Sunday, January 9, 2011

Experience - I've been to America

คนอย่างฉัน
เดินทางไปอีกซีกโลกหนึ่ง ไปเหยียบดินแดนที่ได้ชื่อว่า Land of opportunity มาแล้ว
จะเล่าให้ฟัง
ตอนเรียนมหาลัยปี 2 มีเพื่อนไป work&travel มา
เราเห็นเพื่อนกลับมาก็ปลอดภัยดีนี่นา ตอนที่เพื่อนไป ก็ไม่ได้อยากไป
แต่พอมาปี 3 เท่าที่จำความรู้สึกได้ก็คือ "เบื่อเมืองไทย" ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ตัดสินใจว่าจะไปอเมริกาบ้าง ก็เลยถามเพื่อนคนนั้นว่า ไปยังไง เค้าก็บอกเอเจนซี่มา หลังจากนั้นเราก็ทำเองหมดเลย

ชวนใครไปก็ไม่ไป ฮาไปคนเดียวก็ได้บ่ะ

ไม่มีความกลัว คิดแค่ว่า ก็แค่ไป ตายเอาดาบหน้า
เราคิดว่าเราโชคดี ไปกับบริษัทที่จัดเตรียมเรื่องเอกสารดีมาก สำหรับคนไม่รู้อะไรเลยอย่างเรา มันแบ่งเบาภาระไปได้มาก สิ่งที่เราทำก็คือ หาข้อมูลทุกอย่างของอเมริกา เท่าที่จะหาได้

เราเลือกงาน เลือกเมืองที่จะไปเอง
จากที่ถามคนอื่น หรืออ่านเว็บบอร์ดมา บางคนจะไปเมืองอะไรก็ให้เค้าเลือกให้ ตัวเองยังไงก็ได้ จะทำงานอะไรก็แล้วแต่บุญพาวาสนาส่ง
โน โน โน สำหรับเราไม่ใช่อย่างนั้น

อเมริกามีตั้ง 51 รัฐ จะไปรัฐไหน ...เซิช google โลด
เราตัดสินใจไป California (CA) เหตุผล คนไทยเยอะ เราคิดว่าถ้ามีปัญหา ก็น่าจะหาความช่วยเหลือได้ นี่คือเหตุผลและวิธีการที่เราใช้ตัดสินใจ

ได้รัฐแล้ว ต่อไปก็หาว่าจะทำงานอะไร
เราก็คิดอีก ทำงานในร่มน่าจะดี ไม่ต้องเจอกับสภาพอากาศที่ไม่ดี เพราะเราก็ไม่เคยไปอเมริกามาก่อน ไม่รู้ว่าอากาศมันจะยังไง ทำในร่มไว้ก่อนน่าจะดี
คิดอีก ทำงานในร่ม ทำงานอะไร
ตอนแรกอยากทำ McDonald เหมือนว่า มันไม่มีที่ CA หรือว่ามันเต็มซักอย่าง เราก็เลยเลือก hmshost ถ้าเทียบกับบ้านเรา hmshost ก็เหมือนบริษัท minor food ที่มันเทคโอเวอร์กิจการต่าง ๆ ในสนามบินอะ มันอาจจะเทค เบอร์เกอร์คิง แมคโดนัล สตาร์บัคส์ หรือร้านอาหารร้านขายของที่ระทึก เอ๊ย ระลึก อื่น ๆ ในสนามบิน ก็คือเหมือนกับไปซื้อ chain พวกนี้มาเปิดอีกที
เราก็คิดว่า เอ้ออ... ทำงานในสนามบินก็ดีเหมือนกัน ปลอดภัยดี มีความรู้สึกว่าสนามบินเป็นที่ที่มีความปลอดภัยอะ และอยู่ในร่มด้วย
และที่สำคัญ hmshost มีสาขาอยู่ในสนามบินที่ CA ด้วย

เอาหล่ะ ก็ได้รัฐ และได้สถานที่ที่อยากทำแล้ว

พอวันสัมภาษณ์งาน ก็บอกนายจ้างไปเลยว่า I want to go to California. จบเลย ง่าย ๆ

location ที่เราเลือกไว้มันเป็นสนามบิน Santa Ana Airport หรือคนแถวนั้นจะเรียกว่า John Wayne Airport
เราก็นี่เลย เข้าเว็บสนามบิน ดูว่าสนามบินเป็นยังไง ในนั้นมีร้านอะไรบ้าง
เราส่ง e-mail ไปคุยกับ hr manager ที่นู่นด้วยนะ ว่า I want to work as Starbucks Barista. แต่เค้าก็ไม่ตอบกลับ 55 แต่ไปถึงก็ได้ทำที่ร้านกาแฟสตาร์บัคส์นะ ไม่รู้เพราะอีเมลล์ฉบับนี้หรือเพราะว่าบังเอิญพอดี
(แอบไปเซิชหาอีเมลล์ฉบับนั้น แต่ก็ไม่เจออะ จำไม่ได้ว่าส่งไปที่อีเมลล์ไหน แอบดูเมลล์อื่นรำลึกความหลังด้วย 55 เวิ่น)

เราหาข้อมูลเกือบทุกอย่างเท่าที่จะหาได้ตอนอยู่ไทยอะนะ
- ดูสภาพเมืองแถวนั้นด้วย google earth
- เข้าไปอ่านกระทู้ในเว็บบอร์ดต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะอ่านใน pantip/cafe/kaibann อะ มันจะมี wat club อยู่
- ดูสภาพอากาศ(กังวลมาก กลัวหนาว แต่ไปถึงก็ไม่หนาวเท่าไหร่อะ) จากเว็บ city-data.com
มันจะมีกราฟบอกเลยนะว่าอุณหภูมิเฉลี่ยในรอบปีเมืองนั้นเป็นเท่าไหร่ ความชื้นเป็นยังไง หิมะตกไหม มีพลเมืองกี่คน มีชนชาติอะไรบ้าง ก็ได้เรียนรู้ เมือก่อนไม่รู้เลย ไอ่ hispanic/non-hispanic มันคืออะไร ก็ได้ไปเซิชหาว่ามันคืออะไร มีรูปเมืองให้ดูนิดหน่อยด้วย
สรุปว่าเมือง santa ana ไม่มีหิมะตก เหอะ ๆ แต่เราได้พักเมือง costa mesa เมืองใกล้ ๆ กัน เทียบกับบ้านเรา น่าจะอยู่คนละตำบลอะไรงี้ เราชอบบ้านแบบอเมกามากเลย แล้วเมือง costa mesa ก็มีแต่บ้านสวย ๆ หญ้าหนา ๆ ทางเดินสะอาด ๆ ตรงฟุตบาตต่อกับถนนก็จะทำเป็นทางลาดไว้สำหรับรถเข็น เห็นได้เลยว่าคุณภาพชีวิตดีมาก ๆ ไม่อยากกลับมามองเมืองไทย.... ฟุตบาต.. ก็.. นะ อย่างที่เราเห็น ๆ กัน

พอถึงวันเดินทาง เป็นการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกอะ
Chiang Mai - Taipei - Los Angelese(LA) - Santa Ana

เชียงใหม่ - ไทเป 3 ชั่วโมง
รอต่อเครื่อง 4 ชั่วโมง
ไทเป - แอลเอ 17 ชั่วโมง โอ้แม่เจ้า หลับไม่รู้จะหลับยังไง

ที่จริงเราตัดสินใจไปคนเดียว แต่ที่บริษัทก็บอกว่ามีคนไทยไปที่เดียวกันอีก 4 คนนะ แต่เราก็ไม่รู้จักหรอกว่าเป็นใคร ก็เดินทางไปพร้อมกันนี่แหละ

เดินทางครั้งแรกก็ได้เรื่อง ตกเครื่อง!
เรานี่ก็ไม่รู้เป็นไง แถวที่ไปต่อ จะช้ากว่าแถวอื่นอยู่เรื่อยเลย ทีนี้ที่สนามบิน LAX ก็ต้องตรวจคนเข้าเมือง ก็เลยช้า แล้วต้องไปต่อสายการบินในประเทศเพื่อไปเมือง Santa Ana อีก
ทุลักทุเล
ผ่านที่ตรวจคนเข้าเมืองแล้ว
เค้าถามว่ามาทำอะไร เราก็ตอบว่า I join work&travel program
เค้าถามว่ามาทำงานอะไร เราก็ตอบว่า I don't know what the job position but i know i work at Santa Ana Airport. It's the job about food and beverage. อะไรงี้นะ ก็ว่าไป
ผ่านไป

พลัดหลงกะเพื่อนคนไทยก็คราวนี้แหละ คนอื่นเค้าเสร็จก่อนอะ แล้วเค้าก็เป็นเพื่อนกัน เค้าก็ไปด้วยกัน แถวเราช้าอะ

มาเอากระเป๋า กระเป๋าก็หนั๊กหนัก (มีแต่มาม่ากับปลากระป๋องอะดิ) ไม่รู้ว่าเค้าเอารถเข็นยังไงอีก เออเว้ย ก็ลากกระเป๋าไปอย่างงั้นก็ได้ ดีที่ว่าเอามากระเป๋าเดียว(แต่เป็นกระเป๋าเดียวที่หนักมาก)
ต้องไปขึ้นเครื่องในประเทศต่อที่เกท 84 เอ้าาาา เกท 84 อยู่ไหนอะ สายการบิน ถ้าจำไม่ผิด us airway นะ เดินออกไป มันมีรถเมล์ในสนามบินด้วยนะ แต่ไม่รู้นั่งยังไงอะ (จนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ ในชีวิตนี้เคยไป LAX แค่ครั้งเดียว) เห็นละ เกทเรียงกัน เกท 84 อยู่สุดปู๊นนนนน... ลากกระเป๋าวิ่งไปเลย
ก็ถามทางคนแถวนั้น 2-3 คนนะว่า how can i get to gate 84 แต่ฟังเค้าแล้วไม่รู้เรื่องอะ ก็เลยเดินออกมาดูเองเลย ดีที่ไปถูก
พอไปถึง ต้องขึ้นไปชั้นบน ที่จริงมีลิฟต์ แต่ก็ทำไม่เป็นอีก ก็ได้ลากกระเป๋าขึ้นบันไดเลื่อน พอไปถึงเค้าเตอร์เช็คอิน เจอเพื่อนคนไทยด้วยกัน สรุปว่าไปไม่ทัน ตกเครื่องกันหมด
ก็ยังดีที่เราเจอเพื่อนคนไทยด้วยกัน เจ้าหน้าที่ตรงเค้าเตอร์ก็ดี เค้าบอกว่าเคยไปเมืองไทย คนไทยก็เคยช่วยเหลือเค้ามา ... อย่างน้อยประเทศเราก็มีอะไรดี ๆ บ้างอะนะ
ก็รอเครื่องบินรอบต่อไป

เหมือนจะไม่นานนะ ออกจากไทยแปดโมงเช้า ถึงอเมกาบ่ายสาม เพราะเวลาที่อเมกาช้ากว่าไทยไง เหอะ ๆ
ได้บินตอนหกโมงเย็น
ไปถึง Santa Ana ก็มืดแล้วอะ เอาล่ะสิ ทำไงวะ ไม่มีใครมารอรับที่สนามบินเลย ดีนะที่ยังรู้ว่าได้พักที่ไหน เพราะมีอีเมลล์ติดต่อมาจาก hr ว่าให้พวก you พักที่นี่ โรงแรม Best Western
พวกเพื่อน ๆ ก็รู้สึกเหมือนโดนปล่อยเกาะ แต่ไม่ได้สิ จะติดแหง็กที่สนามบินเนี่ยเหรอ
ก็ดู information ในสนามบิน ไม่ได้เรื่อง ออกไปเรียก taxi ให้แท็กซี่ไปส่ง มาถึงที่หมาย หมดค่าแท็กซี่ไป $20 ก็เลยออกคนละ $5 มี 5 คน ก็ให้ tip เค้าไป
มารู้ตอนหลังโรงแรมนี้มี free shuttle ปั๊ดธ๊ออ... เอาน่ะ ซื้อประสบการณ์

สรุปว่าคนอย่างเราก็เดินทางจากไทย มาอเมกาได้เหมือนกันนะเฟ้ยยย..

จบละ แค่อยากเล่าให้ฟัง ทำไมถึงมา ก่อนมาทำอะไร มายังไง

No comments:

Post a Comment

คอมเมนท์ดิ ดิ ดิ ดิ!

Stock Images

My latest images for sale at Shutterstock:

My most popular images for sale at Shutterstock: