Sunday, April 18, 2010

Talk to g

เฮ้อ กลับบ้านมาเล็บยาว ไม่ได้ตัดเลย พิมพ์คอมลำบาก
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เขียนหนังสือด้วย รู้สึกบังคับปากกายาก
วันนี้คุยกับแม่ แม่บอกว่าจะพาไปหาจิตแพทย์ สงสัยว่าเราจะเป็นโรคซึมเศร้า
เราก็ว่าอย่างนั้นแหละ ดูจากอาการ
ไม่อยากอ่านเปเปอร์
ไม่อยากเจออาจารย์
นอนทั้งวัน
ไม่อยากทำอะไร

วันนี้มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่ง เค้าเรียนมาด้วยกันกับเราตอนป.ตรี ให้เค้าชื่อ g เป็นนามสมมุติก็ละกัน
เค้าเป็นเด็กทุนพสวท.
เค้าเรียนต่อโทที่จุฬา
เรียนไปประมาณเทอมนึง
เค้าบอกว่า เค้าไม่ไปเรียนเดือนนึง อ.ก็โทรมาตาม
เค้าก็ไปแค่นั่งเรียน สอบ ๆ ซังกะตาย
ไปห้องสมุด หาเปเปอร์มายี่สิบสามสิบเปเปอร์ ปริ๊นออกมา ก็ไม่อ่าน เปเปอร์ท่วมหัว
ให้อ่านเปเปอร์ ไปนอนซะยังจะดีกว่า
เค้าเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเค้าเป็นโรคซึมเศร้า
จากนั้นเค้าก็ออกจากจุฬา บอกอ.ว่าจะออก ไม่ไปเขียนแม้กระทั่งใบลาออก
และบอกสสวท. <-- เอ๊ไม่แน่ใจ หน่วยงานต้นสังกัดให้ทุนอะไรซักอย่างนี่แหละว่าจะลาออก
ม่ะ เด๋วพี่คำนวณให้
7xx,xxx ที่ต้องซ่ายทุน
แม่เค้าเออลี่รีไทร์ เงินก้อนนั้นก็เอามาโปะใช้ทุน
เค้าไปอเมริกากับแม่
ไปเรียนภาษา ทำงานร้านอาหารไทย ทำตั้งแต่ สิบเอ็ดโมงเช้าถึงเที่ยงคืน 11 ชั่วโมงอะ ได้ค่าแรง $60-90 คือว่าวีซ่า F1 น่ะห้ามทำงาน แต่ตามร้านอาหารไทยก็จะมีพวกเด็กนักเรียนพวกนี้แหละทำงาน ค่าแรงก็คือเงินทิปนั่นแหละ สุดยอดแห่งการทำงานนะ เราไป work&travel วีซ่า J1 ทำงานได้ชั่วโมงละ $8-10 แต่เราทำวันละ 8 ชั่วโมงนะ
การทำงานที่ต้องใช้แรงงานในเวลานาน ๆ มันเหนื่อย เราเคยทำสองกะติดกัน ช่วงนั้นทำ 2 งาน ไปทำงานแรก บ่าย 2 ถึง 4 ทุ่ม งานต่อมาทำ 4 ทุ่มถึง 6 โมงเช้า วันนั้นขาไม่มีแรงจะเดินแล้ว ยังกะผีตายซาก มันปวดขาไปหมดเลย ตาก็แดงไม่ได้นอน ต้องแบกสังขารตัวเองกลับไปบ้านอีก แหม๊ทำไปได้

การทำงานใช้แรงงาน หมายถึงงานพวกฟาสฟู้ด ร้านอาหารอะไรงี้ มีข้อดีคือ
1. งานจบไปเป็นวัน ๆ ไม่ต้องหอบเอางานกลับมาทำที่บ้าน สบายใจมาก
2. ไม่ต้องใช้สมอง ไม่ปวดหัว สบายใจมาก
3. ได้ทิป พอประทังค่าแท็กซี่ได้บ้าง ค่าแท็กซี่โหดจริง ๆ
4. ได้คุยกับคนหลาย ๆ คน ยังไงก็ต้องมาซื้อของร้านเรา ฮ่าฮ่า
5. กินอะไรก็ได้ที่ขาย ฟรี จริง ๆ ควรจะจ่าย แต่ไม่จ่าย เพราะพนักงานคนอื่นก็ไม่จ่าย ฮ่า เราทำงานก็กินของที่มี เช่น กินสลัด แซนด์วิช โยเกริ์ต มัฟฟิ่น คุกกี้ กาแฟ ฯลฯ
ข้อเสีย
1. เมื่อยล้าจากการทำงาน ปวดตัว ปวดขา
2. ต้องบริการลูกค้า แต่ก็โอเค เป็นลูกค้ามาซื้อของ ลูกค้าเค้าอารมณ์ดี ไม่เรื่องมาก
3. ทำงานทุกอย่าง แคชเชียร์ยันเก็บขยะ เราก็โอเคนะ

นึกไม่ออกละ
ม่ะต่อ เพื่อนเราเค้าก็ทำงานร้านอาหาร ทำไปด้วยเรียนไปด้วย หนักพอสมควร แม่เค้าก็เลี้ยงเด็กอยู่ที่โน่น เค้าทำมา 1 ปี เก็บเงินได้ 1 แสน นี่ถ้าจะใช้ชีวิตแบบนี้ต้องทำซักหกปี ถึงจะพอซ่ายทุน(เรานะ) เป็นอะไรที่โหดมาก ถ้าคิดจะไปเก็บตังค์ที่อเมริกาแบบนั้น ทำงาน 6 วันด้วยนะ
ตอนนี้เพื่อนเรากลับมาเมืองไทย แม่เค้าอยู่ที่โน่น วีซ่าขาด ในมุมหนึ่งเราก็เห็นใจนะ

ในความคิดของเรา เราก็อยากทำอะไรให้มันถูกกฎหมายน่ะ ซึ่งถ้าเราอยากไปอยู่อเมกา มันก็ยากทีเดียว

น้องคนหนึ่งที่เรารู้จัก ก็ไปอเมกา สมัครเรียนภาษา แล้วก็ไปทำงานร้านอาหารไทยเหมือนกัน

หลังจากได้คุยกับเพื่อนคนนี้แล้วก็รู้สึกดึขึ้นมาหน่อย ที่เจอคนเหมือนกัน ตามหลักจิตวิทยาเด๊ะ ๆ เราชอบคนที่เหมือนเรา ฮ่า ๆ เค้าก็ลาออก ซ่ายทุน ไปเมืองนอก กลับเมืองไทย และ กำลังหางานทำ

เราเบื่อกับอะไรที่ต้องทำตาม ๆ กันมา เราเรียนคอร์สเวิร์คป.โท มันก็ไปตามเวลา เรียน ๆ สอบ ๆ
มันก็ผ่าน เกรดเฉลี่ยรวม 3.26 สำหรับป.โทก็ธรรมดา เหลือแต่วิทยานิพนธ์นี่แหละอีก 15 หน่วย ซึ่งไม่มีเวลากำหนดไว้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่
เราอยากทำอะไรที่สบายใจน่ะ ช่วงนี้ถือคติ ทำในสิ่งที่ชอบ
เรามีคำตอบอยู่ในใจละ ว่าเราอยากจะลาออกป.โท
เราคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรมากมาย ไม่น่าอับอาย
เราไม่อยากทนอยู่ในสภาพที่เราไม่ชอบอย่างนี้นาน ๆ
ให้ไปไฟท์เรื่องทำงาน ยังจะดีซะกว่าไฟท์เรื่องเรียน แบบว่าอ่านเปเปอร์อะไรงี้นะ
แม่บอก อยากให้ตัดสินใจยาว ๆ
เราอยากลาออกเลย ไม่อยากค้าง ๆ คา ๆ
ไม่งั้นต้องมาลงทะเบียน 0 หน่วยกิต(10,900 บาท) หรือไม่ก็ลาพักการศึกษา(1,xxx บาท)

เด๋วไปสมัครเป็นพนักงานแมคโดนัลหรือสตาบัคส์ full time ดีกว่า อยากทำอะไรที่ใช้แรงงาน(โว้ย)

No comments:

Post a Comment

คอมเมนท์ดิ ดิ ดิ ดิ!

Stock Images

My latest images for sale at Shutterstock:

My most popular images for sale at Shutterstock: