เราก็ให้แทรกนะ ถ้าจังหวะไหนพูดพร้อมกันเราก็จะฟังอาจารย์ก่อน จนเราไม่ไหวละ เราอยากจะพูดที่เราเตรียมมาให้หมดอะ เราก็เลยบอกอาจารย์ว่าขอให้อาจารย์ฟังเราพูดให้จบก่อน เดี๋ยวอาจารย์มีประเด็นอะไรก็ค่อยพูดทีหลัง ที่เราเตรียมไปพูดก็ซัก 10 นาทีนี่แหละมีสไลด์เนื้อหา 5 สไลด์รวมหัวข้อกับตอนปิดท้ายก็เป็น 7 สไลด์

สิ่งที่เราพูดก็คือ เราจะทำการทดลองของเราไปแนวไหน แนวที่คนที่เราไปปรึกษา(ต่อไปนี้จะเรียกคนนี้ว่าเอาท์ซอส)บอกเรามา แต่เรายังไม่ได้ลงรายละเอียดนะ เราก็พูดเท่าที่เราเข้าใจ เพราะถ้าเราเข้าใจเราก็จะสื่อสารให้คนอื่นฟังได้ แต่อาจารย์ก็คงมองทะลุปรุโปร่งไปถึงตอนจบแล้ว เราก็ยังพูดไม่จบ อาจารย์ก็แนะประเด็นใหม่ขึ้นมาอีก พูดทำนองว่า ก็ลองทดลองแบบนี้สิ ๆๆ ก็บอกมาเป็นแนวคิดเหมือนเดิมที่เคยบอกมา คือว่าเห็นประเด็นไหนจะวิจัยได้ก็จะยกประเด็นนั้นมาพูด ซึ่งก็เป็นอย่างงี้มาโดยตลอด

เราก็เข้าใจว่ามันมีหลายประเด็นที่เราสามารถทำได้ แต่เราควรจะเลือกซักประเด็นแล้วกัดไม่ปล่อยอย่างงี้ มันจะได้ไปถึงปลายทาง แต่อันนี้มันออกแนวไปทางขยายอะ แล้วเราก็ใช่ว่าจะเก่งแบบว่าพูดอะไรก็เข้าใจ

เราไม่เก่งเขียนโปรแกรม การจัดการข้อมูลเยอะ ๆ อะ เขียนโปรแกรม วนลูปอะไรก็ว่าไปก็ง่ายกว่านั่งทำมือ
เราไม่เก่ง math stat ก็มันมีโปรแกรมสำเร็จรูปแล้วก็ปล่อยให้มันเป็นกล่องดำไป รันได้อย่างเดียว แล้วดูผล แนวอาจารย์คือไปแกะอัลกอริทึ่ม ดูว่ามันคำนวณยังไง ขั้นตอน เราก็ไปลองดูแล้วมันไม่ได้จริง ๆ อะ

คงจะอย่างที่อาจารย์ที่ปรึกษาคนแรกบอก ถ้าเราทำได้ ก็คงจะก้าวหน้าไปแล้ว แต่เราทำไม่ได้ไง เราถึงคลานไปแบบนี้

เรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องวิทยานิพนธ์เนี่ย เราก็ทำของเราได้ตั้งหลายอย่าง เราก็คงโง่เรื่องวิทยานิพนธ์นี่แหละ

มีอยู่ตอนนึงที่พูดนำเสนอให้ฟังนี่แหละ อาจารย์ก็พูด ๆๆๆๆ ออกแนวบอกว่าวิธีเรามันใช้ไม่ได้ แล้วก็บอกแนวคิดอีกว่าลองทำอย่างงี้ ๆๆๆๆ เราก็เลยพูดออกไปว่า "เก่งค่ะเก่ง" อาจารย์ก็เลยสวนมาว่า "ถ้าพูดอย่างนี้อาจารย์คนอื่นไล่ออกห้องไปแล้ว"

เราคิดว่า ทำไม่อาจาย์ไม่ฟังเราพูดให้จบ ให้เกียรติผู้พูดน่ะ เคยได้ยินประโยคอะไรแบบนี้บ้างไหม๊ พูดแทรก พูดขัดอยู่ได้

แล้วตอนอาจาย์อธิบาย เราก็พยายามคิดตาม ทันบ้างไม่ทันบ้าง พอเราตอบรับ พูดว่า "เหรอ" อะไรอย่างงี้อะ คือเราก็ไม่ชัวร์ว่ามันจะใช่หรืออะไร เราก็เหรอไว้ก่อน อาจายร์ก็ออกแนวท่าทีว่า "โวะ ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ" เหมือนมันจะต้องเป็นเรื่องง่าย ๆ ที่เราฟังแล้วควรต้องเข้าใจเลยนะ แต่เราไม่ได้ทำท่าว่าจะเข้าใจอะไรงี้อะ
เราว่าอาจาย์ก็มีส่วนในการบิ๊วให้อารมณ์การสนทนามันรุนแรงขึ้นนะ จะใส่อารมณ์ก่อนทำไม เราอธิบายไปช้า ๆ เพราะเรากลัวว่าอาจารย์จะไม่เข้าใจ เราจัดลำดับการพูดที่เราคิดว่าจะอธิบายให้มันเข้าใจได้ดีที่สุดอะ (ตอนช่วงที่พูดเรื่อง thesis นี้ตอนแรก ๆ เราก็รู้ว่าอาจารย์อาจจะไม่มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับข้อมูล ก็พยายามพูดให้มันน่าจะเข้าใจได้อะ)

จริง ๆ แล้ววันนี้ที่มานำเสนอให้ฟังคือ บอกว่าเราทำอะไรอยู่ แค่นั้นแหละ

อีกอย่างที่คิดก็คือ "งั้นก็ทำสิ" ไม่ช่วยทำให้จบแล้วยังพาไปเปิดประเด็นใหม่ ๆ อีก แล้วมันก็เป็นแบบเดิม มันก็ไม่ไปไหนซักที เราไปหาเอาท์ซอสมาช่วย ทำให้เราเห็นว่า เออ งานมันคืบหน้านะ มันรู้สึกก้าวกระโดด
แต่คิดแล้วการพูดว่า "งั้นแกก็ทำสิ" มันเป็นการพูดไม่ถูกอะ เหมือนพูดว่า ถ้าไม่พอใจอะไรซักอย่าง ก็ไม่ต้องอยู่ ไม่ต้องมา ไม่ต้องใช้ คือว่า เราก็รู้ว่า บางคนก็เป็นคนที่ให้คำแนะนำได้ดี แต่ตัวเองก็ไม่ทำไง

แล้วอีกอย่าง เวลามันใกล้จะหมดแล้ว มันจะจบไม่ทันน่ะสิ ไหนจะสอบพร็อพพอซ่อล ไหนจะเขียนเปเปอร์ ไหนจะเขียนเล่ม ไหนจะสอบจบ

อาจารย์เคยบอกว่า พร็อพพอซอล เดี๋ยวเขียนให้ก็ได้ แต่ขอให้รู้ก่อนว่าทำยังไง ไอ่เราก็อุ่นใจ แต่จบบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไง

จนอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไปของเรา เค้าไม่ได้เป็นอาจารย์อยู่ที่นี่แล้ว ลาออก หรือไปทำโพสด็อกที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ แต่ชื่อเค้ายังอยู่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไปของเราอยู่เลยอะ คิดดูมันนานมากอะ

ตอนจบวันนี้อาจารย์บอกว่า ก็ไม่เคยฟังแล้วเฉย ๆ เคยแต่ฟังแล้วแสดงความเห็น อาจารย์ก็บอกอีกว่า เดี๋ยวครั้งหน้าก็จะฟังเฉย ๆ ไม่แสดงความคิดเห็นละ

เราก็ถามอาจารย์ว่าเราควรสอบพร็อพพอซอลกันหรือยัง อาจารย์ก็บอกว่า ถ้าเป็นอาจารย์ก็"ยัง" แต่พูดไปเอาไปเอามาก็ สอบก็ได้ รึอะไรยังไงซักอย่างนี่แหละ เอาเป็นว่า เด๋วพรุ่งนี้เราไปคุยกับเอาท์ซอสของเราอีกทีดีกว่า

อาจารย์ชงกาแฟมาให้กินด้วย เราบอกไม่กิน

พอพูดเสร็จละเราก็มาพูดกับเพื่อนอีกคนนึงว่า วันนี้เราไม่น่าพูดคำว่า "เก่งคะเก่ง" เลย มันคงทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี แต่คำพูดก็เหมือนดั่งคันศร พูดแล้วมันก็พุ่งไปปักอกคนฟัง จะเรียกคืนก็ไม่ได้ ก็เกิดบาดแผลกันไป

วันนี้ก็เลยเซ็ง ๆ เซ็งอะไรหลาย ๆ อย่าง

หน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษาที่ดีจากหนังสือของมหาลัย
ทำได้ปะล่ะ

Sunday, January 22, 2012

ไม่อยากเห็นอัพเดทจากคนนี้ - hide status update from friend you don't like

เพื่อนบางคน ในเฟสบุค เราไม่อยากเห็นอัพเดทจากเค้า แต่ก็ยังไม่อยาก unfriend

ทำงี้ ดูที่สเตตัสเค้า แล้วคลิกเลือก unsubscribe

ทีนี้ก็จะไม่เห็นอะไรกวนตากวนใจอีก
ลาทีชาตินี้  
ปล. ในภาพอันนี้เป็นตัวอย่างเฉย ๆ นะ ไม่ได้อันสับสไครบ์จริง

ก็ไม่ยาก ไม่ง่าย

ถ้าไม่อยากเห็นอีก ก็ unfriend ไปเลยนะ ไม่ต้องรับรู้ ซึ่งกันและกัน

unsubscribe -> เราไม่เห็นอัพเดทเค้า แต่เค้ายังเห็นอัพเดทของเรา ถ้าเค้ายัง subscribe เราอยู่

unfriend -> ไม่เห็นอะไรเลยของกันและกัน

block -> ถ้าเราบล็อกใคร เราจะไม่เห็นอะไรของเค้าเลย เซิชก็ไม่เจอ เค้าก็เซิชเราไม่เจอ เราจะมองไม่เห็นโพสต์ที่เค้าโพสต์ตอบเพื่อน ๆ ด้วย เค้าก็จะไม่เห็นโพสต์ที่เราตอบเพื่อน ๆ เหมือนกัน (หมายถึงเพื่อนที่เราทั้งคู่มีเหมือนกันอะนะ) จะเห็นเหมือนคุยกับอากาศ

เชิญเอาไปใช้ ให้มันรู้ซะบ้างว่าไผเป็นไผ

Thursday, January 19, 2012

ได้ยืนบนดินเดียวกัน - stand on the same land

วันนี้ก็เป็นอีก 1 วันสำคัญ ที่ใครบางคนรับปริญญา

ผมก็ฮักเมาคนนึงนะ แต่ก็ได้แต่ฮักเมาอยู่ห่าง ๆ

เอาเป็นว่า ผมมาส์กหน้ามา 1 อาทิตย์ เพื่อวันนี้จะได้หน้าเด้ง ๆ (ก๊ากกกก) แล้วจะได้มาถ่ายรูปดี ๆ กับเธอ

ผมก็ป๊อดนะ พอเจอจริง ๆ ก็ตื่นเต้วน่ะ ทำไรไม่ถูก ของเค้าแรงจริง

ผมก็ได้ถ่ายรูปมาแชะ สองแชะ ก็พอใจละ

วันนี้ก็ได้ยืนบนผืนดินแผ่นเดียวกัน(บนถนนอะนะ)

ผมนี่ก็ชักจะไปเรื่อยละ

เบื่ออารมณ์แบบที่ยากจะควบคุม

พอก่อนละกัน

Wednesday, January 18, 2012

รับปริญญา - commencement

คิดถึงกันบ้างไหม ไม่ได้เขียนหลายวัน

มันไม่มีแรงบันดาลใจอะไรจะเขียนอะ (ขี้เกียจว่างั้น) คือเรื่องมันมีแต่ไม่โดนพอ ประเด็นมันไม่ได้ไง ง่า ๆ

เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ก็เป็นวันรับปริญญาของใครหลาย ๆ คน

มีบางคนอยากไปถ่ายรูปด้วย แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ก็คงได้แต่อธิฐานให้จักรวาลพาไป

ช่วงนี้ก็ไม่บ่นอะไร ชีวิตมันก็อย่างงี้แหละ <-- จะเริ่มบ่นอีกรึป่าว

ก็หวังว่าเราจะเรียนจบกับเค้าบ้าง ชีวิตคนเรา เอาไรมากมาย

ช่วงนี้ก็หาผู้ช่วยมาทำthesis

หนังสือก็ซื้อมาเยอะ เป็นลูกค้าชั้นยอดของ B2S ซื้อประจำ แต่อ่านไม่หมดซะที อยากอ่านหนังสือได้เร็ว ๆ

พอละวันนี้

Friday, January 13, 2012

วิ่งบ๋อ? - Run?

ไปวิ่งดีมั้ยวันนี้

ออกกำลังกายแบบแอโรบิค สลายไขมันที่หลังดีก่า

ฟิ่วววว

Thursday, January 5, 2012

ถนนปกติ - normal street

สองวันมานี้มีความสุขมากขึ้นกับการใช้รถใช้ถนน มันโล่งดีแท้

คิดว่ารถที่มาจากที่อื่น หลาย ๆ ที่ โดยเฉพาะที่มาจากที่นั่นน่ะนะ ได้เดินทางกลับเมืองฟ้าอมรแล้ว

ตั้งแต่วันที่ 30 เดือนที่แล้ว รถติดแทบไม่อยากออกไปไหน

ดีนะช่วงปีใหม่กลับบ้านนอก ไม่ต้องมาต่อสู้อยู่ในเมือง

โล่งแบบขับไปยิ้มไป 55 เวอร์ไปป่าว แต่ก็แจกควายอยู่เนือง ๆ นิดหน่อย

วันนี้ต้องไฟท์กับ thesis อีกแล้ว โดยการพรีเซนท์ให้ R ฟัง R เป็นผู้มีความรู้คนล่าสุดที่เราขอให้ช่วย T^T

ไอ่เราก็เตรียมพรีเซนท์แบบภาษาอังกฤษนะ เพราะว่า R เป็นชาวต่างชาติ ภาษาไทยพูดได้ แต่ให้พูดภาษาอังกฤษจะดีกว่า แต่ก็ผิดแผน ก๊ากก แต่ก็ดี คุยกันไปเลย ไม่ต้องพรีซ้งพรีเซ้นท์ละ เราประทับใจในการปะทะกันครั้งแรกมาก สิ่งที่เราส่งให้ เค้าอ่านมาก่อนแล้วและเค้าได้ไปคุยกับอ.คนอื่นถึงหัวข้อแนว ๆ นี้ด้วย เพื่อหาประเด็นวิจัย และเค้าก็มีประสบการณ์ส่ง journal มาโชกโชนทีเดียว โคะ หยังมาดีแต๊ดีว่า และเค้าก็แนะแนว แบบบอกว่าให้ทำยังไงเลย ต่างกับคนอื่นที่จะบอกว่า ลองไปดูประเด็นนี้ซิ ลองไปหานี่ซิ ซึ่งทำให้เราอยู่ในวังวนของ information ต่าง ๆ จัดว่ามั่วทีเดียว คือว่าศึกษาไปก่อน ไม่รู้ว่าจะยังไงต่อ
จากวันนี้เราก็เลยได้มีอะไรทำ ซึ่งเราคิดว่าเป็นชิ้นเป็นอันอยู่มั้ง ไม่รู้ เด๋วลองทำดู ว่าจะยังไง(ตอนนี้เขียนบล็อกอยู่)

แล้วก็ไปทำงานร้านกาแฟ สองวันมานี้บ้าพลัง ไปรดน้ำต้นไม้ 55 น้องที่ร้านถาม ไปเล่นกล้ามเลยมั้ยพี่ T^T ฮ่วย!

เสร็จ ปิดร้าน กลับ

เออ ช่วงนี้ดูทีวี ทำไมดาราผู้ชายชอบใช้คำแบบฟุ่มเฟือยอะ เช่นคำว่า "คับผม" "นะคับ" "นะฮะ"

คับผม นะคับ ก็สวัสดีปีใหม่นะคับผม นะฮะ ก็ขอให้ นะคับ พี่น้อง นะคับ ประชาชนชาวไทยทุกคน นะคับ นะฮะ มีความสุข นะคับ ตลอดปีนะคับผม นะฮะ ขอให้ นะฮะ เอ่อ สุขภาพแข็งแรง นะคับ ....บลา ๆๆๆ

ฟังแล้วจะนะคับนะฮะคับผมไปทำไมเยอะแยะวะคับผม -*-

สรุป ชีวิตก็ผ่านไปอีกวัน

Tuesday, January 3, 2012

หมดซีรี่ส์รอคอยนางฟ้า - End of My Angel Series

หมดไปเมื่อปีที่แล้ว ไม่มีตอนจบ

... -*- ก็คือว่ามันจบแบบไม่มีไง แล้วก็ไม่ได้เขียนทุกวัน เพราะวันที่กลับบ้านขี้เกียจมาทำอะไรกับโลกออนไลน์นี่ละ

โพสต์นี้ก็เป็นโพสต์แรกของปี 2012 โว้วววว ก็ผ่านไปอีกปีเนาะ

อยากบอกว่ากลับบ้าน กลับไปหาอดีต ไปหาชีวิตแบบบ้านนอก ๆ ไม่ต้องกินกาแฟสด ไม่ต้องไปนั่งร้านกาแฟ ไม่เดินห้าง ไม่เล่นเฟสบุค ไม่เล่นคอมใด ๆ ไม่อ่านหนังสือใด ๆ ทั้งสิ้น(มิน่าล่ะ คนบ้านนอกมาดึงค่าเฉลี่ยการอ่านหนังสือของประเทศจริง ๆ)

พูดถึงเรื่องอ่านหนังสือก่อน เราไม่เคยจะอ่านอะไรจริง ๆ จัง ๆ ที่บ้านได้เลย ตอนเรียนแบกหนังสือเรียนกลับบ้านไปหนักเปล่า ๆ หรือตอนนี้เอาหนังสืออ่านเล่นไป 1 เล่ม ก็ไม่แตะแม้แต่น้อย เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมไม่อ่านเลย อาจเป็นเพราะว่ามันไม่ชินกับสถานที่ที่บ้านก็ได้ ไม่คุ้นเคย ไม่มีมุมอ่านหนังสือ อะไรงี้

เออแล้วชีวิตคนบ้านนอกทำอะไรใช่มะ เราว่า 90% ของการเอนเตอร์เทนของคนบ้านนอกคือการดูทีวี ทีวีนี่แหละเป็นสื่อที่เข้าถึงคนบ้านนอกมากที่สุด และคนบ้านนอกก็ชอบดูละคร 55 อย่างบ้านเรา เช้ามาเอาละ เปิดทีวีดูสรยุทธ์(เมื่อก่อนสัญญาณทีวีตอนเราเด็ก ๆ อะ มีแค่ช่อง 3 9 11 แค่นั้น อยากดูการ์ตูนช่อง 7 ยังไม่ได้เลย T^T) แล้วก็เปิดทีวีทั้งวัน ถ้าเป็นวันพักผ่อนพ่อก็จะดูหนัง นอนมั่งไรมั่ง ถึงเวลากินก็ไปทำกับข้าวกิน ชีวิตไม่ต้องดิ้นรนอะไรเลย

น้าก็ทำงานรพ. อยู่เวร เช้าบ่ายดึก ๆๆๆ ตาก็อยู่บ้าน ถึงเวลาก็ไปฟอกไต นั่งหาหมัดแมวไป

ความสุขของคนบ้านนอกก็คือ กินอิ่ม นอนหลับ แค่นี้แหละ มีอยู่วัน กินข้าวกลางวันเสร็จ ก็ไปเดินแอ่ว คำเมืองบอกว่า แอ่วบ้านปู๊นผดบ้านเพ้
ได้ไปเจอคนที่เลี้ยงเราตอนเด็ก ๆ คนแก่ ๆ ก็ชอบเล่าเรื่องเก่า ๆ ซ้ำไปมา เป็นธรรมดา ก็ดูมีความสุขดี ชอบพูดถึงน้ำหนักส่วนสูงของลูกหลาน ก็คือว่าลูกหลานเราโตไปถึงไหนแล้ว

อยู่บนโลกออนไลน์ที่มีคนเยอะแยะแต่ไม่มีใครคุยกับเราก็เหงา หรือว่าแก่มาจะไปอยู่บ้านนอกดี

เอ๊ะ ไม่ดี ๆ สิ่งที่เราไม่ชอบในบ้านนอกคือแนวความคิดของผู้คน อันนี้จริง ๆ นะ มันจะออกแนว passive <-- ไม่รู้ใช้คำถูกป่าว คือชิว ๆ ไม่ดิ้นรน ไม่คิดแบบให้มันก้าวหน้า พัฒนา ถ้าทุกคนอยากอยู่บ้านนอก มีวิถีชีวิตแบบบ้านนอก ประเทศเราคงไม่พัฒนา เพราะฉะนั้น ช่วงนี้ต้องคิดแบบก้าวหน้าไปก่อน กลับบ้านนอกเพื่อพักผ่อน แล้วมาใช้ชีวิตในเมือง...ไปก่อนละกัน

แมวเหมียวถอยรถใหม่ รับปีใหม่ พร้อมผ่อนอีก 72 งวด

Masda2 Elegant ซูม ๆ ดีจริง

เอาแมวมาตากแดด หลังจากจับแมวอาบน้ำ


บ้านเก่าที่เคยอยู่ ตอนนี้ป้าอยู่



[พังแล้ว]อุปกรณ์นี้เอาไว้ไปซ่อน ซ่อนนนนน...

หลัว

แมวนอนบนตุ๊ข้าว

น้ำบ่อ เมื่อก่อนสูบน้ำใช้จากที่นี่ ตอนนี้ไม่ใช้แล้ว ใช้น้ำประปา

ตุ๊ข้าว

อันนี้ตู้เย็นที่บ้าน ยี่ห้อ White Westinghouse
เห็นมาตั้งแต่เกิด แม่บอกว่าไม่พังซักที T^T
ชีวิตคนเรา เอาไรมากมาย

Stock Images

My latest images for sale at Shutterstock:

My most popular images for sale at Shutterstock: