Thursday, April 29, 2010

Unexpectedly met ma old friends

วันนี้วันพฤหัสบดี สีแสด
ตื่น 10 โมง คลานออกมาจากโม่ง
ก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ออกห้องเที่ยงกว่า
คิดอยู่ว่าจะไปสมัคร iberry แต่ก็ไม่ได้ไป ไป ไม่ไป ไป ไม่ไป
กินข้าวกับปลากระป๋อง
ออกไปพบอจนท. คุย ๆๆ
ซื้อหวย
หรือว่า เราไม่สมควรจะไป audubon ไป ไม่ไป ไป ไม่ไป
เรา overqualified เหรอ

ช่วงสามสี่วันมานี้เบื่อชีวิตขึ้นมาอีกละ ไม่รู้จะทำอะไร เบื่อ ถึงขั้นต้องไปเปิด wiki ว่าเบื่อนี่มันเป็นยังไง
ที่เราฉลาดหน่อยก็เรื่องใช้คอมนี่แหละ เซิช ๆๆ เซิชอะไรก็เจอ ยกเว้นเรื่องเรียน หายีน หาซีเควนซ์ ถ้าเซิชเรื่องที่สนใจก็จะหาเจอ เพราะว่าดึงดูดมันเข้ามาไง เรามีความเชื่อว่า ทุกอย่างหาได้ในเน็ต เชื่อว่าอย่างนั้นนะ

จริง ๆ แล้วเราชอบอะไรกันแน่
จริง ๆ แล้วเราเป็นยังไง
เรารู้จักตัวเองดีแค่ไหน

คนที่มีทางเลือกมาก บางทีก็ไม่รู้จะเลือกไปทางไหนดี ไปไหนดี ไป ไม่ไป ไป ไม่ไป
95% ของชีวิต ดำเนินมาด้วยความเคยชิน
5% แรงกระทุ้งจากภายใน

อยากกินทาร์ตไข่พี่ต๊อบ พรุ่งนี้จะไปซื้อ

ตอนเย็น 18-21 น. ไปนั่งขายของหลังมอกับเพื่อน 1 คน
ก็งั้น ๆ ขายไม่ได้เท่าไหร่เลย แต่ก็ขายได้ 50 บาท
แล้วก็กลับหอ
ก่อนกลับ แวะกินราเม็ง บังเอิญ มีเพื่อนสมัยมัธยม ขี่รถมาจอด
เราเลยโบกมือให้ แล้วก็ได้นังคุยกัน
ไม่รู้จะคุยอะไรก็ถามชีวิตทั่ว ๆ ไป
เพื่อนแม่งชวนไปกินเหล้าตอง 10 บาท
เราไม่ไป ไม่อยากกิน
ทุกวันนี้ใช้ชีวิตแบบมีสติ ก็ยังจะเอาไม่รอดเลย ยังจะต้องไปขาดสติกับการกินเหล้าอีกเหรอ คนเรา
แล้วก็จากกันไป
คงจะได้เจอกันอีก ถ้าบังเอิญมากพอ
จักรวาล กำลังจะบอกอะไรเรากันแน่นะ
เราเชื่อเรื่องกฎการดึงดูดนะ เชื่อมาก ๆ เลย
ว่าแล้วก็ไปดึงดูดทาร์ตไข่ซักอัน พรุ่งนี้ดีกว่า
อ่อ แล้วก็ดูด เงิน เงิน เงิน
รถมินิซักคัน 555

Fucking Damn Bored

โอย เบื่อ เวิ่น หาจุดยืนให้ชีวิตไม่ได้

ไปกินมาม่าดีมั้ย

ไปสมัครงาน iberry ดีมั้ยอะ

ทำงานอะไรดี

อะไรก็กลัว เบื่อ

อยากให้มีคนมาซื้อของ ebay เยอะ ๆ

อยากถูกหวยรางวัลที่ 1 ซัก 10 ใบ (เป็นอย่างต่ำ) <---- โห...

นอน คร่อก!

Wednesday, April 28, 2010

ค่อนข้างเวิ่น

ตื่นก็สิบโมงแล้ว
วันนี้ทำอะไรบ้างวะ
นั่ง พยายามทำ cover letter
วันนี้ทำอะไรไม่เป็นแก่นสาร
รู้แต่ว่าห้าโมงกว่าไปท็อป ซื้อแชมพู โรลออน
โอ...ไป B2S ซื้อหนังสือ
Your Destiny Switch by Peggy McColl
Human Web: A Bird's eye View of World History by J.R.McNeill & William H. McNeill
เป็นหนังสือแปล ช่วงนี้ชอบหนังสือแปล เป็นไงไม่รู้
ช่วงก่อนซื้อหนังสือแปลมา เล่มนึง FBI girl อ่านแล้ว ไม่จบ งงกับคำแปล adj อาจจะเยอะไปหน่อย ไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่คนเขียนหรือคนแปล เอาเป็นว่าอ่านไม่จบ กั๊นมาสองสามทีละ
แต่เรื่องเล่าที่เป็นหนังสือแปลเล่มอื่นก็ดีนะ อ่าน How Starbucks saved my life เนี่ย สนุกมากเลย สงสัยแปลได้ดี วางไม่ลง อ่านถึงดึกดื่น อ่านแป๊บ ๆ จบเลย

ชอบซื้อหนังสือมาตุนไว้ อ่านมั่งไม่อ่านมั่ง
ชอบอ่านอะไรที่เป็นวิทยาศาสตร์ เคยอ่าน the universe in the nutshell ของ สตีเฟ่น ฮอกกิ้ง อ่านไปก็ดี แต่ไม่ค่อยรู้เรื่อง ซื้อเรื่อง a brief history of time มาไว้ละ มีเวลาจะอ่าน
ไม่ค่อยอ่านนิยาย แต่นิยายที่ซื้อมาอ่านคือเรื่องข้างหลังภาพ คือว่า อิน จนเค้าทำเป็นหนัง หนังก็ทำได้ดีพอใช้ คาร่ากับเคนเล่นอะนะ แต่ตัดเนื้อหาและรายละเอียดในหนังสือไปพอควร อ่านแล้วน้ำตาไหลพรากจริง ๆ อินมาก
หนังสือเรียน อ่านแล้วหลับทุกที
เดี๋ยวนี้เริ่มหันมาอ่านหนังสือพวกจิตวิทยา พัฒนาตนเอง อะไรแนว ๆ นี้
อยากมีความสุข ในสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่
โอ...และช่วงนี้กำลังอินกับกฏการดึงดูดจากหนังสือ The secret กับ The key มาก คำว่า "ดึงดูด" ถูกนำมาใช้ในหนังสือหลายเล่ม ฮิตขึ้นมาเลยทีเดียวเชียว
พี่ไทยก็ใช่ย่อย ออกหนังสือ The top secret มามั่ง ซีเครทอย่างเดียวไม่พอ ต้องท็อปด้วย แต่พออ่านแล้ว ไม่อยากอ่านต่อละ มันดูยกย่องพระพุทธศาสนามากเกินไป แบบว่าอ่านแล้วเหมือนข่ม ๆ อะ เกทับอะไรทำนองนั้น ไม่อ่านเลย เอาไปคืน(หอสมุด)

พูดถึงหอสมุด เดี๋ยวนี้มีพัฒนาการเรื่องหนังสือมากขึ้น ฮ่า ๆ มีหนังสืออ่านเล่นมากขึ้น จะว่าไปเป็นหนังสือเกี่ยวกับชีวิต สังคม อะไรงี้มากขึ้น เมื่อก่อนมันจะมีแต่หนังสือเรียน วิชาการอะไรงี้ อย่างห้องสมุดคณะศึกษา คณะสังคม เศรษฐศาสตร์ ก็จะมีหนังสือ อีเบย์ ทางวิศวะ ก็จะมีหนังสือ ลินุกซ์ การถ่ายภาพ กล้อง DSLR อะไรทำนองนี้

ก็ดี

อีกอย่าง เวลาเราจะกรอกเงินเดือน เวลาสมัครงานอะ วันหลังเราจะกรอกว่า "ตามโครงสร้างของบริษัท" อย่างนี้น่าจะโอเค เก๋ไก๋ สไลเดอร์
เราใส่ว่า 8,000 มันคงมากเกินไปสำหรับ พนักงานสต็อกสินค้า แคชเชียร์ พนักงานเบอร์เกอร์คิง ฯลฯ
ก็มันไม่รู้นี่หว่า มิน่า ไม่มีใครโทรให้ไปทำงานเลย โด่..

ขายอีเบย์ทุกวันนี้ก็ไม่พอกิน
บ้านไม่ได้เป็นโรงงาน ต้องออกไปหาของมาขาย

ดั๊นละเหนื่อย วันนี้ เหนื่อยแบบไม่รู้ว่าเหนื่อยอะไร

สองวันมานี้ตื่น10โมง

ตื่นมาแล้วเวิ่นอะ ไม่รู้จะทำอะไร
ชีวิต....
หางานทำ
หางานทำ
หางานทำ
สงสัยที่เค้าไม่เรียกสัมภาษณ์เพราะว่าเราใส่ว่าเอาเงินเดือน 8000
เราก็นึกว่ามันก็โอเค
แต่มันคงไม่โอเค
วันหลังจะใส่ซัก 6000 หรือไม่ก็ 5000 ก็ละกัน
เหนื่อยจังเลย ไม่รู้เหนื่อยอะไร

Tuesday, April 27, 2010

Let oneself on

ปล่อยวาง แปลว่า พิจารณาจนเห็นจริงแล้วปล่อยไปตามสภาพ

ทำไมมันเป็นอย่างนั้น ทำไมมันเป็นอย่างนี้

ทำไมมันไม่เป็นอย่างนั้น ทำไมมันไม่เป็นอย่างนี้

คนเรา เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน look at the bright side of things

อยากให้ทุกคนมองเห็นคุณค่าในตัวเองบ้าง อะไรบ้าง

ใช้ชีวิตทุกวันด้วยความอิสระ ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำที่ไม่เดือดร้อนใคร

เด๋วจะไปสมัครงานที่ริมปิง ถ้าได้เป็นพนักงานสต็อกของ จะซื้อ heelys ไว้ใส่ซักคู่

ถ้าได้เป็นพนักงาน burger king ก็จะซื้อ water and oil non-slip resistant shoes ไว้ใส่ซักคู่

อยากมีแต่สิ่งดี ๆ ในชีวิต

ของดีไม่จำเป็นต้องแพง แต่ของแพงย่อมดี(มั้ง)

Monday, April 26, 2010

Floating at the Airport

ตื่น....สายพอสมควร นอนตีสองอะ ตื่น 10 โมง
วันนี้ไม่มีแรงกระทุ้งเท่าไหร่เลย
เปิดเน็ตนิดหน่อย อาบน้ำแล้วก็กว่าจะออกห้องก็เกือบเที่ยงแล่ว
ไปขอใบ Transcrip ที่สำนักทะเบียน
โทรหาอ.สบ.ว่าจะเอาที่ให้เขียน reference ไปให้ อ.บอกว่าให้มาหาเลย
คุย ๆๆๆ อีก จนถึงบ่ายกว่า คุยชีวิตทั่วไป จะเอาไง ต้องวางแผนชีวิต
ทำไมชีวิตคนเรามันยากอย่างนี้นะ
เคยทำ ๆ ตามกันมา อยู่ ๆ ต้องเลือกทางเดินชีวิตเอง
เรียนอนุบาลเสร็จ ก็ต่อต่อประถม
เรียนประถมเสร็จ ก็ต้องต่อมัธยม
เรียนมัธยมเสร็จ ก็ต้องต่อมหาลัย
เรียนมหาลัยเสร็จ ก็ต้องต่อป.โท
อ่า....เราตึ๊กอยู่ตรงนี้

ช่วงนี้กะลังคิดว่าดรอปเรียนไว้ซักปีนึง ไปทำอะไรซักอย่าง แล้วมันน่าจะเกิดอะไรขึ้นซักอย่างหรือหลาย ๆ อย่าง ให้ชีวิตมันมีความหมายขึ้นมา

ไปกินกาแฟ
เจออจนท. เอา reference ให้เขียนอีก
วันนี้ติดต่อ อจจ.ไม่ได้ ไว้พรุ่งนี้ละกัน

ติดอยู่ที่ร้านกาแฟ ไม่รู้จะไปไหนดี เวิ่น
ตัดสินใจไปเดินเล่นที่สนามบิน กะว่าไปเดินดูว่ามีร้านอะไรน่าสมัครงานมั่ง
ไปถึง โป๊ะเชะเลย มีเบอร์เกอร์คิงจริง ๆ ด้วย ตรงเข้าไปสมัครงานทันที
กรอกใบสมัครเสร็จ แปร่ว ไม่ได้เอาเอกสารอะไรมาซักอย่าง เค้าบอกว่างั้นให้เอาใบทั้งหมดมายื่นพรุ่งนี้ก็ได้
เราก็เดินเตร็ดเตร่อยู่ซักพัก ก็กลับ ลมชักแรง
มาถึงห้อง ก็เตรียมเอกสาร คิดอยู่ว่าจะเอาไงดี สรุปว่า ไปหนามบินอีกรอบดีกว่า
ก็บึ่งไปหนามบิน ฝนก็ไม่ตก ลมแรงขู่เฉย ๆ
ยื่นใบหมัก เรียบร้อย เตร็ดเตร่อีกแล้ว ในหนามบินนี่แอร์เย็นดีจริง ๆ
ห้าโมงกว่า ออกมาก็ได้ ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม
กินราเม็ง
แล้วก็มาหอหมุด กะว่าวันนี้จะเขียน Cover letter
นี่แหละ ก็อยากมีชีวิตที่มีความหมายบ้าง อะไรบ้าง

Sunday, April 25, 2010

BBs Gun at S.W.A.T. Icon Square

อาโน เพื่อนนัด 10 โมง ไปเล่นบีบีกัน กัน
ตื่นเก้าครึ่ง โอ้สสสส รีบสุดฤทธิ์
กินนมไปกล่องเดียวเป็นอาหารเช้า
ไปเล่นบีบีกันกัน 8 คน ที่สนาม S.W.A.T. ไอคอนสแควร์
มีปืนให้เช่า รู้สึกว่าจะเป็น M4A1 นะ เราก็มาเซิช ๆ ดูปืนที่มันเหมือนที่เล่นน่ะ
แต่สภาพก็ค่อนข้างเก่า ดูไม่เรียบร้อย สายไฟ แบตเตอรี่ สก็อตเทป พันกันไปหมด
ยิงมันส์ดี แต่ต้องคอยหมุนให้กระสุนมันเข้า ไม่งั้นยิงออกแต่ลมอะ แต่พอเห็นของคนอื่นเสียงเค้าแรงกว่าก็อิจฉา ฮ่า ๆ
เล่นเกมแรก ตรูออกคนแรกเลย เฮ้อวววววว!!!
แบ่ง 2 ทีม ทีมละ 4 คน สีเหลืองกับแดงด้วยนะ เหอะ ๆ
เล่นกัน 3 ชั่วโมงได้ ค่าสนามวันละ 50 บาท ก็เล่นกี่รอบก็ได้ ก็เล่นจนเหนื่อย ร้อนด้วย
เราทำ"You dead"ไป 3 คน หนุกดี เห็นคนอื่นตกใจ
ได้รอยจ้ำมา 3-4 รอย
แล้วก็ไปกินฮอทพ็อทกันที่เซนทรัล แล้วก็กลับ
แล้วก็ไปเอารูปลงคอม อะไรนิดหน่อย
พอจะกลับหอ ดูนาฬิกาอีกที โอ้ว ห้าโมงกว่าแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจริง
----------------------------------------------------------------------------
มาพูดเรื่องกฎการดึงดูดต่อ
ช่วงสงกรานต์กลับบ้านไป ได้คุยกับน้อง ว่าน้องอยากได้บีบีกัน เออ เราก็อยากเล่นมั่ง
ก็ไม่ได้คิดถึงมันตลอดนะ คิดบ้าง
ไม่นึกว่าเมื่อวานเพื่อนจะโทรมาชวนไปเล่น เป็นการไปเล่นครั้งแรก ดูดได้จริงหรือบังเอิญ
งั้นต่อไปจะดูด ACNW เข้ามานะ ดูดเงิน ดูดรถ ดูดทุกอย่างที่อยากได้

Saturday, April 24, 2010

กรอกใบสมัคร audubon

วันนี้ค่อนข้างจะตื่นสาย ซัก 10 โมง
ตอนเช้าก็อาบน้ำ เล่นเน็ต
ออกหาอาหารกลางวันใต้หอ
คืนหนังสือหอหมุด
ซื้อซองให้ reference แล้วก็ซองน้ำตาลที่ cooperative store
เบิกตังค์ 900 ซื้ออาหารแมวฟริสกี้รสทูน่าที่น้ำปิงปศุสัตว์ แอบเห็นอาหารยี่ห้อคานิน ๆ อะไรนี่ละ แต่ก็นะ กินฟริสกี้ก็ยังดีกว่ากินเทสโก้ก็ละกัน ช่วงก่อนซื้อเทสโก้ให้กิน มันก็ไม่ค่อยกินน่ะ แล้วอาหารก็กลิ่นแรงมากเลย เราก็ไม่ชอบ รู้สึกว่ามันจะชอบฟริสกี้มากกว่านะ เมดอินออสตเรเรียเชียวนะเธอ
ไปเยี่ยมยศ ซื้อกาแฟ วันนี้กาแฟไม่อร่อย หรือเรากินบ่อยเกิน เพิ่งรู้ว่ายศสูบบุหรี่ด้วย
ประมาณบ่ายสอง ก็ไปห้องแหลบ กะว่าไปปริ๊นใบสมัคร audubon
ก็กรอก ๆๆ ยังไม่เสร็จดีอะ ก็ปริ๊น ๆ มาก่อน เด๋วเอาแบบฟอร์มของ reference ไปให้อ.เขียนด้วย 3 คน
เน็ตก็ไม่ดี ไม่รู้มันเป็นอะไรยังไง บางวันดีบางวันไม่ดี ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่ได้ทำอะไร เลยต้องไปเล่นเน็ตของเคมีซะเนี่ย ดีนะ เคมีไว้ใจได้เสมอ
ช่วงเย็นชักจะลมแรง หน้าต่างปึงปัง ตัวล็อกมันหัก มันกระแทกกับขอบหน้าต่าง เราก็เลยทำนวัตกรรมเอากระดาษไปแปะตรงที่มันกระแทกกัน ก็ลดเสียงดังได้ เก่งนะเรา ห้าห้า
กว่าจะออกจากห้องแหลบมาก็หกโมงเย็นกว่าละ
วันนี้ Mango Madness เหมือนเดิม
กะว่าจะกินราเม็ง อ่าว ไม่เปิดซะงั้น
ก็เลยกินหมี่เหลืองหมูแดงก็ได้วะ เซม ๆ บัท ดิฟเฟอเร้นท์
กินเสร็จกะว่าจะไปกินทาร์ตไข่พี่ต๊อบซะหน่อย เพื่อนโทรมาชวนไปเล่นบีบีกัน
ว้าววววววว อยากเล่น ๆๆ ตอบตกลงไม่ลังเลย
พรุ่งนี้ 10 โมงเจอกัน
กลับหอมาก็นั่งอ่านกระทู้พันทิป อาบน้ำ
ดูวีดีโอ audobon ใน youtube แอบหวั่นใจเล็ก ๆ ว่าเราจะมีปัญหาเรื่องภาษาหรือเปล่า ถ้าได้ไปจริง ๆ
เอาเหอะ ส่งใบสมัครไป ที่เหลือก็แล้วแต่เค้าละ
วันนี้ฝนตก อากาศค่อยเย็นมาหน่อย ขอบคุณมาก

ทำดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย

"ทำดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย"

ใครเป็นคนคิดคำนี้ฟะ มันเป็นคำพังเพยของสังคมเราเหรอ


แล้วทำไมสังคมของเราต้องเป็นแบบคำนี้ด้วยฟะ


ทำดีมาก ๆๆๆๆ ก็ไม่ได้ เด่นมาก ๆๆๆ คนอื่นก็ไม่ชอบ ก็ทำไมอะ คนมันเก่ง


คนมีความสามารถเลยไม่ได้เปิดตัวอย่างเต็มที่ไงเล่า เพราะกลัวว่าจะไปบดบังอำนาจมืดของใครอยู่


นี่แหละ มันฝังอยู่ใน DNA ของคนไทยแล้วม้าง


ว่าจะไปหาหนังสือตรรกะมาอ่านบ้าง อะไรบ้าง จะได้พัฒนาสมองส่วนที่เป็นเหตุผลขึ้นอีก

และช่วยเพิ่ม mean ของจำนวนบรรทัดในการอ่านหนังสือของคนไทยด้วย .... อาเมน

Friday, April 23, 2010

วันนี้เฉย ๆ

ตื่นแปดครึ่ง
ส่งเมลล์ test งานไปที่สถาบันภาษา
จนท.ที่ติดต่อกับเราชื่อเหมือนเราเลย เด๊ะ ๆ เลย รู้สึกถูกชะตาคนนี้
กะว่าจะสมัครไป internship ที่อเมกา
วันนี้อากาศร้อนมาก
ตอนบ่ายนั่งเหงื่อซึม หางานทางเน็ต คอมก็ร้อน
วันนี้กินน้ำมะม่วงปั่นหลังมอ Mango madness <- ตั้งชื่อเอง
ชอบกินมะม่วงมาก ๆ พรุ่งนี้จะไปซื้ออีก โอ...มะม่วง
อาหารเย็นคือข้าวเหนียวไก่ทอด
วันนี้หนัก 50.3 kg
ยังพยายามหางานอยู่
ว่าจะไปเตร็ดเตร่หางานแถว ๆ หนามบินดู
วันนี้ไม่ค่อยมีอะไร อ่านเรื่องการเมืองซะมาก อ่านในเน็ตนะ ไม่ดูทีวี ทำไมต้องอยากรู้ด้วย เห่อ ๆ
เอาเหอะ ก็ศึกษาไป ข้อมูลมีเยอะ อ่านไม่หมดหรอก
แต่ก็มีไอเดียและมีแมว เอ๊ย แนวทางของตัวเองบ้าง...อะไรบ้าง
ดื่มน้ำเยอะ ๆ นะ ช่วงนี้อากาศร้อน ระวังขาดน้ำ
อาหารแมวใกล้จะหมดแล้ว ต้องไปซื้อฟริสกี้ให้น้องแมวกิน โอ...แมวหอ กินฟริสกี้
วันนี้แม่โทรหาด้วย ก็คุยกับแม่
พอละ ไม่รู้จะเขียนอะไร บางทีมีไอเดียจะเขียนอะไร แต่ขี่เกียจเรียบเรียง jajaja

Thursday, April 22, 2010

Me and Men

วันนี้ก็ค่อนข้างจะตื่นเช้านะเจ็ดโมงกว่า
วันนี้ไปเข้าร่วมประชุมแหลบ
ไปบอกอ.ว่าจะลาออก(แล้วนะเว้ย)
อ.บอกว่า งั้นอดทนอีกหน่อย ยอมลดมาตรฐาน เอาแค่คอนเฟอเรนส์ก็ได้
ลาออกแล้วจะทำอะไร
ทำแมคโดนัล
อ.เล่าให้ฟังว่า ตอนผมเรียน ผมได้มีโอกาสไปเดินเขากับเพื่อน ตอนนั้นบ่ายสามแล้ว เห็นยอดเขาอยู่ข้างหน้า เพื่อนถามว่า ไปต่อมั้ย อ.เหนื่อยแล้ว อ.เลยตอบว่าไม่ไป ทำให้เพื่อนผิดหวังมาก แล้วอ.ก็ฝังใจจนถึงทุกวันนี้ ยอดเขาก็เปรียบเสมือนเรียนจบ ลาออกก็เปรียบเสมือนหยุดเดิน อ.กลัวว่าเด๋วเราจะฝังใจ
เราเลยบอกอ.ว่ามันก็แล้วแต่คนจะคิด ณ ตอนนี้ เราก็คิดว่าเราอยากจะลาออก ต่อไปมันจะเป็นยังไง ก็ไม่มีใครรู้เลยนี่นา เราบอกอ.ให้คิดในแง่ดี ถ้าเผืออ.ไปปีนเขาวันนั้นอาจจะโดนเสืองาบไปกินก็ได้ เห่อ...
สรุปว่าให้เราไปหามาว่าจะทำงานอะไรแล้วเอามานำเสนอ...

กลางวันไปกินลาซานญ่ากับเพื่อน ๆ

ช่วงบ่าย กลับมาอ่านเมลล์ที่ส่งไปเรื่อง internship เค้าตอบกลับมาแล้วยาวเหยียด ถามมาว่าจะใช้เวลาขอวีซ่าเท่าไหร่ เราก็เซิชหาตั้งนาน เราคิดว่าถ้าได้ DS-2019 ก็น่าจะเดือนหรือสองเดือน ไม่แน่ใจ
ทำอะไรก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ไป อ่า สี่โมงกว่าแล้ว
ต้องไปส่งของอีเบย์ แพ็กของ ไปส่ง ซองเดียว เราก็ส่ง อยากส่งเร็ว ๆ ของจะได้ไปถึงเร็ว ๆ พอดีว่าอยู่ใกล้ไปรษณีย์
แล้วก็แวะไปเยี่ยมโน้ต
อ่าว เจอเดอะแก๊ง
เดอะแก๊งบอกว่าอยากเล่นเสก็ตบอร์ด โอเค พี่จัดให้ ไปเอาสเก็ตบอร์ดมาเล่นกัน
เราไม่เล่น แบบว่ามันรู้สึกยังไงไม่รู้ เออ เดอะแก๊งเป็นผู้ชายหมดเลย

มีเรื่องจะเล่า ไม่รู้ว่ามันเป็นยังไง แล้วทำไมมันถึงเป็นหยั่งงี้
ตั้งแต่เด็ก มีเพื่อนเล่นแถวบ้านก็เป็นผู้ชาย เล่นเกมแฟมมิลี่(เครื่องเกมของเรา เพื่อน ๆ มาเล่น) เล่นน้ำ(แบบว่าแม่น้ำอะไรงี้) เล่นฟุตบอล เล่นสร้างเขื่อน ปีนต้นไม้ บุกป่าฝ่าดง อะไรเทือก ๆ นี้
ประถม ถ้าเป็นเด็กผู้หญิง ที่รร.จะฮิตเล่นหนัง หมากเก็บ อะไรงี้ แต่เราไม่เล่นหนังเลย ไม่มีความรู้สึกว่าอยากจะเล่นเลย ไอ่สองแจ่ง สามแจ่ง สี่แจ่งเนี่ย ถ้าจะเล่นก็เล่นแบบกระโดดข้ามเฉย ๆ น่ะ
สิ่งที่เราเล่นคือ เราจะเอาไม้ไอติมมาทำทีเป็นอาวุธแล้ววาดแผนที่แล้วไปเล่นหาสมบัติ
เล่นเป่ายิงฉุบ แล้วจะชอบชั่วโมงพละมาก แต่แม่งครูไม่ชอบให้ลงสนาม เบื่อจริง ๆ อยากลงสนามมาก
เคยเล่นแฮนด์บอลแล้วเป็นคนป้องกันลูกลงตะกร้าด้วยนะ ไม่เคยปัดลูกได้เลย สงสัยโดดไม่สูง เฮ่อ...
ตอนป.5 ฟังเพลง RS เทปอันแรกที่ซื้อคือ JR Voy โอ... นานจริง
มัธยมมีเพื่อนที่ไปไหนมาไหนด้วยเป็นผู้ชาย ไม่รู้ทำไมไม่อยู่ในแก๊งผู้หญิง เดินกับเพื่อนผู้ชายคนนึง จนรู้สึกว่าเหมือนจะโดนล้อนิด ๆ ว่าเป็นแฟนกัน แต่ในความรู้สึกคือมันไม่ใช่อะ มันก็เป็นเพื่อนกันธรรมดานี่แหละ
ม.2 เคยไปเล่นเทนนิสกับเพื่อน เพราะว่าเพื่อนชอบแทมมารีนมาก อะ เล่น ๆ แต่ก็เล่นได้แป๊บเดียว สนามมันไกล
ม.2 เริ่มเรียนกีตาร์คลาสสิค เพราะเห็นว่าเพื่อนอยากเล่นกีตาร์ เค้าจะเล่น เราเล่นมั่ง ก็เล่นมาจนถึงทุกวันนี้นะ แต่ไม่ค่อยพัฒนา
ม.4 อยากเรียนชุมนุม รด. แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนจะเป็นรด.เลย เราก็ไม่เซลฟ์จะไปเรียนคนเดียว อดเลย

คือสิ่งที่คาใจคือ
เราเข้ากับผู้ชายได้ง่ายกว่าเข้ากับผู้หญิงเหรอ หมายถึงว่าในแบบเพื่อน
หรือเราชอบอะไรที่ผู้หญิงเค้าไม่ชอบกัน
หรือเรามีของเล่นแบบเด็กผู้ชาย ผู้ชายก็เลยมาเล่นกับเรา เพื่อหวังของเล่นน่ะ
อย่างวันนี้เรามีสเก็ตบอร์ด เราก็เอามาให้เพื่อนผู้ชายเล่น เค้าจะหวังเล่นสเก็ตบอร์ดเราหรือเปล่า เฮ้อ แล้วทำไมเราต้องเอาสเก็ตบอร์ดมาให้เค้าเล่น เพราะเพื่อน ๆ คาดหวังเหรอ โอ้ย สับสน เราไม่กล้าเล่นต่อหน้าเค้า เพราะว่าเราจะรู้สึกว่าเค้าจะมองเราแปลกแยกหรือเปล่า เราจะอ่อนแอ เราจะล้ม วืด หรืออะไรงี้ป่าว
ออ อีกอย่าง เราไม่ชอบที่เมืองไทยเนี่ย เวลาทำอะไรแล้วจะโดนมองน่ะ ไม่ชอบโดนมอง บางทีก็ไม่อยากให้คนอื่นสนใจว่าเราทำอะไร ไม่อยากเด่น เนี่ยแหละมั้ง มันถึงมีสุภาษิตเกี่ยวกับว่า เด่นเกินไปก็ไม่ดี คนจะไม่ชอบ เฮ้อว! เราอยากเล่นสเก็ตบอร์ด ผู้หญิงแถวนี้เค้าไม่เล่นกัน ผู้ชายทั่ว ๆ ไปแถวนี้เค้าก็ไม่เล่นกันด้วย คือถ้าเราไถสเก็ตไปตามทางเท้าอะไรงี้ ก็คงจะโดนมองแน่ ๆ เลย โอ...ไม่อยากเป็นเป้าสายตา
แล้วแบบว่าไงอะ
เรากลัวการไม่ถูกยอมรับให้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมน่ะ
แบบเหมือนคนที่พยายามทำตัวให้ cool เพื่อให้เพื่อน ๆ ยอมรับน่ะ เราไม่อยากเป็นแบบนั้น
เรากลัวที่จะมีความสัมพันธ์แบบสนิดชิดเชื้อกับคนอื่น ไม่เปิดให้คนอื่นรับรู้เรื่องส่วนตัวของเรา
แบบว่าเพื่อนสนิทอะไรงี้อะ ไม่มี ไม่คบหาลงลึกกับใคร นี่หมายถึงเพื่อนนะ
พอเราคบกับเพื่อนผู้ชาย เราจะรู้สึกว่า สังคมจะมองว่ามันไม่ใช่เพื่อน หรือเพื่อนคนนั้นเค้าจะคิดกับเราแบบเพื่อนหรือเปล่า หรือจะคิดสกปรก(dirty) กับเราบ้างหรือเปล่าอะไรงี้ เออ นี่แหละมั้งที่มันคาใจ

ตอนมหาลัย เคยไปกินเหล้ากับเพื่อน แล้วไปต่อที่หอเพื่อนผู้ชาย มีกันหลายคนทั้ง ญ และ ช น่าจะ หญิง 3 ชาย  2 หรือชาย 3 หรือเปล่าไม่แน่ใจ คือกินเบียร์กันต่อแล้วก็หลับ ห้องเป็นของผู้ชายนะ แล้วเพื่อนผู้ชายก็ให้ผู้หญิงนอนบนเตียง เค้าก็นอนข้างล่าง แต่เราอะ ไม่ยอมหลับ เรากลัวว่าเค้าอาจจะทำอะไรเราหรือเค้าจะคิดอะไรสกปรกกับเราหรือเปล่า ที่เราไม่กลับหอตัวเองเพราะว่าเพื่อน ๆ บอกว่าดึกแล้ว เราก็นั่งเฉย ๆ อยู่ตรงระเบียงห้องจนถึงเช้าเลย 6 โมงเช้ากว่า ๆ เราและเพื่อน ๆ ก็ไปกินข้าวเช้ากัน คือจริง ๆ มันก็ไม่มีอะไรอะ แต่มันรู้สึกไม่ไว้ใจน่ะ ก็ไม่มีอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้น จากนั้นเราก็กลับหอมาอาบน้ำ หลับ

พูดไปก็จับจุดไม่ถูกว่าต้องการจะสื่ออะไร สงสัยจะมีปัญหากับเรื่องความสัมพันธ์ การวางตัวอะไรงี้

พอละดีกว่า

วันก่อนหน้าประชุมแล็บ

วันนี้กะตื่นเช้า แต่ก็ไม่เช้า เจ็ดกว่า
เล่นเน็ตช่วงเช้า
ไปสมัครเป็นนักแปลที่สถาบันภาษา
จนท.บอกว่า ให้ส่งเมลล์มา แปร่ว กลับไปส่งเมลล์อีก
เค้าส่งตัวอย่างมาให้แปล เราบอกว่า อังกฤษ->ไทย ส่งแบบไทย->อังกฤษมาให้เรา
หรือว่าเขาอยากได้แบบ ไทย<->อังกฤษ โอเช จัดไป มีอยู่ 2 หน้า
แปลไปได้ 5 บรรทัด โอ่สสสส มันยากหยั่งงี่ แต่จะพยายามแปลให้เสร็จก็ละกัน ส่งภายใน 23 นี้
วันนี้กินหมีแห้งเป็ดหลังมอเป็นอาหารกลางวัน
ช่วงบ่ายไปเยี่ยมโน้ต เอาสเก็ตบอร์ดไปให้โน้ตเล่นให้ดูเป็นขวัญตา เราถ่ายรูป
อยู่กับโน้ตตั้งแต่ประมาณบ่ายสองกว่า จนถึงปิดร้าน
อ่อ เจออ.ด้วย สอนไบโอ เราหวัดดีไป อ.จำเราได้ด้วย
โอ อากาศช่างร้อน
กลับมาเล่นเน็ตอีก นั่งแปลที่สถาบันภาษาส่งมาให้(จนท.ที่เมลล์มา ชื่อเหมือนเราเลย)
แปลจนเมื่อย กว่าจะได้แต่ละประโยค นั่งเซิช ๆ เฮ้อว มันใช้สมองมากเกินไป
กลับหอมานั่งเล่นกีตาร์
กะว่าจะถ่ายวีดีโอลง FB ซะหน่อย แบตกล้องหมด(ไปตั้งแต่ตอนถ่ายโน้ตแล้ว)
เอาเว็บแคมที่คอมถ่าย มันก็ไฟล์ใหญ่มาก ไม่รู้จะปรับไง(ปรับแล้วนะ มันน่าจะได้เท่านั้นแหละ เล็กเกินก็ภาพไม่ชัด) ภาพกับเสียงมันจะไม่ตรงกันด้วย ดูแล้วขัด ๆ ก็ไม่รู้จะไปปรับตรงไหน
ร้องเพลงอยู่นั่นแหละ จนถึงสี่ทุ่มกว่า เล่นเน็ตต่ออีก ชักจะเวิ่นเว้อ
เที่ยงคืนกว่า ถึงได้ไปอาบน้ำ ระหว่างนั้นก็เอาผ้าไปซักด้วย
กะว่าอาบน้ำเสร็จตากผ้าพอดี
จนล่วงเลยมาถึงเวลานี้ โอ...ตีสอง
ขอบคุณทุกพลังงานในเอกภพนี้
แล้วเราก็จะได้ไปประชุมแหลบแล้วสินะ

Tuesday, April 20, 2010

เจอเพื่อน ๆ อีกแล้ว

วันนี้ตื่น 7.05 น. ตื่นเช้าได้อีกวัน เราเป็นคนใหม่แล้ว
ซื้อหมูปิ้งคุณพ่อมาฝากคุณมิว
กินอาหารเช้า
นั่งหางาน อยากทำงานที่ไม่ต้องใช้สมอง อยากทำแมคโดนัล สตาร์บัคส์ อะไรงี้ เซเว่นไม่เอา
กินอาหารกลางวัน
ไก๋มาตอนบ่ายโมง ก็แนะนำการขายอีเบย์ให้ไก๋
โอ...วันนี้ขายของอีเบย์ได้ ก็ไปส่งของ
แล้วก็บ่ายสามกว่าก็ไปเยี่ยมโน้ตกับยศ
ยศก็ปั่นจกย.เหมือนกัน เด๋วเราไปหัดยกล้อมั่งดีกว่า
โน้ตก็เล่นสเก็ตบอร์ดด้วย เด๋ววันหลังเอาสเก็ตไปให้โน้ตเล่นให้ดู
กลับมาที่ร้านคุณมิว
วันนี้ตัดสินใจอัพเกรดอีเบย์ โดยเปิดร้านแบบพรีเมียม $49 ต่อเดือน เงินมันหมุนไป เดี๋ยวมันก็หมุนมา
นั่งลิสต์ของอีก
พอหกโมง ก็ไปกินอาหารเย็นกับเพื่อน ๆ ที่ร้านบุฟเฟ่ขาหมูเยอรมันที่นิมมานต์
ไปตั้งแต่หกโมงเย็น กินไปคุยไปจนร้านปิดเลย สี่ทุ่ม
รู้สึกดีมาก ๆ ได้คุยกับเพื่อน แชร์ประสบการณ์ชีวิต คุยไปเรื่อย
รวมพลได้ 11 คน
การมีเพื่อนมันดีอย่างนี้ เลิฟยู ๆ
เด๋วกลับมาอัพรูปในเฟสบุคแล้วไปแท็กเพื่อน ๆ ก่อน
แล้วถ้ามีเวลาก่อนเที่ยงคืนจะหางานอีก
ขอบคุณทุกพลังงานในเอกภพนี้

Monday, April 19, 2010

I've met ma friends

วันนี้ตั้งใจว่าจะตื่นเช้า จะใช้ชีวิตให้เหมือนคนทั่วไป คือ นอนตอนกลางคืนและตื่นตอนกลางวัน
7.15 ตื่น คุณมิวโทรมาปลุก และเราจะไปเยี่ยมโน้ตกับยศกัน
แล้วเราก็ไปเยี่ยมโน้ตกับยศกัน พร้อมทั้งเราเก็เอาข้าวแต๋นไปฝากด้วย ซื้อลาเต้เย็นหนึ่งแล้ว 45 บาท
แวะกินข้าวมันไก่ที่ตลาด ก็กิน ๆ ไป กินไม่ค่อยได้เยอะ เพราะว่ารู้สึกว่ากระเพาะหดตัว ช่วงที่พีคสุด ๆ ที่ไม่อยากลุกไปไหน ไม่อยากกินอะไร ช่วงนี้ก็เลยรู้สึกว่ากินอะไรแล้วมันอิ่มเร็วน่ะ มันตึง ๆ กินได้ไม่ค่อยเยอะ
แล้วก็ไปที่ร้านคุณมิวแป๊บนึง ไปเปลี่ยนเบาะจักรยาน สูบลม ฯลฯ

แล้วเราก็กลับหอ มาชาร์ตแบตมือถือ เพื่อที่จะโทรหาอ.ทั้งหลาย
ไปเยี่ยมเชียร์ที่ห้องแลบ เจอเพื่อน ๆ อีกหลายคน ก็บอกเพื่อน ๆ ว่าจะลาออก
ปริ๊นใบคำขอทั่วไปมา จะเขียนใบลาละ
วันนี้โทรบอกไปแล้ว 4 ท่าน ว่าเราจะลาออกจากการเป็นนศ.ป.โท
แต่ยังไงก็ยังต้องไปคุยกับอ.อีกทีอยู่ดี

บ่ายสองนัดคุณมิวไปกินชาบูชิ ก็ไปชาบูชิกัน
คนละ 239 บาท มีเวลา 1.5 ชั่วโมง เราว่าก็เฉย ๆ มันก็หลากหลายในระดับหนึ่ง ก็กิน ๆ ไป อิ่มพอดี
กินทาร์ตไข่พี่ต๊อบอีก 40 บาท วันนี้บอกคนขายด้วยว่า ขอบคุณค่ะ ทาร์ตอร่อยมาก  ๆ เลย คนขายคงจะงง ๆ อยู่ดี ๆ ไปบอกเค้าว่าอร่อยมากเลย
กินโดนัทไปอีก 1 อัน ของมิสเตอร์โดนัท หวานมาก ๆ แต่ก็กินจนหมด แต่คงไม่ซื้อกินอีก
กลับมาหอ

โทรหาไก๋ ไก๋ชวนไปกินข้าวกันกับเพื่อน ๆ เราก็เซย์เย่สไป ก็ดี ได้ไปเจอคนอีกแล้ว
เพื่อน ๆ 5-6 คน กินข้าวแล้วก็ไปกินนมต่อ
เพื่อน ๆ หลายคนมีอาการเหมือนเรา นอน ไม่อยากอ่านเปเปอร์ บางคนมีชีวิตอยู่ตอนกลางคืน เหมือนเราเด๊ะเลย และเพื่อน ๆ เหล่านั้นก็เรียนป.โท บางคนก็โทควบเอก ก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร แล้วก็ได้ทุนเหมือนกัน และยังเรียนไม่จบเหมือนกัน นี่ 2 ปีแล้วนะ ทำไมเรียนวิทยาศาสตร์มันยากอย่างนี้ เรียนกันเข้าไป ป.โท สามสี่ปี ป.เอกอีก เฮ้อออออ....
ตอนอยู่ในรถเราก็บอกเพื่อน ๆ ว่าเราจะลาออกแล้วนะ ทำใจใช้ทุน 2 เท่าแล้วด้วย

มีคนเล่าให้ฟังว่า เรียนโทเศรษฐศาสตร์ ปีเดียวก็จบ แม่เจ้า!!

วันนี้รู้สึกดี ได้มี activities หลายอย่าง ตื่นเช้า ไม่ได้นอนตอนกลางวัน ได้คุยกับหลายคน
รู้สึกดีจริง ๆ I feel good ตือ ดื่อ ดือ ดื่อ ดือ ดื่อ ดือ
วันนี้หวังว่าจะหลับเร็ว ๆ ได้นะ เมื่อคืนเข้านอนตี 1 กว่าจะได้นอนก็ตี 3 กลิ้งไปกลิ้งมา
ขอบคุณทุกพลังงานบนโลกนี้

Sunday, April 18, 2010

I've met psychiatrist

แม่ม อารมณ์เสียนิดหน่อย พิมพ์ไว้แล้วเน็ตหลุด เผลอกดพับบลิชไป หายหมดเลย

psychiatrist แปลว่า จิตแพทย์
psychologist แปลว่า นักจิตวิทยา
ส่วนมันจะต่างกันอย่างไรเชิญท่าน ๆ ไปหากันเอง

วันนี้แม่พาไปพบจิตแพทย์
ความรู้สึกแรกหลังจากไปคุยมาแล้ว ออกห้องมาแล้วยิ้มอะ
ไม่เคยมีใครเข้าใจเราอย่างนี้มาก่อน โอ..จิตแพทย์ ช่างเข้าใจเราดีเหลือเกิน

พูดคุยเรื่องการเรียน
เราหมดไฟ
เรานอนทั้งวัน
เราไม่อยากทำอะไร
เบื่อ น้ำหนักลด ไม่อยากกินอะไร ก็เพราะมันนอนไม่อยากทำอะไรนั่นไง ก็เลยขี้เกียจกินด้วย
สิ่งที่อยู่ในใจเราเสมอมาคือ "ลาออก" แต่เราก็พยายามไม่คิดถึงมัน แต่มันก็ยังอยู่ในใจ
หมอบอกว่า ป.โทที่มาปรึกษาก็มีเยอะ เครียดเรื่องเรียนนี่แหละ
อ.ก็ได้แต่สั่ง ๆๆๆ
มีคนที่มาปรึกษาคนนึง เครียดจนเห็นภาพหลอนเลยนะ แต่เรายังไม่ถึงขั้นนั้นน่ะ
เราเคยถามตัวเองว่า อยากฆ่าตัวตายมั้ย แต่มันก็ยังนะ ก็ยังไม่ถึงขั้นฆ่าตัวตาย
บางทีมันจะมีคำถามขึ้นมาเฉย ๆ ว่า คนเราเกิดมาทำไม คนเราจำเป็นต้องเรียนจบป.โทด้วยเหรอ เรียนจบแล้วไงต่อ อะไรทำนองนี้
ก็เล่าหลาย ๆ เรื่องให้หมอฟัง หมอก็ว่าเราคงหมดไฟจริง ๆ แล้วแหละ
หมอบอกว่า เด็กที่เรียนจบแล้วเรียนต่อเลยจะมีความ mature น้อยกว่าพวกที่ทำงานแล้วมาเรียนต่อ
เราคิดว่าก็จริง เพราะเราไม่เคยรู้สึกกับความกดดันระหว่างทำงาน กับเรียน ว่ามันต่างหรือเหมือนกันอย่างไร คนที่เคยเจอความกดดันตอนทำงาน อาจจะอึดกว่า และคิดว่าเรียนนี่ง่ายกว่าทำงานเยอะเลย

หมอบอกว่า...
ลาออกเนี่ยได้ลาแน่ ไม่ต้องห่วง
ให้ไปหากิจกรรมทำ ทำสิ่งที่ชอบ
ไปบอก อ. ว่าจะลาออก
หลับตอนกลางคืน ตื่นตอนกลางวัน
อีก 2 สัปดาห์ มาพบหมออีก ดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง

เราคิดว่าจะทำ...
ไปหาอ. 3 คน บอกอ.ว่าจะลาออก
ไปประชุมแลบที่จะถึงนี้
สมัครงาน ฟาสฟู้ดทั้งหลาย ที่ใช้แรงงาน
ไปขอทรานสคริป(เพื่อสมัครงาน)

รู้สึกดีจริง ๆ วันนี้ เพลง I feel good ตือ ดื่อ ดือ ดื่อ ดือ ดื่อ ดือ มันอยู่ในหัวนี่
ยิ้มเลยตอนนี้ เหมือนกับถอดชุดที่ต้องแบกมานาน
ต้องแบกเรื่องเรียน แบกเปเปอร์ แบกต่าง ๆ นานา ตอนนี้ทิ้งเลย ทิ้งจริง ๆ

พ่อแม่ก็โอเคที่เราจะลาออก โอเคที่จะต้องซ่ายเงิน 6xx,xxx เราก็คิดว่า ชาตินี้ ไม่ตายก็หาได้เงินหกแสนน่ะ ไปต่อสู้เรื่องทำงานยังจะดีซะกว่าต่อสู้เรื่องเรียน
เราให้หมอออกใบรับรองแพทย์ให้ด้วยว่าเราเป็นโรคซึมเศร้า มีผลกระทบต่อการเรียน จริง ๆ แล้วเรื่องเรียนนั่นแหละ ทำให้เราซึมเศร้า กลายเป็นคนเก็บตัว อยู่แต่ในห้อง ใช้ชีวิตหน้าคอม
เผื่อว่าอาจจะไม่ต้องซ่ายทุนสองเท่า ไม่รู้ดิ ไม่เป็นไร ก็ทำใจเรื่องซ่ายนี่ไปละ ก็ไม่คิดถึงมันละ

Talk to g

เฮ้อ กลับบ้านมาเล็บยาว ไม่ได้ตัดเลย พิมพ์คอมลำบาก
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เขียนหนังสือด้วย รู้สึกบังคับปากกายาก
วันนี้คุยกับแม่ แม่บอกว่าจะพาไปหาจิตแพทย์ สงสัยว่าเราจะเป็นโรคซึมเศร้า
เราก็ว่าอย่างนั้นแหละ ดูจากอาการ
ไม่อยากอ่านเปเปอร์
ไม่อยากเจออาจารย์
นอนทั้งวัน
ไม่อยากทำอะไร

วันนี้มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่ง เค้าเรียนมาด้วยกันกับเราตอนป.ตรี ให้เค้าชื่อ g เป็นนามสมมุติก็ละกัน
เค้าเป็นเด็กทุนพสวท.
เค้าเรียนต่อโทที่จุฬา
เรียนไปประมาณเทอมนึง
เค้าบอกว่า เค้าไม่ไปเรียนเดือนนึง อ.ก็โทรมาตาม
เค้าก็ไปแค่นั่งเรียน สอบ ๆ ซังกะตาย
ไปห้องสมุด หาเปเปอร์มายี่สิบสามสิบเปเปอร์ ปริ๊นออกมา ก็ไม่อ่าน เปเปอร์ท่วมหัว
ให้อ่านเปเปอร์ ไปนอนซะยังจะดีกว่า
เค้าเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเค้าเป็นโรคซึมเศร้า
จากนั้นเค้าก็ออกจากจุฬา บอกอ.ว่าจะออก ไม่ไปเขียนแม้กระทั่งใบลาออก
และบอกสสวท. <-- เอ๊ไม่แน่ใจ หน่วยงานต้นสังกัดให้ทุนอะไรซักอย่างนี่แหละว่าจะลาออก
ม่ะ เด๋วพี่คำนวณให้
7xx,xxx ที่ต้องซ่ายทุน
แม่เค้าเออลี่รีไทร์ เงินก้อนนั้นก็เอามาโปะใช้ทุน
เค้าไปอเมริกากับแม่
ไปเรียนภาษา ทำงานร้านอาหารไทย ทำตั้งแต่ สิบเอ็ดโมงเช้าถึงเที่ยงคืน 11 ชั่วโมงอะ ได้ค่าแรง $60-90 คือว่าวีซ่า F1 น่ะห้ามทำงาน แต่ตามร้านอาหารไทยก็จะมีพวกเด็กนักเรียนพวกนี้แหละทำงาน ค่าแรงก็คือเงินทิปนั่นแหละ สุดยอดแห่งการทำงานนะ เราไป work&travel วีซ่า J1 ทำงานได้ชั่วโมงละ $8-10 แต่เราทำวันละ 8 ชั่วโมงนะ
การทำงานที่ต้องใช้แรงงานในเวลานาน ๆ มันเหนื่อย เราเคยทำสองกะติดกัน ช่วงนั้นทำ 2 งาน ไปทำงานแรก บ่าย 2 ถึง 4 ทุ่ม งานต่อมาทำ 4 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า วันนั้นขาไม่มีแรงจะเดินแล้ว ยังกะผีตายซาก มันปวดขาไปหมดเลย ตาก็แดงไม่ได้นอน ต้องแบกสังขารตัวเองกลับไปบ้านอีก แหม๊ทำไปได้

การทำงานใช้แรงงาน หมายถึงงานพวกฟาสฟู้ด ร้านอาหารอะไรงี้ มีข้อดีคือ
1. งานจบไปเป็นวัน ๆ ไม่ต้องหอบเอางานกลับมาทำที่บ้าน สบายใจมาก
2. ไม่ต้องใช้สมอง ไม่ปวดหัว สบายใจมาก
3. ได้ทิป พอประทังค่าแท็กซี่ได้บ้าง ค่าแท็กซี่โหดจริง ๆ
4. ได้คุยกับคนหลาย ๆ คน ยังไงก็ต้องมาซื้อของร้านเรา ฮ่าฮ่า
5. กินอะไรก็ได้ที่ขาย ฟรี จริง ๆ ควรจะจ่าย แต่ไม่จ่าย เพราะพนักงานคนอื่นก็ไม่จ่าย ฮ่า เราทำงานก็กินของที่มี เช่น กินสลัด แซนด์วิช โยเกริ์ต มัฟฟิ่น คุกกี้ กาแฟ ฯลฯ
ข้อเสีย
1. เมื่อยล้าจากการทำงาน ปวดตัว ปวดขา
2. ต้องบริการลูกค้า แต่ก็โอเค เป็นลูกค้ามาซื้อของ ลูกค้าเค้าอารมณ์ดี ไม่เรื่องมาก
3. ทำงานทุกอย่าง แคชเชียร์ยันเก็บขยะ เราก็โอเคนะ

นึกไม่ออกละ
ม่ะต่อ เพื่อนเราเค้าก็ทำงานร้านอาหาร ทำไปด้วยเรียนไปด้วย หนักพอสมควร แม่เค้าก็เลี้ยงเด็กอยู่ที่โน่น เค้าทำมา 1 ปี เก็บเงินได้ 1 แสน นี่ถ้าจะใช้ชีวิตแบบนี้ต้องทำซักหกปี ถึงจะพอซ่ายทุน(เรานะ) เป็นอะไรที่โหดมาก ถ้าคิดจะไปเก็บตังค์ที่อเมริกาแบบนั้น ทำงาน 6 วันด้วยนะ
ตอนนี้เพื่อนเรากลับมาเมืองไทย แม่เค้าอยู่ที่โน่น วีซ่าขาด ในมุมหนึ่งเราก็เห็นใจนะ

ในความคิดของเรา เราก็อยากทำอะไรให้มันถูกกฎหมายน่ะ ซึ่งถ้าเราอยากไปอยู่อเมกา มันก็ยากทีเดียว

น้องคนหนึ่งที่เรารู้จัก ก็ไปอเมกา สมัครเรียนภาษา แล้วก็ไปทำงานร้านอาหารไทยเหมือนกัน

หลังจากได้คุยกับเพื่อนคนนี้แล้วก็รู้สึกดึขึ้นมาหน่อย ที่เจอคนเหมือนกัน ตามหลักจิตวิทยาเด๊ะ ๆ เราชอบคนที่เหมือนเรา ฮ่า ๆ เค้าก็ลาออก ซ่ายทุน ไปเมืองนอก กลับเมืองไทย และ กำลังหางานทำ

เราเบื่อกับอะไรที่ต้องทำตาม ๆ กันมา เราเรียนคอร์สเวิร์คป.โท มันก็ไปตามเวลา เรียน ๆ สอบ ๆ
มันก็ผ่าน เกรดเฉลี่ยรวม 3.26 สำหรับป.โทก็ธรรมดา เหลือแต่วิทยานิพนธ์นี่แหละอีก 15 หน่วย ซึ่งไม่มีเวลากำหนดไว้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่
เราอยากทำอะไรที่สบายใจน่ะ ช่วงนี้ถือคติ ทำในสิ่งที่ชอบ
เรามีคำตอบอยู่ในใจละ ว่าเราอยากจะลาออกป.โท
เราคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรมากมาย ไม่น่าอับอาย
เราไม่อยากทนอยู่ในสภาพที่เราไม่ชอบอย่างนี้นาน ๆ
ให้ไปไฟท์เรื่องทำงาน ยังจะดีซะกว่าไฟท์เรื่องเรียน แบบว่าอ่านเปเปอร์อะไรงี้นะ
แม่บอก อยากให้ตัดสินใจยาว ๆ
เราอยากลาออกเลย ไม่อยากค้าง ๆ คา ๆ
ไม่งั้นต้องมาลงทะเบียน 0 หน่วยกิต(10,900 บาท) หรือไม่ก็ลาพักการศึกษา(1,xxx บาท)

เด๋วไปสมัครเป็นพนักงานแมคโดนัลหรือสตาบัคส์ full time ดีกว่า อยากทำอะไรที่ใช้แรงงาน(โว้ย)

Friday, April 16, 2010

ปัญหาของคนขี้บ่น

เราไม่ใช่คนชอบบ่น
บ่นบ้างเมื่ออยากบ่น
บางคนบ่นเป็นนิสัย บ่นเป็นกิจวัตร พูดเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ
บางทีเราก็รำคาญคนพวกนี้
ปัญหาของคนที่ไม่ชอบบ่น
คนรอบข้างจะไม่รู้ว่าเรามีเรื่องอะไรอยู่ในใจบ้าง เราคิดยังไง เรามีปัญหาอะไร ไม่รู้

พอเราบ่นบ้าง
เราก็กลัวว่าคนรอบข้างจะรำคาญ
เราคิดว่า เค้าคิดว่า เราเรียกร้องความสนใจ
ซึ่งมันก็จริง
คนบ่น ก็อยากให้มีคนมา respond บ้าง อะไรบ้าง
คนเรา บ่นอยู่หน้าคอม บ่นทำไม ใครจะมาอ่าน คนที่มาอ่านก็ไม่เกี่ยวกับเรา ใครก็ไม่รู้ ไม่รู้จัก

เรายังไม่รู้จะจัดการยังไงกับชีวิตดี ขี้เปลี้ยจริง ๆ

Thursday, April 15, 2010

บอกพ่อว่าอยากลาออก

บลา บลา บลา
พ่อกับแม่ขอไปคุยกับอ.ที่ปรึกษาเป็นการส่วนตัว
พ่อยกตัวอย่างตอนพ่อทำซี 7 เอ๊ะหรือว่า 8 ซักอย่าง
ลาออกแล้วจะทำอะไร
พนักงานเซเว่น
แค่นั้นเหรอ พูดเหมือนดูถูกพนักงานเซเว่น จริง ๆ อยากทำแมคโดนัลหรือไม่ก็สตาร์บัคส์ เคยทำตาบัคส์นะ คิดว่าทำได้
ไปใช้แรงงาน ยังง่ายกว่าไปทำให้มันเรียนจบเลย
เหมือนจะเครียด หรือไม่เครียดดี
เกิดมาในชีวิตนี้ ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองโง่ ตั้งแต่มาเรียนป.โทเนี่ย ทำไมตรูโง่ขนาดนี้ฟะ
สงกรานต์ ญาติมาบ้าน ไม่สุงสิงญาติ เพราะเบื่อ ที่จะต้องมาทำกับข้าวให้ญาติกินทุกปี ๆ ทำไมเราต้องเป็นฝ่ายอยู่บ้าน แล้วญาติต้องเป็นฝ่ายมาหา
ไม้ก๊ำศรีก็ก๊ำกันทุกปี ไม่เบื่อเหรอ
แล้วดำหัว ก็ดำกันทุกปี ไม่เบื่อเหรอ
เราไม่รู้จักใครแถวบ้านเลยอะ
ทำไมเป็นคนไม่สังคม
ทำไมเด็กต้องเคารพผู้ใหญ่ ทำไมต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ ทำไมต้องนอบน้อมต่ออาจารย์
ทำไมต้อง ครับ ๆๆๆ ค่ะ ๆๆๆ
say:Yeah yeah it's okay. but inside FUCKKKK YOUUUU!! GOOOO HELLLL!!
ทำไมต้องทำอะไรตาม ๆ กันมา
ทำไมเกิดมาแล้วก็ได้ศาสนาพุทธเลยอะ ทำไมไม่ให้ตัดสินใจเองว่าจะเลือกศาสนาไหนหรือไม่เลือกอะไรเลย
อากาศร้อนมาก
อยากเล่นสโวบอร์ดดูซักที อาจจะเจ็บน้อยกว่าสเก็ตบอร์ด ดูท่าเสื้อผ้าจะหนาดี
ทำน้ำจิ้มซีฟู้ดเอง ทำไมไม่อร่อยเหมือนซื้อเค้ากิน
ไม่ได้กินลาเต้ฟรีพรุ่งนี้ เสียดายนิดหน่อย
นอนไม่ค่อยจะหลับเลย
อยากเป็นคนง่าย ๆ ตาม ๆ คนอื่นเค้าบ้างอะไรบ้าง
คนอย่างเรามีดีตรงไหน
อยากเป็นพวกที่โดนด่า โดนจิก โดนประชด กระทบ กระแทก แล้วมีแรงฮึดสู้
ตอนนี้เป็นพวกโดนว่าแล้วจ๋อย หงอย เปลี้ย ซึม เฮ้อออ.....
อยากมีแรงบันดาลใจ พลังใจ แรงอะไรก็ได้จากภายใน ช่วยกระทุ้งให้ทำอะไรซักอย่าง ให้ชีวิตมีความหมายหน่อย
แรงกำลังใจจากภายนอก อืม ๆๆ เหรอ ๆๆ เออ ๆๆ
ถ้าลาออกจริง ๆ เราคงหาที่อยู่แถวนั้น แล้วก็ไปสมัครเป็นพนักงานฟาสฟู้ดอะไรเทือก ๆ นั้น เป็นงานที่คิดว่าจะดี เพราะจบไปเป็นวัน ๆ และใช้แรงงาน ไม่ต้องคิดมาก เค้าสั่งมา มีมาตรฐาน เราก็ทำไป คิดว่าจะดี
พ่อบอกว่า ถ้าลาออกแล้วอีกหน่อยจะแหนงใจ แปลว่า พอมองย้อนกลับมาแล้วก็คิดว่า ไม่น่าจะลาออกเลย นานาจิตตัง

Saturday, April 10, 2010

ขอแล้วจะได้

วันนี้ขออาหารเย็น
ได้อาหารเย็น ฟรี

ขอให้เข้าห้องน้ำแล้วไม่มีคนเข้าอีก
ก็ไม่มีคนเข้าอีก ดีใช้ห้องน้ำเป็นส่วนตัวดี

ขอบคุณโลกนี้

อย่าหลงประเด็น

คนเรา บางทีถ้าเถียงกันไปมาก ๆ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายอาจจะหลงประเด็นได้ เพราะพยายามเค้นหาเหตุผลต่าง ๆ มาเถียงกัน
หลงประเด็นมาก ๆ เขาเรียกว่าแถ
หลงประเด็นมาก ๆ ไอ่เรื่องที่ไม่เกี่ยวก็เอามาเกี่ยวได้
หลงประเด็นมาก ๆ ชักจะโมโห พาลไปเรื่องอื่นอีก

ฉันเกิดประเทศนี้
รักประเทศนี้ แล้วก็รักประเทศอื่นด้วย แต่ละที่ก็มีสิ่งดีของตัวเอง ก็เลือกเอา
พูดภาษานี้ ใครบอกไม่รักประเทศนี้ ห้ามพูดภาษานี้ ไม่จริง คนละประเด็น อย่าเอามาโยงกัน
ประเทศนี้อิสระได้ เป็นบางเรื่อง
คุณมีสมอง คุณคิดเองได้
คุณมิสิทธิ์ตัดสินใจ (คิดว่านะ) ตัดสินใจว่าจะไม่ตัดสินใจ ตัดสินใจว่าจะให้คนอื่นตัดสินใจ บลา บลา บลา

สุดท้ายนี้ ไปกินชาบู ๆ กันเถอะ เพราะมันแซบ...ซี้งเหลือเกิน

Friday, April 9, 2010

กรีนทีแฟรปปูชิโน

วันนี้อ่านหนังสือ The secret ว่าด้วยกฏของการดึงดูด

เราอยากดึงดูดสิ่งดี ๆ เราก็คิดแต่สิ่งดี ๆ แค่นี้แหละ

ตอนเย็น อยากกินเสต็ก ไม่รู้จะไปไหนดี ไป Jeffer ก็ละกัน วันก่อนเห็นแว้บ ๆ ในพันทิป

สั่งเสต็กเนื้อพริกไทยดำ แบบ well done พอได้เสต็กมา หั่นทีนี่เลือดชุ่ม ก็ไม่ชุ่มมาก แต่ก็แดง ๆ แต่ก็เอาวะ ขี้เกียจเรียกพนักงานละ วันก่อนนู้นนนน ไปกินเสต็กเนื้อที่ปาย เลือดชุ่มเหมือนกัน เรียกเค้ามาให้ไปทำให้สุกใหม่ แต่รอนานมาก วันนี้เซ็ง ก็กิน ๆ ไป มันก็กินได้เหมือนกัน ไม่คิดมาก กิน ๆ ไป ถือว่าวันนี้กินโปรตีนที่ยังไม่เสียสภาพมาก เห่อ ๆ

อ่อ มีประเด็นหนึ่ง เวลาเราไปกินอาหารที่ร้าน เราจะชอบร้านที่มีน้ำดื่มให้ฟรี ไม่ค่อยชอบร้านที่ต้องซื้อน้ำเปล่า 10-15 บาทอะไรงี้ ทั้ง ๆ ที่น้ำขวดนั้นซื้อข้างนอกก็ขวดละ 7 บาท ร้านเจ็ฟเฟอร์นี่ก็น้ำไม่ฟรี เราเลยไม่สั่งน้ำ เสต็กอย่างเดียว 129 บาท

รสชาติก็ใช้ได้นะ บริการก็เฉย ๆ ให้ทิปไปบาทเดียว เหอ ๆ อารมณ์ไม่ต่างจาก BKK น่ะ แค่เปลี่ยนชื่อเอง

มีความคิดว่าจะไปกินกรีนทีแฟรปปูชิโนที่สตาร์บัคส์ ก็ไปเลย เราต้องใช้ตังค์ ตังค์มันถึงจะหมุนเวียน เอ่อ นะ วันนี้คิดแบบนี้
ไปถึง สั่งเลย เอาทอลกรีนทีแฟรปปูชิโนค่ะ 145 บาท โว่วววว แต่ทำใจมากินแล้ว ห้าห้า

ประเด็นคือ
กรีนทีแฟรปปูชิโน = Green tea Frappuccino ต้องเขียนตัวย่อในช่อง Drink ว่า GTF
แต่เค้าเขียนในช่อง Drink ว่า CRM แล้วเขียนเพิ่มในช่อง Custom ว่า GT
เราว่าเค้าเขียนไม่ถูก เราเคยทำงานตาบัคส์ เป็นแคชเชียร์ เป็นบาริสต้า
แคชเชียร์บางคนยังเขียนแก้วไม่ถูกเลย แต่เราชอบอ่าน มันก็มีหนังสือของตาบัคส์นะ ว่ามาตรฐานต่าง ๆ เครื่องดื่ม ต้องทำยังไง บริการยังไง กาแฟอะไรยังไง ต้องอ่านตอนเทรนน่ะ ก่อนที่จะมาทำจริง ๆ น่ะ แล้วเราคิดว่าทุก ๆ ร้านก็น่าจะมีหนังสือที่ว่านี้ด้วย
สรุป ที่เราอ่านในหนังสือมา
GTF = Green tea Frappuccino
GTL = Green tea Lemonade
GRTL = Green tea Latte
แค่นี้แหละที่อยากบอก starbucks เค้าก็มีมาตรฐานของเค้า เอ...แต่ไม่รู้ที่ไทยนี่ยังไง
แต่ยังไงก็ ถึงเขียนผิดแต่ขอให้ทำให้ถูกก็ละกันนะบาริสต้าทั้งหลาย

อยู่ ๆ ก็คิดถึง diaryhub

ก่อนจะมาอยู่ที่ blogger เราเคยใช้ชีวิตอยู่ที่ diaryhub มาก่อน เป็นชาวไดฮับว่างั้น จนวันหนึ่ง ถึงวันที่ไดอารีฮับล่มสลายไป โอ......

http://pimmie.diaryhub.com

ไปดูอดีตเก่า ๆ ได้ที่ http://web.archive.org/web/*/http://pimmie.diaryhub.com

ช่วงนั้นจะประมาณ ม.6 - ปี 1 อะนะ ชอบเขียนไดอารีออนไลน์ อยากจะเขียนให้ได้ทุกวันเลย (ตอนนั้นก็ยังไม่รู้จักบล็อก ๆ อะไรนี่หรอกนะ แต่ไดอารีอะ เค้าให้เขียนได้วันละครั้ง แต่บล็อกนี่จะเขียนวันละกี่ครั้งก็ได้และลูกเล่นเยอะกว่ามาก)

ไดอารีฮับเจ๊งไป เราก็เลยไปลองเล่น storythai ดู แต่เราไม่ชอบอะ เราว่ามันเปรียบได้เหมือนกับ hi5 กับ facebook เลยอะ theme ที่ไดอารีฮับจะเรียบ ๆ เราชอบ แต่ที่สตอรี่ไทยจะแบบว่าตกแต่งได้ พื้นหลังแต่ละคนนี่จะวิ้ง ๆ ดาวตก เอฟเฟ็ก โอ้ยยยย ตาลาย
เราชอบ FB ก็เพราะมันเรียบ ๆ นี่แหละ หลังจากเล่นเฟสบุคก็ไม่กลับไป hi5 ซักเท่าไหร่เลย

มาต่อถึงไออารีฮับ
มีอยู่ช่วงนึงแอบชอบอาจารย์ กว๊ากกกก พยายามจนได้เบอร์มา ส่ง sms โทรไปคุยมั่งล่ะ โอ้ เด็กน้อยช่างกล้า แต่ก็นะ.... ตอนนี้(ปี 2010) อ.เค้าแต่งงานไปตั้งนานแล่ววววววว เอ้ออออ เด็กน้อย

นี่เขียนไดอารีนะ เราจะเล่าเป็นฉาก ๆ เลยนะว่าวันนี้ทำอะไรบ้างตอนกี่โมง สมเป็นไอดารีจริง ๆ

เขียนไดอารีที่ห้องเน็ตที่หอ บางทีห้องเน็ตก็ไม่ว่าง บางทีก็ไปไม่ทันห้องเน็ตปิด 4 ทุ่ม ช่วงนั้นมีเพื่อนที่หอเดียวกันเล่นไดอารีฮับด้วยกันอยู่ 2-3 คน
เด็กมอที่เล่นไดฮับก็มีเหมือนกันนะ เราบ่นว่ารถไฟฟ้านี่ไม่รู้มันมากี่โมงเวลาอยากขึ้นดันไม่มา เวลาเดิน ๆ เฉย ๆ ดันมา ก็มีคนมาเห็นด้วยนะ

เราว่าบรรยากาศที่ไดฮับอะ อบอุ่นดี หน้าเว็บมันจะมีบอกว่าใครเพิ่งจะอัพเดทไออารี่ไป เรียกสั้น ๆ ว่าอัพได เราก็คลิกเข้าไปอ่านไดอารีของคนอื่นได้ คอมเมนท์ได้ เราเองก็ได้คอมเมนท์จากคนที่ไม่รู้จักเหมือนกัน เช่น ตอนไม่สบาย มั่งล่ะ ก็จะมีคนมาบอกว่าให้หายเร็ว ๆ เออ แล้วมันจะมีอย่างงี้ คอมเมนท์แรก เป็นคอมเมนท์ที่เปิดซิง บางคนก็ชอบเปิดซิง ก็เมนท์แค่ว่า ซิง หรือบางคนขี้เกียจแต่อยากเมนท์ก็จะเมนท์แค่ เมนท์ค่ะ เม้น ๆ อะไรงี้ เพื่อที่จะให้เราตามไปเม้นท์กลับที่ไดของเค้า เราก็ตามมั่งไม่ตามมั่ง ฮ่า ๆ

เดี๋ยวนี้โลกอินเตอร์เน็ตกว้างขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก อยากจะเปิดบล็อกสัก 100 บล็อก แล้วเขียน ๆๆๆ เอา adsense มาติด อะไรงั้นงี้ก็ได้ ได้ตังค์ เราเคยเอา adsense มาติดบล็อกนี้ด้วย แต่ก็เอาออกไป กลัวจะไปคลิกโดน รำคาญด้วย (เพราะไม่มีคนมาคลิกซักที เอ้าาาา)

บล็อกเกอร์นี่เหมือนอยู่ตัวคนเดียว แต่ก็ดีละ ไม่ต้องมีใครมารู้จักก็ได้ ขอให้ได้เขียนถึงสาธารณะชน แค่นี้ก็พอใจละ

ได้กลับไปอ่านไดอารีเก่า ๆ บางหน้า ก็มีบ่นว่าเหงาเหมือนกัน เฮ่อ ตอนนี้ก็ไม่ต่างจากตอนนั้นเท่าไหร่เลย

อยากไปแอบชอบใครสักคนแล้วเอามาเขียนไออารีถึงเค้าคนนั้น วิ้ววววกิ๊วววว แต่ตอนนี้มันไม่โนเนะเหมือนตอนนั้นแล้วหนิ เห่อ ๆ

Thursday, April 8, 2010

จ้างไปกินเค้ก 200 เอาไหม

ฉันจ้างคนไปกินเค้กด้วยกัน 200 บาท ข้อเสนอนี้น่าสนใจไหม

"ไม่เอา"

ฉันเรียนรู้ บางทีเงินก็ไม่ได้ซื้อได้ทุกสิ่ง

ฉันจึงออกเดินทางไปกินเค้กคนเดียวที่ร้าน Chocolate factory ชื่อร้านฟังดูดี ฉันกะว่าจะไปกินเค้กช็อกโกแล็ตเสียหน่อย ฉันเข้าร้านไป พนักงานมี 3 คน ไม่ทักทายสักคน ฉันสั่งเค้ก ดับเบิ้ลช็อกโกแล็ก ราคา 80 บาท โฮกกกก แพงเหี้ย ตอนแรกคิดในใจกะว่าจะสั่งพวกโกโก้หรือช็อกโกแล็ตอะไรพวกนี้ด้วย แต่เห็นราคาแล้ว โฮกกกกก(อีกที) 80 85 จอดเลย แพงเกิ๊น ไม่รู้ว่าน้ำเค้าเมพแค่ไหนเหรอ

นั่งกินเค้ก รสชาติก็ถูไถ แต่คงไม่ค่อยถูกปากฉัน

สรุปว่า สำหรับฉันคงไม่ไปกินอีก เค้กธรรมดา บริการธรรมดา สำหรับฉันไม่คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป จบ!

จ้างไปกินข้าวเป็นเพื่อน 200 เอาไหม

ฉันจ้างคุณไปกินข้าวเป็นเพื่อน 200 บาท เอาไหม? ฉันจ่ายค่าอาหารให้ด้วย แค่คุณไปนั่งกินเป็นเพื่อนฉันหน่อย

ฉันไม่มีเพื่อน จนต้องจ้างคนรู้จักไปกินข้าวด้วย แต่เค้าก็ตอบปฏิเสธมา เหตุผลว่า กลัวอ้วน กลัวคุมตัวเองไม่อยู่ กลัวตัวเองกินเยอะ

ฉันแค่ต้องการคนกินข้าวเป็นเพื่อนเอง

ฉันอยากให้ทุกคนคิดถึงตัวเองน้อยลง และให้คิดถึงคนอื่น รอบ ๆ ตัวมากขึ้น ให้เวลากับพวกเขาบ้าง

แต่คิดในทางกลับกัน ฉันไปกินเองก็ได้ ปากก็ปากฉัน ท้องก็ท้องฉัน ร่างกายก็ร่างกายฉัน ทำไมจะต้องให้คนอื่นไปกินเป็นเพื่อนด้วย กินคนเดียว กินสิบคน ก็อิ่มเหมือนกัน

สุดท้าย ฉันจึงไปคนเดียว

ก็แค่อยากมีคนไปกินข้าวด้วยบ้าง อะไรบ้าง

Wednesday, April 7, 2010

พ่อโทรมา

ไม่ได้อะไรเกี่ยวกับเรื่องเรียนมาประมาณ 2 อาทิตย์ละ...มัน...ไม่อยากทำเลย
เบื่อออออ.....ไม่อยากเรียนแล้วเนี่ย ตรูไม่น่าเข้ามาเรียนเลย เหมือนชีวิตกระโดดลงเหว รู้สึกว่าไม่มีแรงจะปีนแล้วเนี่ย จะตายอยู่ที่เหวนี่แหละ
วันนี้ซื้อหวย ในใจลึก ๆ ลึ๊กกกกก ลึก ขอให้มันถูกหวย จะได้ไปพ้น ๆ จากตรงนี้ซะที ก็เหมือนคนไทย ซื้อหวยเพราะว่าหวังฟลุกนั่นแหละ ชีวิตจะได้ดีขึ้นซะที โอกาสถูกรางวัลสูง ๆ ก็น้อยอะนะ แต่ก็ซื้อไปอย่างนั้นแหละ ตามกระจิตกระใจของคนที่ไม่รู้จะทำยังไงดี

เมื่อคืนไม่นอน เย็นนี้มาเลยนอน ใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ อยากหลับเมื่อไหร่ก็หลับ อยากกินเมื่อไหร่ก็กิน ไร้สาระไปวัน ๆ

พ่อโทรมา เรากำลังนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียง

พ่อก็คงโทรมาทั่วไปแหละ เราบอกพ่อว่าไม่ได้ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องเรียนมาสองอาทิตย์แล้ว ใช้ชีวิตไปวัน ๆ พ่อก็บอกว่า ไม่เป็นไร เรายังมีเวลาอีกเยอะ เราก็คิดว่าจะค่อย ๆ ทำไป ๆ อะนะ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ค่อย ๆ ก้าว ตอนนี้มันหยุดก้าวไปเลย ไม่อยากทำอะไรที่เกี่ยวกับเรียนเลย เปเปอร์นี่ก็แบกไปแบกมา หวังว่าจะได้อ่านมัน อยู่ในกระเป๋าจนจะยับไปหมดแล้วเนี่ย

ปกติเรากับพ่อหรือกับครอบครัวคนอื่นก็ไม่ค่อยได้คุยกันอะนะ หมายความว่าไม่ได้ตามติดว่า ตอนนี้ลูกกำลังทำอะไรอยู่ ลูกจะกินข้าวกับอะไร ลูกอยู่ที่ไหน อะไรยังไง นาน ๆ ทีสามสี่วันหรืออาทิตย์นึง พ่อแม่ก็จะโทรมาคุยซักที

พ่อบอกว่า พ่อจะมารับกลับบ้าน วันศุกร์หรือวันอาทิตย์ ไม่รู้ว่าพ่อว่างวันไหน กลับบ้านไปอยู่กับคนที่เรารัก....และรักเรา เราไม่อยากกลับอะ ไม่รู้จะกลับไปทำไม อยู่บ้านก็อยู่แต่บ้าน ไม่รู้จะทำอะไรอีก ช่วงนี้เป็นอารมณ์ที่ว่า "ไม่รู้จะทำอะไร ไปเพื่ออะไร" การที่เรามีปัญหากับชีวิตก็เป็นอย่างงี้แหละ อารมณ์คนเรานี่เข้าใจยาก

บอกพ่อว่าอยากลาออก พ่อก็พูดทำนองว่ากลับบ้านไปคุยกันก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที เราน่ะอยากจะลาออก เรามองไม่เห็นทางเลยจริง ๆ ว่าจะทำยังไงให้เรียนจบ เราเสียเซลฟ์มาก ๆ ไม่มีความมั่นใจ ไม่อยากเจออาจารย์

พอจะวางโทรศัพท์พ่อบอกว่า "พ่อรักลูกนะ" เราก็บอกว่าเราก็รักพ่อเหมือนกัน นาน ๆ บอกรักกันที

วางโทรศัพท์เสร็จน้ำตาไหลพราก ๆๆๆ เลย อะไรไม่รู้วิ่งเข้ามาในหัว รู้สึกว่าพ่อแม่รักเรา เราทำตัวไม่ได้เรื่องเลย แต่จะให้ทำยังไงล่ะ โอ้วววว เกิดความคับข้องใจ มีความขัดแย้งอยู่ในใจ

พ่อบอกว่าลุกขึ้นมาไปหาอะไรกิน เด๋วไปหาอะไรกินดีกว่า

ฮาจริง รวมกระทู้คนพิมพ์ผิดในพันทิป+ชื่อนามสกุลแปลก ๆ

วันนี้เราเข้าห้องก้นครัว เห็นกระทู้แนะนำ
"อาหารว่าวที่ชอบทำหรือทานของแต่ละ ท่านคืออะไรครับ ??"
เออ ขึ้นเป็นกระทู้แนะนำได้นะ แล้วความเห็นหนึ่งในนั้นบอกว่า จขกท. มีแรงบันดาลใจมาจาก FWD ที่อย่าตั้งชื่อกระทู้ผิดจากพันทิปหรือเปล่าคะ เราก็เลยไปเซิชดูว่าฟอร์เวิร์ดเมลล์นั้นมันว่ายังไง เซิชเจอ อ่านแล้วขำอะ ฮาดี ช่วยให้ใจที่ห่อเหี่ยวมัน พองขึ้นอีกนิด

ขออนุญาตก๊อปมาวางโดยไม่ขออนุญาตคนที่ก๊อปมาวางก่อนหน้านะ ไม่รู้จะให้เครดิตใคร อยากจะให้เครดิตคนที่เขียนเริ่มต้นจริง ๆ น่ะ แต่คงหาไม่เจอแล้วมั้ง
เอาเหอะ เพื่อขำ ๆ ม่ะ ๆๆ

ฮามาก..รวมคนพิมพ์ผิดจากพันทิป ไม่ได้อ่านแล้วจะเสียดาย

' ลูกชายผมสองขวบมีไข่สูงมากให้กินพาราได้ไหม ขอคำตอบด่วนครับ'
answer***ผู้เชี่ยวชาญเรื่องไข่ มาตอบด่วนค่ะ

' แฟนเป็นคนเสียว ดังมากครับ ผมอายคนอื่นเค้า ผมจะเตือนเธอยังไงดีครับ'
answer***แนะนำให้ว่าเวลาจะมี อะไรกันให้หาอะไรให้เธอกัดครับ เวลาเธอเสียวก็จะ
ไม่ค่อยมีเสียงเล็ดรอดออกมา

' กลุ้มใจจัง แฟนเราเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ค่อยจะอม ใครง่าย ๆ'
answer***ดีแล้วล่ะคะ

' มีพี่ที่ทำงานคนนึงเพิ่งเข้ามาทำงาน เธอเป็นลูกน้องผมแต่อายุแก่กว่าผมมาก
ผมจะสอยเธอยังไงดี! ครับถึงจะไม่น่าเกลียด'
answer***ความจริงน่าจะสอยพวกเด็ก ๆ ใหม่ ๆ นะครับ ถ้าอยากสอยเธอจริง ๆ ก็ท่า
พื้นฐานไปก่อนครับ พอเคย ๆ กันแล้วค่อยเปลี่ยนท่าสอยครับ แค่นั้นก็ไม่น่าเกลียด
แล้วครับ

' ถ้าง่วงก็ลองเคี้ยวหมาฝรั่งดูสิคะเผื่อจะหาย'
answer***ไม่ไหวค่ะกลัวมันกัดเอา

' เดือนหน้าดิฉันจะมีเพื่อนฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทย เค้าชอบช้างมากค่ะ
ช่วยแนะนำทัวร์ที่มีโปรแกรมขี้ช้างให้หน่อยได้มั้ยคะ'
answer***ไม่มีมั้งค่ะโปรแกรมนี้

' เจอรูแฟนเก่าในโทรศัพท์มือถือแฟน หมายความว่ายังงัย'
answer***ความสามารถในการแยกแยะสูงจริง ๆ เลยค่ะเห็นแค่รูรู้เลยว่ารู ใครเป็นรู
ใคร

' อยากไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง ที่ปิดไฟมืด ๆ
แล้วฉายภาพดาวน่ะค่ะไม่ทราบว่าเข้าชมฟรีรึต้องเสียตัวด้วยรึ ป่าวคะ'
answer***เอ่อ! ไม่อยากมาเที่ยวบ้านผมบ้างเหรอ?? แต่ไม่ได้ชมฟรีนะครับบ้านผม

' ข่าวดีค่ะปลื้มใจอยากบอก ไปขยายรูแต่งงานมาแล้ว ออกมาสวยมาก ๆ
ขนาดแฟนเป็นคนไม่ค่อยพูด ยังออกปากชม ไม่รู้มาก่อนว่าดีแบบนี้ เพื่อน ๆ
ไปขยายที่ไหนกับบ้างคะ'
answer***เรื่องนี้เก็บไว้ 2 คนก็ได้ครับ ไม่ต้องเอามา post เขิน ๆ ไงไม่รู้
เอ่ อ! ของแฟนใหญ่มากเหรอครับ ถึงต้องไปขยายรูแต่งงานของคุณมา

' พี่ ๆ ครับ ผมจะไปสอบใบขับขี่พรุ่งนี้แต่ ผมยังไม่ชำนาญ เรื่องการถอยรถเข้า
ซ่องเลย ใครพอแนะนำเทคนิคได้บ้างครับ'
answer***แนะนำให้ดื่มเบียร์ เข้าไปสักขวด แล้วไปแท๊กซี่ดีกว่าครับ สถานที่อย่าง
นั้นใครเห็นรถเราเข้าไปมันไม่ น่าดู เสร็จกิจแล้วก็นั่งแท๊กซี่กลับครับ

' ถามเลขาค่ะ พานายฝรั่งไปไหนดีไม่ชอบซิสเลอร์เลย วันก่อนไปกินกับนายฝรั่งหลาย
คน สั่งไส้กรอกรวมกินกันแล้วปรากฏว่าบรรยากาศเงี่ยนมาก ๆ'
answer***บรรยากาศน่ากลัวนะคะ ! ฝรั่งเยอะด้วย

' ผมมีปัญหากับแฟนใหม่ของเธอครับ ไม่น่าคิดมากเลย แค่โทรเรียกเธอมาเจอเพราะอยากเลียร์ ให้มันสบายใจทั้งสองฝ่าย'
answer***ว่าแต่ว่าเขาจะยอมทั้งสองคนเลย เหรอ?

' ขอถามหน่อยค่ะ ใบพลูเดี๋ยวนี้หาซื้อได้ที่ไหน คุณยายข้างบ้านกินแต่
หมา เปล่า ๆ มานานแล้ว บอกว่าเคี้ยวไม่อร่อย'
answer***กินหมาแทนพลู เลยเหรอค่ะ

' แถวสี่พระยามีร้านอัดรูดี ๆ มั้ยครับ อ้อ แล้วรูขนาด 4' x 6' นี่จะเล็กไปมั้ย
ครับ'
answer***รูขนาดนั้นไม่เล็กแล้วครับ อย่างนั้นเค้าเรียกบานครับ

' จะไปเชียงใหม่ค่ะหนุ่มคนเมืองที่ไหนพอแนะนำได้บ้างคะ อยากถามว่า
ขนมจีนน้ำเจี๊ยวที่ไหนอร่อยบ้าง'
answer***ถ้าเจอที่ไหนอร่อย ๆ อย่าลืมกลับมาแน่ะนำด้วยนะคะ

'จิงๆหงษ์น่าจะไม่แพ้เป็นอย่างน้อยถ้า(ตั้งช้าหน่อยครับเพิ่งว่าว)'
answer***ทราบแล้วเปลี่ยนค่ะ ว่า เจ้าของกระทู้ยังโสด

'ผมตกขาวมากเลยครับ เกือบไม่ได้ไปดูงาน NIKON DAY 2006 '
answer***นึกว่าเป็นแต่ผู้หญิงผู้ชายก็ตกเหมือนกันเหรอค่ะ

'นศ หญิงสมัยนี้ทำไมชอบใส่เสื้อชายสั้นๆ แล้วปล่อยให้หอยออกมาอยู่ นอกกระโปรงกัน
นะ ไม่น่ารักเลย'
answer***ขนาดนั้นเลยเหรอค่ะ

'ผมหา ลึงค์ กระทู้หมาฝรั่งไม่เจอแล้วสิ'
answer***คงอยู่ที่เดียวกันกะหมาไทยล่ะค่ะดิฉันว่า

'ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพฺ์วันเดียว ตกขาวเลยละเธอ'
answer***โหน่ากลัวเนาะ พรุ่งนี้ต้องรีบหาอ่านแล้วล่ะ

'ถามท่านผู้รู้ หน่อยคับ : ทำไงดีคับ เครื่องเสียวผมใช้งานไม่ได้'
answer***ไม่มีความเห็นค่ะ รอผู้รู้มาตอบละกัน

------------------------------------------------------------------------------------------

จำได้ว่าเมื่อก๊อนนนนน โอ่ นานมาก ที่เล่นเน็ตใหม่ ๆ อยู่ม.ปลายได้ มีบทความอันนึงที่เกี่ยวกับคนชื่อแปลก ๆ เราอ่านแล้วฮามากเลย หัวเราะน้ำตาไหลเลย เพราะว่าบทความมันยาวมากก็เลยฮานาน เห่อ ๆ วันหลังค่อยเอามาแปะ เอ...หรือวันนี้เลยดี เด๋วไปหาก่อน

 เคยเจอผู้ชาย ชื่อ แขน ไม่รู้แปลกหรือเปล่า

คนนี้ชื่อไม่ แปลกแต่แปลกตรงนามสกุล
เขารับปริญญาต่อจากเรา สายใจ เกาะมหาสนุก

สม ศักดิ์ หวังกระแทกคาง
มีคนข้างบ้านชื่อ นางสาวขี้หมา หล่ะ เห็นชื่อนี้ในทะเบียนบ้านเค้าเลย

เคยมีเพื่อนร่วมห้องชื่อว่า นิ้งนิ้ง อ่ะ
อาจารย์ถามแล้วถามอีกว่าชื่อนี้จริงเหรอ
ส่วนอีกคนนาม สกุลประหลาดว่า จู๋ยืนยง
คุณผู้หญิงกล้าแต่งงานกับเขาไหมล่ะ

เคย มีเพื่อนรุ่นพี่ชื่อ กันภัย สูญสิ้นภัย

มีลูกค้าที่ทำงานเราคนนึง ชื่อว่า ท้ายรถ ( ชาย )

และอีกคนนามสกุล จู๋กระจ่าง ( ชาย ) เวลาเค้ามาจ่ายค่างวด
พนักงานคนไหนที่ทำหน้าที่ออกใบเส็จต้องกลั้น หัวเราะแทบสิ้นลม

คนไข้คนนึงชื่อ นางสาว กันลืม
กับอีกคน นามสกุล ชอบนอนหงาย

รุ่นน้องสมัยประถม ชื่อ สุดสวย โชคดีหน่อยที่เค้าค่อนข้างสวยน่ะนะ
อีกคนเรียนคณะเดียวกัน นามสกุล "หนึ่งในยุทธจักร"

รรรรรร อ่านว่า ระ-รัน-รอน คิดได้ไงเนี่ย ได้ยินว่าเป็นฝาแฝดด้วยมั้ง
อีกคน ระ-รอน-รัน

ที่ทำงานมีคนนึง ชื่อ ชัดเจน เค๊าจะมีหน้าที่คอยรับแฟกซ์
พอลูกค้าแฟกซ์มา ลูกค้าจะต้องโทรสอบถามว่า
"ได้รับแฟกซ์ยังค๊า...ชัดมั๊ยค๊า...ไม่ทราบ ใครรับสายค๊า.."

"ค่า..ใครรับสายค่ะ"

"รู้แล้วค่าว่าชัด แล้วใครรับสายค่ะ..."
....อย่างงี้ประจำ

มีอีกคนชื่อ ยินดี
เจอ เหตุการณ์คล้ายๆกัน
ยินดีค่ะ..อ๋อ..ยินดีค่ะ....!

ลูกศิษย์ของ ป้า ของหนูดี เขาเป็นผู้ชาย
นามสกุล จ้องผสมพันธุ์ กับกางมุ้งคอย
เป็น ผู้ชายค่ะ มีจริง ๆ นะคะ เป็นคนจังหวัดเพชรบุรีค่ะ

เคยมีเพื่อนชื่อ ชะรอยจุติมา เรียน วารสาร ธรรมศาสตร์
ส่วนอีกคนเล่าว่าเขามีเพื่อนชื่อ นส. แลคโตเย่น
ชื่อจริง หมอสูติ ตั้งให้ เรียนที่ มช.

อึม ๆ มีเพื่อนชื่อ สงคราม กะ สันติสุข
อะ...สองคนนี้ก็เป็นเพื่อนกันด้วย...

มา อีกรอบชื่อเพื่อนคนละห้องตอนม.ปลาย
ชื่อ นักรบ นามสกุล ชนะราวี
น้อง ชื่อ สงคราม ชนะราวี

เพื่อนเก่าสมัยมัธยมต้น ชื่อคำรน นามสกุล กระจับเผือก
คำรน กระจับเผือก

คนที่ผมเห็นแล้วอึ้ง
ต้องลอง ไปอ่านปกในของอัลบั้ม นายเอ้
กับเรื่องราวในกรุงเทพ
ของร่องเสียงลำ ใยครับ... ชื่อนาย อสุระจิ พุ่งโชติ
เคยไปถามพี่ฮาร์ทว่า ชื่อคนเหรอพี่.....
พี่ฮาร์ทแค่หัวเราะ หึ หึ หึ แล้วไม่ตอบอะไร ฮ่าๆๆ
ใคร เจอก็ลองถามไถ่กันเอาเองนะครับ...

ดร. บุญกึ่งพุทธกาล เคยสอนอยู่ที่ ม.พายัพ เชียงใหม่

นายอำนวย ป๊อกแป๊ก สอบได้ที่ 1 ด้วยล่ะ ชื่อติดบอร์ดหรา
แล้วก็มีคนนามสกุล หงษ์สามสิบเจ็ด
มีคนมือ บอนไปเติมวงเล็บไว้ข้างหลังนามสกุลเค้าด้วย
เป็น หงษ์สามสิบเจ็ด(ตัว)

นาย ชายไทย รักษาชาติ
นางสาวสายชม ---- ที่มาของชื่อ พ่อชื่อสมชาย (จริงๆนะ)

นายสืบสกุล จนสันเทียะ
แล้วก็มีนามสกุลประเภท -------------
กางมุ้งรอ ตุ้ยตามพันธุ์ สืบพันธุ์ดี โคกงามดี--- อะไรเทือกนี้แหละ

(ที่บ้านทำกิจการ มีทะเบียนลูกค้าชื่อนามสกุลแปลกๆเยอะเลย)

ลูกคนขับรถ ชื่อจริง สมศักดิ์ ชื่อเล่น สมบูรณ์

อีกคนนึง มีแต่ลูกชาย 4 คน พอได้ลูกสาวดีใจ
จะตั้งชื่อลูกว่า โล่งฟ้า (เกิดตอนฟ้าใสน่ะ) แต่แม่เด็กไม่ยอม
ให้เปลี่ยนเป็นชื่อจริง แจ๋วฟ้า ชื่อเล่น แจ๋ว

ฬี ฬา อ่านว่า ลีลา

เคยได้ยินเด็กผู้หญิงชื่อ "คิดถึงเสมอ" ครับ
ไม่ แปลกมาก แต่เพราะดี

เพื่อนเป็นคนอินเดียค่ะ ชื่อว่า น.ส.รูห สระอี ค่ะ
จะเรียกทีคิดหนักเลยค่ะเลยต้องตั้งชื่อให้ใหม่ค่ะ
เพื่อนคนไทย จะได้เรียกสบายปาก..เหอะๆๆๆ

เพื่อนสมัยเรียน มอหกครับ ชื่อ นุชหนุ่ย
(อันนี้ชื่อจริงๆครับแทบไม่น่าเชื่อ แต่มันก็จริง เพราะลงในบัตรประชาชนชัดเจน)

นามสกุล"เจ็ดพี่น้องร่วมใจ" เคยได้ยินเหมือนกันเป็นเด็ก ม.เกษตร
แล้วมีอีกนามสกุลหนึ่ง แปลกดี "ชิ้นงูเหลือม"
สงสัยจะได้เจอคนที่นามสกุล "ปราบงูเหลือม"เข้า
เลยกลาย เป็นชิ้นงูเหลือม สองคนนี้เขาทำงานที่เดียวกันด้วยนะ

อันนี้ไม่แปลก นะแต่ขำ ไม่รู้คนอื่นจะขำป่าว
คือมีเพื่อนคณะเดียวกัน สองคน ชื่อเรียงต่อกัน เวลาเช็คชื่อจะฮา มาก
นายสมพล วงษ์คนดี (มาครับ)> นายสมยศ ดีกว่า มาครับ

มีเพื่อนชื่อ "นนนนน" อ่านว่า นน-นะ-นน
อีก คนนามสกุล "มะกรูดอินทร์"
ผมชอบนามสกุล "ถนัดใช้ปืน"
ฟังแล้วนึกถึง คนที่นามสกุล "เก่งระดมยิง" น่ะ

มีรุ่นพี่อีกคน ชื่อ "ดาวประกายรายฟ้า" ด้วยล่ะ

ลูกชายเพื่อน ชื่อ ภคว (ภะ-คะ-วะ) ฟังแล้วสงสารเด็กไม่รู้ตั้งไปได้ไง

ส่วนน้องสาวเคยตั้งใจจะให้ลูก ชื่อ "ปราบอาชญา"
ชื่อเล่น "แม็กนั่ม"
เนื่องจากแฟนเก่าเป็นนายร้อย

ส่วนพี่สาวพวกเราพร้อมใจจะตั้งให้ว่า "ฟ้ามิอาจกั้น"
ชื่อเล่น "ลอดช่อง"
เนื่องจากแฟนเก่า พ่อกับแม่ขัดขวางความรัก

ลูกพี่ ลูกน้อง ตอนแรกเกิด ชื่อเด็กชายแย้น้อย คับ เหอเหอ
เห็นจากสูติบัตรน่ะ นะ

อีกชื่อที่ชอบคือรุ่นพี่ ชื่อโชว์เดียร์
เพราะป๊ะป๋าเค้า ชื่อโชว์คับ
เลยได้ชื่อว่า เป็นที่รักของโชว์
คนนี้มีน้องชื่อโชว์ ด้าคับ

แล้วก้อพ่อผมเอง ชื่อเล่นชื่อฮีโร่คับ เด็กๆ ผมโดนล้อประจำ
ฮีโร่ มัยซินออยเม้นเด้อ เหอเหอ
อา น้องชายพ่อเลยได้แถมมา ชื่อเล่นว่าฮีร่าคับ

อีกชื่อ ป้าผมเอง เค้าชื่อนาเย็นคับ
ไม่ เคยถามความหมายหรือที่มาแฮะ

มีเพื่อนคนนึงชื่อ "เหมือนพ่อ"ส่วนน้องชายชื่อ "เหมือนพี่

เพื่อนประถม สองคนพี่น้อง คนพี่ ชื่อ ยอดขุนพล คนน้อง ชื่อ ผจญศึก
คนพี่นี่ หน้าตาเหมือนคนเป็นเอ๋อ เรียนห้องเดียวกัน
แต่ทำไมคนน้องหล่อมากก็ไม่ รู้ เวลาเล่าให้ใครฟัง ขำกลิ้งเลย

พี่ที่ทำงานบอกว่าน้องที่ทำงาน เก่าชื่อ สองโลเจ็ด
ตอนเกิดมาหนัก 2โล7ขีด

เคยมีเพื่อนชื่อ "เซ็ง"

เพื่อนอีกคนนึงชื่อ "ใกล้รุ่ง สมสู่" ......
ความหมาย มันอาจจะลึกซึ้งไปบ้างแปลกันเอาเองนะคะ

มาอีกรอบหนึ่ง พอ.การุณ เก่งระดมยิง รู้จักหรือคุ้น ๆ กันไม๊
ตอนเด็กๆ นี่พ่อเล่าให้ฟังว่า เจ้านายพ่อเค้า "เจาะเกราะ" น่ะเป็นลูกคนจีน
มีความเชื่อกันว่าถ้าลูก ชื่อพิลึกๆ แล้วจะได้มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน มีเมียเป็นฝรั่งด้วยนะ

คิด ไปคิดมาน้องชายเราก็ชื่อแปลกเหมือนกัน "พันชั่ง"
แต่เวลาอาจารย์เรียก ชอบเรียก X ร้อยกิโล
น่าสงสารพ่อเค้ามีความเชื่อคล้ายๆกับของ พ่อแม่เจ้านายเค้ามั้ง
โชคดีที่ไม่เอามาตั้งชื่อเรา

ลูกคนโตของ รุ่นพี่ชื่อ คล้ายย่า พอมีคนที่สองก็กลัวแม่ตัวน้อยใจ
เลยตั้งว่า เหมือนม่า

แม่ของคนงานที่บ้านมีพี่น้องสี่คน เช้า สาย บ่าย เย็น
ตาย หมดแล้ว เหลือน้าบ่ายคนเดียว

แบบว่า เพื่อนที่ห้องอ่ะค่ะ
ชื่อ เรียง ตอนแรกนู๋ก้อแบบ เรียง... เรียงอะไรอ่ะ... มาจากคำว่าอะไร
พอไป ถามเจ้าตัวถึงได้รู้ว่ามาจาก เรียงเบอร์
ส่วนพี่สาวเค้าชื่อ ล็อตเตอรี่อ่ะค่ะ

เรามีเพื่อนตอนประถม ชื่อ ต้องการ เขามีน้องชายชื่อ ตามการ
ส่วน ตาช้างน้อย รุ่นน้องโต๊ะเราเอง (รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์)
เพิ่งทราบจากกระทู้ว่าตอนนี้เป็นประธานชมรม เชียร์ละ
ถ้าช้างน้อยเข้ามา ฝากชม หลีดสวยมากปีนี้ อิอิ

ช้าง น้อยมีพี่ชื่อ พี่ช้างต้น(เศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ)
พี่ช้างพลาย (วิศวะ เกษตรฯ)
พวกเราเคยอำเพื่อนที่ซื่อมากคนหนึ่งว่า
"เฮ้ยช้างน้อยมี น้องสาวชื่อช้างพังนะแก"
......เพื่อนคนนั้นเชื่ออีก (แต่จริงๆไม่มีนะจ๊ะ)

พอมาเรียนที่นี่ เจอเพื่อนชื่อ โก X  เป็นผู้ชาย ชาว ภูฐาน
ส่วนตัวเราเองชื่อ เดือนสิบ น้องชายชื่อปกป้อง อิอิ แปลกบ้างไหมนะ

อันนี้เรื่องจริง ตอนเด็ก เด็ก มีเพื่อนไม่ได้ใช้นามสกุล แต่ใช้แซ่
ซึ่งเป็นแซ่ที่ผมไม่เคยเจอ และคงจะไม่ได้เจออีกแล้ว
เพราะเปลี่ยนเป็นนามสกุลแล้ว(จากที่ทราบล่า สุด)
อ้อ ! มัน" แซ่ X " ครับ
เพื่อน เพื่อนเรียก X  X   X  X  ฮามาก
มันบอกว่าพ่อมันไม่ยอมเปลี่ยนนาม สกุล
หรือถ้าจะเปลี่ยนก็เหมือนกับชาวจีนส่วนใหญ่ที่มักเอาแซ่เดิมมาไว้ ข้างหน้า
และอาจจะตามด้วยความหมายอื่นๆ หรือตามด้วยอาชีพของครอบครัว
อัน นี้มันเล่าเองว่า พ่อมันบอกว่าเปลี่ยนเป็นนามสกุลก็ได้
แล้วทีนี้บ้าน มันขายพวกเครื่องจักรเก่า เก่า
พ่อมันจะตั้งเป็น "  X  X วชาญ กล"
ตั้งแต่นั้นไม่มีใครในบ้านเรียกร้องจะเปลี่ยนนามสกุลอีกเลย

มี คุณป้าอยู่คนนึงนามสกุล โดนอม อ่านว่า โด-นอม นะ อิอิอิ

ว่าจะ ไม่postเข้ามาแล้วนะ(กลัวเพื่อนมาอ่านเจอ) แต่ขอซะหน่อย
เพื่อนเราชื่อ ดาลัดดาว
ชื่อเล่นจริงๆ ชื่อฝน ชื่อเล่น(แบบเล่นๆ) ชื่อ ด๊าวดาว

อีก คนเพื่อนสมัยมหาลัย ชื่อ ตะเกียบ ลำบากเพื่อนๆ
ตอนถูกรับ น้อง(ว๊าก)จริงๆเลย
ต้องกลั้นหัวเราะแทบตาย
อีกคนเป็นรุ่นน้องที่ คณะนามสกุล "กล้วยหอม" ล่ะ

ชื่อลูกค้าบริษัทเรา ชื่อ นาย คอ วอ ยอ นามสกุล มันยังเล็ก (มีอยู่จริง)
อีกคนชื่อนาย หนุ่มบ้านนา นามสกุล บาดตาสาว
ขออีกคนชื่อนาย ปิ้งไก่ (ชื่อเล่น)

เพื่อนผมชื่อ แสน นามสกุล สระใจ
เรียกรวมๆแล้วฮาดีว่ะ

มีอ่ะ นามสกุล "บัวคุณสวยจริงนะ"

เพื่อนสมัยประถมชื่อ หญิงสยาม อ่ะ พี่ชายเค้าชื่อ หนุ่มสยาม
พูดแล้วคิดถึงจัง

เออ...มีอีกอัน พึ่งนึกได้ อาจารย์เคยเล่าให้ฟังว่า นามสกุล บาฑุกา
ที่เอาไปตั้งเป็น ชื่อร้านรองเท้าอ่ะนะ
เป็นนามสกุลพระราชทานจาก รัชกาลที่6
ท่านพระ ราชทานให้ช่างทำรองพระบาทส่วนพระองค์
เอามาจากคำว่า บาทากู บาทากู---บาฑุกา เจ๋งดี

ตอนประถม มีรุ่นพี่ชื่อ อากาศ นามสกุล ปลอดโปร่ง
เวลาเรียกก็เรียกชื่อนามสกุลไปเลยทีเดียว ฮิฮิ

เพื่อน ที่เค้ามีสามพี่น้องชื่อจริงว่า
สร้อยฟ้าลดาวัลย์
แจ่มจันทร์นฤมล
ขนิษฐา นภาดล
นามสกุล ช่วยประสิทธิ์ เคยเรียนกับเพื่อนที่ชื่อแจ่มจันทร์นฤมล
นิสัย น่ารักดี

เคยดูรายการคู่สร้าง คู่สมตอนเด็กๆ
คนมารายการ ชื่อ สรอท นามสกุล สังกะสี
คุณ ดำรง พุฒตาล หัวเราะจนแทบจัดรายการต่อไม่ได้

มี ลูกศิษย์ของพ่อเรานามสกุล จันทร์ป้อดแป้ด, อ่อนระยับ, อ่อนสนิท ,ใจดำ
เพื่อน เราที่รร. มีคนนึงนามสกุล จู๋ในเมือง
(ไม่ทราบว่าไปทำอะไรในเมือง)
อีก คน จู๋หมื่นไว

วันก่อนไปรับปริญญา ได้ยินเขาเรียกคนนามสกุล พิสูจน์จักรวาล ด้วยแหละ
งานเดียวกันกับคนที่นามสกุล เศรษฐีใจเย็น น่ะ

มี คุณหมอที่รู้จัก2ท่าน ท่านแรกชื่อ แท้จริง ท่านที่2ชื่อ เทียม
เลือกเอา เวลาหาหมอ จะหาหมอแท้จริงหรือหมอเทียม

อ่านมาก็เยอะไม่รู้จะแปลก หรือเปล่าก็แถวบ้านเรามีคนชื่อ"ขี้ควาย" ด้วย
แล้วก็เพื่อนเราเองก็ ชื่อ....นามสกุลลำไย พวกเราก็เลยเรียกมันว่าไย
ส่วนชื่อเล่นมันจริงๆ ชื่อ บอย แต่พวกเราไม่เรียก
เพราะว่าพี่มันเพื่อนๆเค้าก็เรียกไยเหมือน กัน
เวลาโทรไปที เค้าก็เลยต้องถามว่าจะเอาไยที่เรียนไหน

ครู โรงเรียนเก่านามสกุล สายหมี อีกคนนามสกุล สายยืด
เพื่อนสมัยเรียนเตรียม นามสกุล ส้มเขียวหวาน แม่เพื่อนอีกคนชื่อ
ทุเรียน (ไม่รู้ตลาดเดียวกันรึเปล่า)
แม่บอกเพื่อนสมัยเรียนมีชื่อ สิริมา นามสกุล สิริไปล์ (ไปๆมาๆ สนุกดี)
ลูกศิษย์แม่ชื่อ จอมหัทยาสนิท
เคย เห็นว่ามีนามสกุล พิมพ์ดีด, โก้งโค้งขุดดิน ด้วย
อ้อ มีนามสกุล ชาวไร่ใจดี (คู่กับ เศรษฐีใจเย็น)
อีกอัน สามมิติ กับอีกคนที่นามสกุล กูใหญ่น่ะ เป็นรุ่นพี่อักษรทั้งคู่เลย
ในคณะอักษรสมัยเรา ก็จะมีนามสกุล ชูศรี ชูดวง ชูเมือง
(ไม่ขำหรอกแต่มันชูๆ เหมือนกัน)


ถ้า ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นชื่อ นามสกุลใคร ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย
ไม่ได้มี เจตนาล้อเลียนแต่อย่างใด

สมัยเรียน ร.ด. มีผู้ชายคนหนึ่งชื่อ ขนเพชร

มีอีก...เพื่อนพี่สาวโทรมา ข้าพเจ้ารับสายเอง...
"ใคร ต้องการพูดด้วยฮะ?"
.....เพื่อนค่ะ.....
"ใครนะฮะ?"
.....เพื่อน ค่ะ....
"แล้วจะให้บอกว่าใครโทรมาฮะ???"
.....เพื่อนค่ะ.....
"เพื่อน ชื่ออะไรฮะ?????"
.....ชื่อ 'เพื่อน' ค่ะ.....
".....(แป่ว).....ขอ โทษฮะ จะไปตามให้เดี๋ยวนี้....."
จนบัดนี้ยังโดนพี่สาวล้อเรื่องนี้ บ่อยๆ เฮ้อ...

ขึ้นรถเมล์ แล้วเจอเด็กผู้หญิง ปักเสื้อนักเรียนชื่อว่า "สีแดง" นามสกุล "แสงดี"
เจอเป็นสิบปีแล้ว ป่านนี้น้องคนนั้นคงโตเป็นสาวแล้วครับ

ที่บริษัทฯ มี สมหญิง กางมุ้งคอย
อวยพร ทิ้งโคตร
(ชื่ออะไรไม่ทราบ) นามสกุล จ้องสืบพันธ์
(ชื่ออะไรไม่ทราบ) นามสกุล เอาแต่ตระกูล
ยังมีอีก แต่ จำไม่ได้ นึกก่อนค่ะ

20 Facts That Foreigners Misunderstand about Thais and Thailand

The first thing is i'm Thai. I just read some topics on pantip.com/cafe/klaibaan about something foreigners misunderstand about Thais and Thailand. I just want to make summary and plus my opinions. Nothing seriously just enjoy it haha.

  1. Thailand is not Taiwan.
  2. Prostitutes are illegal. Yes it true. Don't you believe?
  3. At this time 2010, No one ride an elephant to go to school/work.
  4. We have cars and roads.
  5. We have TV. and do i have to tell you we also have computer haha :D
  6. We have 7-11, McDonald's, Starbucks, Burger king, etc.
  7. No one wear headdress or Thai crown in general daily life.
  8. The main food in Thailand is rice not bugs or dogs.
  9. Bangkok is the capital city of Thailand.
  10. You can not rent horse and travel around the city.
  11. You can not take Tuk-Tuk from Bangkok to Chiang Mai.
  12. We do have airplanes and airports.
  13. The main language we speak is Thai. Not all of Thai people can speak English.
  14. The name of places sometime it's not pronounce as it has written.
  15. We drive in the left lane.
  16. Not all of Thai women can do ping pong show. Yuck! pass me the sick bag!
  17. Not all beautiful women are lady boy.
  18. We do not have snow here.
  19. We use spoon and fork for eating not hands or chopsticks. but we use chopsticks for noodles ho yeah sometime rice. every rule has the the exception. don't be serious. haha.
  20. Thai smile not only mean they are happy but sometime it can mean they are confused, embarrassed, etc. We quite shy then we keep our real feeling inside. We don't like confrontation so we just always smile but inside FUUUUUCCCCKK YOUUUUUU!! no i'm kidding :X.
That's all for today. bye.

Monday, April 5, 2010

ไม่รู้จะหาทางออกให้ตัวเองยังไงดี

ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้นที่เกี่ยวกับการเรียน สภาพเราตอนนี้....
1. ไม่อยากอ่านเปเปอร์
2. ไม่อยากไปหาอาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจค
3. ไม่อยากไปหาอาจารย์ที่ปรึกษาทั่วไป
4. ไม่อยากคุยกับพี่ที่ทำโปรเจคนั้นน่ะ ไม่ได้ว่าไม่ชอบพี่เค้านะ แต่ไม่อยากทำอะ อาจจะเป็นเพราะว่ายังคุยกันไม่เคลียร์ ว่าเราอยากจะแค่มาดูว่าเค้าทำงานกันยังไง ไม่ใช่มาทำงานด้วยเลย
5. รู้สึกว่านี่คือช่วงที่ตกต่ำที่สุดของชีวิต ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย
5.1 ไม่มีเพื่อน
5.2 หลับดึกมาก ตื่นสายมาก เอ...จะพูดว่าหลับเช้าตื่นบ่าย ก็คงจะเทือก ๆ นั้น
5.3 รู้สึกว่าตัวเองไม่มีประโยชน์ ไร้ค่า ไม่มีความสามารถ โง่ <-- ขนาดมองดูตัวเองยังเป็นได้ได้ขนาดนี้
5.4 อาจจะเป็นเพราะว่าหลาย ๆ อย่างที่กล่าวมา ทำให้เกิดอาการซึมเศร้า เบื่อ ไม่อยากทำอะไร
6. อยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตมากกว่าโลกแห่งความเป็นจริง
6.1 บางทีนั่งเล่นเน็ตนาน ๆ ทำให้ปวดหลัง
6.2 ทำอะไที่ทำซ้ำ ๆ เช่น เช็คเมลล์บ่อย ๆ ดูเฟสบุคบ่อย ๆ ดูทวิตเตอร์ อ่านกระทู้พันทิป เปิดเว็บคอร์ดเพลง นั่งเล่นกีตาร์หน้าคอม บางทีก็ถ่ายวีดีโอเล่นกีตาร์อัพลงเฟสบุค เรียกกระแสได้เป็นพัก ๆ อาจเป็นเพราะว่าเราต้องการเรียกร้องความสนใจให้คนมา comment หรือมาก like วีดีโอเรา เห่อ ๆ บางทีก็แอบอิจฉาเพื่อนบางคนที่พออัพเดท status ใน FB แล้วก็จะมีเพื่อนคนอื่นมาคอมเมนท์กันใหญ่เลย ช่างดูอบอุ่นดีแท้
7. ผวา โอ่ คำนี้ ใช้คำว่า ไงดีอะ ตระหนก อะไรประมาณนั้นน่ะ เวลามีเสียงโทรศัพท์เข้ามา กลัวว่าจะเป็นอาจารย์อะไรงี้ แต่พวก sms ที่เข้ามาส่วนใหญ่จะเป็นโฆษณาจาก AIS มั่งล่ะ เซ็งจริง ๆ
8. สภาพอารมณ์เราเป็นไปตามสภาพอากาศ เออนะคนเรา อย่างนี้ไปอยู่ที่ไหนดีล่ะเนี่ย
9. มีแมวที่หอเป็นเพื่อน เราเอาอาหารให้แมวกิน มันก็มาร้องแง้ว ๆ ที่หน้าห้อง(เฉพาะเวลาอาหารหมดเท่านั้นแหละ สำหรับน้องแมว เราก็คงทำได้เท่านี้)
10. ไม่สนใจวันที่ จะเมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้ they are the same เหมือน ๆ กันทุกวัน
11. อ่านหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยามากขึ้น เพราะคิดว่าสุขภาพจิตตัวเองเริ่มแย่ ต้องเข้าใจและออกไปจากสภาพนี้ให้ได้
12. ถ้าถูกหวย คงจะลาออก พอกันที ป.โท ห่วย ๆ จะเอามาทำไม เอามาเป็นเชื้อเพลิงจุดไฟสำหรับปิ้งจี๊นแค่นั่นแหละ
12.1 อ่าว ถ้าลาออกเอ็งต้องจ่าย 6xx,xxx นะเว้ย <-- เออ ตรูไม่น่าไปรับทุนมันมาเลย ลำบากตรูแท้ ๆ
13. มีความคิดหนึ่งแว่บเข้ามาว่า คณะวิทยาศาสตร์มีจำนวน นศ. มากกว่าคณะอื่น ๆ แต่ทำไมประเทศไทยไม่ยักกะมีนักวิทยาศาสตร์เยอะฟะ จบป.ตรีวิทยาศาสตร์ทำอะไรได้บ้าง
ตอบ general manager, พนักงาน front หน้าโรงแรม, แอร์(อาจจะไม่ได้เพราะช่วงนี้สถานการณ์แอร์ยังไม่ดี), ทัวร์, ขายมือถือ, ขายคอมพ์, ฯลฯ
มีเหมือนกันนะ เพื่อนที่จบไปแล้วทำงานในห้องแล็บน่ะ เลี้ยงเซลล์(animal cell culture) ไม่ก็เลี้ยงต้นไม้(plant tissue culture)น่ะ
อ้าว แล้วที่เหลือล่ะ ก็เรียนต่อไงครับพี่น้อง อาจารย์มหาลัยที่เห็นกันน่ะ เป็นนักเรียนทุนกันทั้งนั้นก็มาทำงานใช้ทุนกันในมหาลัยนี่ไง ใช้ทุนกันสิบยี่สิบปี คือใช้ทุนเสร็จก็แก่พอดี
14. เป็นความจริงที่ว่า คนที่ฆ่าตัวตาย เป็นเพราะว่าเค้าไม่รู้จะอยู่ไปทำไม ก็นั่นน่ะสิ อยู่ไปทำไม
14.1 คนที่ฆ่าตัวตายสำเร็จ มักจะมีสัญญาณบอกคนรอบข้างว่าจะฆ่าตัวตาย เช่น บ่นว่าอยากตายบ่อย ๆ แต่คนรอบข้างไม่สนใจและมักคิดว่าเค้าก็พูดไปอย่างนั้นแหละ
15. เรายังไม่ได้เขียนพินัยกรรม 555

Saturday, April 3, 2010

การตัดสินใจโดยใช้การหยั่งรู้จากภายใน

ในการตัดสินใจหลาย ๆ ครั้งของเรา บางทีเรามีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้วว่าจะทำอย่างไร
แต่เราก็เปลี่ยนการตัดสินใจไปเพราะคนรอบข้างไม่เห็นด้วย หรือไม่ก็เพราะเราคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจโดยใช้อารมณ์
บางครั้งเราจะคิดว่าการตัดสินใจโดยใช้สัญชาติญาณหรือจากการหยั่งรู้จากภายในเป็นเรื่องของการใช้อารมณ์ แต่จริง ๆ ไม่ได้เป็นอย่างนั้น สัญชาติญาณคือความรู้จากภายในจิตใจ มันอยู่เหนืออารมณ์ความรู้สึก

เราไปอ่านหนังสือมาเค้าบอกว่า "การหยั่งรู้ต้องการการลงมือทำ แล้วดูที่ผลลัพธ์ เมื่อคุณทำแบบนี้เป็นระยะเวลานาน คุณจะเข้าใจการหยั่งรู้จากภายใจไม่เคยผิด คุณสามารถใช้ความจริงอธิบายว่าคุณใช้มันในการตัดสินใจอย่างไร"

จากประสบการณ์ของเรา บางทีเราจะรู้สึกว่าเรื่องนี้น่ะ เราทำได้ แบบว่าเราจะทำ แต่คนรอบข้างจะเบรคเราทำให้เราไม่ได้ทำในหลาย ๆ เรื่องที่เราคิดว่าเราทำได้ บางทีมันก็เป็นแค่เรื่องง่าย ๆ น่ะ

1. เราขี่มอไซค์ข้ามจังหวัด จากเชียงใหม่ - ลำปาง แล้วก็ ลำปาง-เชียงใหม่ เราไม่ได้บอกใครก่อนนะว่าเราจะขี่ เราคิดว่ามันก็ไม่เห็นมีอะไรเลย ก็ขี่ ๆ ไปตามทาง ก่อนหน้านั้นเคยบอกว่าจะขี่ แต่ไม่มีใครเห็นด้วยเลย มาครั้งนี้ ขี่ไปก่อน สุดท้ายไปถึงที่หมายค่อยโทรบอกคนที่บ้าน haha

2. เดินไปเซเว่นตอนเที่ยงคืน ที่จริงเซเว่นก็อยู่ใกล้หอเราแค่นี้เอง เดินใส่ชุดนอนไปด้วยซ้ำ

3. แกะกล้องที่มันเกือบจะพัง(โดยมีความรู้อันน้อยนิด) แค่แกะมาเป็นชิ้น ๆ แล้วก็ประกอบใหม่ กล้องมันก็กลับมาดีเหมือนเดิม อันนี้อาจจะบังเอิญก็ได้ และก็อาจจะบังเอิญที่แกะแล้วดันประกอบกลับได้เหมือนเดิม haha

ตอนนี้นึกออกแค่นี้

กำลังมีความคิดว่า จะไปสมัครเป็น part-time ที่ burger king ดีมั้ยน้อ......หรือ mcdonald's หรือ starbucks ดี เพื่อตามหาความสมดุลในชีวิต คิดว่าชีวิตว่างมากไป....น้อ....

Stock Images

My latest images for sale at Shutterstock:

My most popular images for sale at Shutterstock: